×

เจาะ 4 พฤติกรรมคุณแม่ซื้อของให้ลูกผ่าน E-commerce เชียงใหม่เปย์หนักรองจากกรุงเทพฯ

24.01.2020
  • LOADING...

‘สินค้าสำหรับแม่และเด็ก’ คือหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับความนิยมในช่องทางอีคอมเมิร์ซ ด้วยเหตุนี้ iPrice บริษัทวิจัยตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงร่วมกับ Motherhood รีวิวการซื้อสินค้าออนไลน์ของคุณแม่ชาวไทยในปี 2019 พบว่ามี 4 เรื่องที่น่าสนใจดังนี้

 

 

1. ช่วงอายุ 25-34 ปี นิยมหาข้อมูลสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ
จากผลการศึกษาข้อมูลพบว่ามีคุณแม่ชาวไทยช่วงอายุ 25-34 ปี กว่า 45.1% นิยมอ่านเคล็ดลับการเลี้ยงลูกหรือวิธีเลือกซื้อสินค้าก่อนสั่งซื้อสินค้าจริง รองลงมาคือแม่ช่วงอายุ 35-44 ปี และคุณแม่วัยใสช่วงอายุ 18-24 ปีที่นิยมเช่นกัน

 

โดยแม่ช่วงอายุ 35-44 ปีส่วนใหญ่อาจผ่านการเลี้ยงดูบุตรคนแรกมาแล้ว ทำให้มีภาวะการเลี้ยงดูบุตรที่รอบคอบขึ้น ส่วนกลุ่มแม่วัยใสที่อาจไม่มีประสบการณ์เลี้ยงเด็กมาก่อน ทำให้ต้องหาข้อมูลเพื่อเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

 

นอกจากนี้ความแตกต่างทางเพศของผู้ซื้อสินค้ายังมีจำนวนใกล้เคียงกัน (หญิง 57.48% และชาย 42.52%) โดยคาดว่าส่วนใหญ่แม่จะเข้ามาหาข้อมูลและเลือกสินค้า ก่อนที่จะส่งให้พ่อเป็นผู้ดำเนินการชำระเงิน ซึ่งโดยปกติธุรกิจอีคอมเมิร์ซมักมีโปรโมชันส่วนลดสำหรับลูกค้าใหม่ ทำให้พ่อและแม่ต่างก็มีบัญชีสมาชิกเป็นของตนเอง

 

 

2. อุปกรณ์การป้อนอาหาร (Feeding) ได้รับความนิยมที่สุด 

จากการศึกษาข้อมูลพบว่า ‘อุปกรณ์การป้อนอาหาร’ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีอายุการใช้งานจำกัด เช่น จุกขวดนม, ขวดนม, ภาชนะบรรจุน้ำนม ฯลฯ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ต้องดูแลเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ จึงต้องซื้อบ่อยครั้งหากเกิดการชำรุด ปนเปื้อนสิ่งสกปรก หรือเด็กมีอายุเดือนที่มากขึ้น ส่งผลให้สินค้าชนิดนี้มักถูกสั่งซื้อทางออนไลน์มากที่สุดคิดเป็นสัดส่วน 20.18%

 

รองลงมาคือ ‘อุปกรณ์อาบน้ำ’ 14.88% ที่มักมีราคาถูก จัดโปรโมชันทางออนไลน์บ่อย และมีรูปแบบให้เลือกมากกว่าร้านค้าทั่วไป จึงเป็นสินค้าที่คุณแม่ชาวไทยนิยมสั่งซื้อทางออนไลน์เป็นอันดับที่ 2 ถัดมาคือสินค้าประเภท ‘รถเข็นเด็ก’ 14.67% ที่มีขนาดใหญ่ และร้านค้าออนไลน์มักแจ้งฟังก์ชันของสินค้าได้ละเอียดกว่า (บางรุ่นมีการรับประกัน) ทำให้สินค้าชนิดนี้มียอดการสั่งซื้อสูงเป็นอันดับที่ 3

 

ตบท้ายด้วยสินค้าประเภท ‘ผ้าอ้อมเด็ก’ 12.69% ที่ล้วนจัดจำหน่ายเป็นหีบห่อขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจำนวนการซื้อในแต่ละครั้งจะมากกว่า 1 ชิ้น จึงไม่สะดวกต่อการออกไปซื้อด้วยตนเอง ส่งผลให้สินค้าประเภทนี้ได้รับความนิยมในการสั่งซื้อมากเป็นอันดับที่ 4 

 

 

3. การชำระเงินแบบ ‘เก็บเงินปลายทาง’ กำลังมาแรง 

ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเงินปลายทาง Kerry, ไปรษณีย์ไทย, DHL หรือบริษัทขนส่งเอกชนทั่วไปต่างก็ต้องมีบริการนี้กันทั้งนั้น ผู้ซื้อจะรู้สึกปลอดภัยเพราะต้องชำระเงินพร้อมรับสินค้า ทำให้รูปแบบการชำระเงินประเภทนี้กำลังมาแรง 

 

หากไม่นับการจ่ายด้วยบัตรที่สามารถผ่อนชำระเป็นงวดกับทางธนาคารได้ รูปแบบการชำระเงินและการขนส่งนี้คือรูปแบบที่กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในไทย รองลงมาคือ Online Banking ที่ปัจจุบันเพียงแค่สแกน QR Code หรือระบุข้อมูลส่วนตัวไม่นานก็ชำระเงินเสร็จสมบูรณ์แล้ว แถมยังไม่เสียค่าธรรมเนียมกวนใจเหมือนเมื่อก่อนอีกด้วย

 

 

 

4. เชียงใหม่ซื้อออนไลน์มากที่สุดรองจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล

เป็นที่แน่นอนว่าคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลต่างนิยมซื้อสินค้าออนไลน์เป็นทุนเดิม ไม่ว่าจะด้วยความรวดเร็วในการขนส่งก็ดี หรืออาจเป็นไลฟ์สไตล์ก็ตาม

 

แต่ที่น่าสนใจคือผลการศึกษาข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของคุณแม่ชาวไทยในปี 2019 พบว่าคุณแม่ในจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้ซื้อสินค้าออนไลน์มากเป็นอันดับที่ 3 ในสัดส่วน 6.96% อาจเพราะตามร้านค้าทั่วไปในจังหวัดมีตัวเลือกน้อย จึงไม่ครอบคลุมความต้องการเท่าที่ควร

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories