×

เปิดเงื่อนไข ‘Thaimart’ มาร์เก็ตเพลสสัญชาติไทย มีอะไรที่ผู้ขายและผู้ซื้อควรรู้? [Advertorial]

โดย THE STANDARD TEAM
17.07.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบ Thaimart มาร์เก็ตเพลสสัญชาติไทย พร้อมรายละเอียดเงื่อนไขสำหรับผู้ขายและผู้ซื้อ

Thaimart (ไทยมาร์ท) อีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม โดยมี นอท-พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส จำกัด อยู่เบื้องหลัง กำลังถูกจับตามองว่าจะแข่งกับแพลตฟอร์มช้อปปิ้งเจ้าตลาดเดิมได้หรือไม่ และจะแย่งชิงความสนใจจากผู้ซื้อได้จริงเปล่า?

 

ภาพประกอบ Thaimart มาร์เก็ตเพลสสัญชาติไทย พร้อมรายละเอียดเงื่อนไขสำหรับผู้ขายและผู้ซื้อ 1

 

‘ไทยมาร์ท’ คืออะไร?

 

Thaimart (ไทยมาร์ท) ตั้งเป้าว่าจะเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยที่มีเป้าหมายคือการแก้ Pain Point ของผู้ประกอบการไทย โดยนำเสนอแกนหลักคือ ‘ความแฟร์’ 

 

ในงาน “ตื่นเถิดชาวไทย : Thaimart บ้านหลังแรกของผู้ประกอบการไทย” เขายังได้ประกาศ 7 คำสัญญา ต่อผู้ค้าและลูกค้า ดังนี้

  • จะไม่เติบโตด้วยการเอาเปรียบผู้ค้า: เก็บ GP ในอัตราที่ยุติธรรมเพื่อให้อยู่รอดไปด้วยกัน
  • กติกาชัดเจน โปร่งใส และอธิบายได้: สื่อสารกับผู้ใช้อย่างตรงไปตรงมาเหมือนมนุษย์คุยกับมนุษย์
  • ยืนข้างความถูกต้องและเป็นธรรม: ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างไร้เหตุผล และจัดการกับลูกค้าที่ไม่ดีอย่างเหมาะสม
  • ผู้ค้าและลูกค้าต้องคุยกับเราได้: มีระบบที่รับฟังและแก้ปัญหาได้จริง ไม่ใช่แค่รับเรื่องแล้วหายไป
  • จัดการของปลอมอย่างจริงจัง: สร้างภาพจำว่า “อยากได้ของแท้ ต้อง ThaiMart”
  • ช่วยสร้างแบรนด์ ไม่ใช่แค่ยอดขาย: ผ่าน ThaiMart Academy เพื่อติดอาวุธด้านการตลาดและ Branding ให้ผู้ประกอบการไทย
  •  รับฟัง แก้ไข และรับผิดชอบทุกความผิดพลาด: พร้อมยอมรับหากเกิดข้อผิดพลาดและรับผิดชอบอย่างเต็มที่

 

นอทอธิบายว่า การมีกติกาที่ชัดเจนก็เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนล่วงหน้า เช่น การประกาศแผนโครงสร้าง GP 4 ปี เริ่มต้นที่ 0% ในปีแรก (7 ก.ค. 2569 – 6 ก.ค. 2570) ปีที่สอง 5% ปีที่สาม   8% และปีที่สี่ 10% 

 

ทั้งนี้ อัตราดังกล่าวเป็นเพียงเพดานสูงสุด ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มหรือค่าธรรมเนียมระบบชำระเงิน (Payment Fee) 3% ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมการรับชำระเงินผ่านระบบ โดยคำนวณจากราคาสินค้า ค่าจัดส่ง รวมถึงส่วนลดหรือเครดิตที่แพลตฟอร์มเป็นผู้รับผิดชอบ ในช่วงแรกจะยังไม่มีการเรียกเก็บ แต่จะเริ่มจัดเก็บตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป โดยจะแจ้งให้ผู้ขายทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน เพื่อให้ผู้ประกอบการมีสิทธิ์เลือกอย่างเสรีว่าจะอยู่หรือจะไป

 

“ความแฟร์ในนิยามของไทยมาร์ท คือการที่ผู้ประกอบการมีสิทธิ์ออกเสียงโดยอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลที่อธิบายได้ เพราะจุดเจ็บของผู้ประกอบการไทยทุกวันนี้ มักเกิดจากค่าใช้จ่ายแฝงที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นค่า GP, ค่าแอด, ค่าโฆษณาแฝง หรือค่าประกันระบบที่งอกขึ้นมาเรื่อยๆ” นอทกล่าว

 

ภาพประกอบ Thaimart มาร์เก็ตเพลสสัญชาติไทย พร้อมรายละเอียดเงื่อนไขสำหรับผู้ขายและผู้ซื้อ 2

 

สร้างอัลกอริทึมที่แฟร์ ไม่เน้นอัดค่าแอด

 

Pain Point คลาสสิกของร้านค้าออนไลน์คือ ถ้าไม่ยิงแอด ก็ไม่มีใครเห็น ซึ่งเป็นการบีบผู้ประกอบการทางอ้อมให้ต้องควักเงินไม่จบสิ้น

 

ขณะที่ไทยมาร์ทพยายามแก้เกมด้วยการกระจายทราฟฟิกโดยอิงจากระบบอัลกอริทึมและขับเคลื่อนด้วยคะแนนเป็นเกณฑ์หลักในแต่ละหมวดหมู่สินค้า

 

“ในอนาคตอาจจะมีพื้นที่สำหรับ Sponsored Items หรือ Marketing Solution และเป็นบริการแบบสมัครใจ และการไม่ซื้อโฆษณาจะไม่กระทบต่อการแสดงผลตามอัลกอริทึมมาตรฐานของแพลตฟอร์ม เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่จะถูกจัดสรรให้กับร้านค้าที่ทำผลงานได้ดี สินค้ามีคุณภาพ ได้รับรีวิวที่ดีจากผู้บริโภคจริง ซึ่งระบบนี้จะเปิดโอกาสให้ ‘ร้านค้าหน้าใหม่’ ถูกมองเห็นบนหน้าแรกเช่นกัน ผ่านการเสิร์ชของลูกค้า”

 

ระบบขนส่งเสรีวัดกันที่บริการ

 

เรื่องการขนส่งก็เป็นปัญหาที่พ่วงมากับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ช นอทบอกว่าในช่วงเริ่มต้นไทยมาร์ทจะจับมือกับพันธมิตรด้านโลจิสติกส์รายใหญ่ ได้แก่ Flash Express, KEX และไปรษณีย์ไทย รองรับทั้ง Drop-off นำพัสดุไปส่งที่สาขาหรือจุดรับพัสดุด้วยตนเอง และ Pick-up ให้บริษัทขนส่งเข้ารับพัสดุจากร้านหรือคลังสินค้า และไม่มีการบวกราคาค่าส่งเพิ่ม

 

“เราอยากให้เกิดการแข่งขันด้านบริการอย่างเสรี มีระบบรีวิวและจัดเรตจากผู้ใช้จริงเป็นตัวขับเคลื่อน ถ้าขนส่งเจ้าไหนอยากได้ลูกค้าจากไทยมาร์ท ก็ต้องบริหารจัดการตัวเองให้ดีที่สุด”

 

ส่วนปัญหาจุกจิกระหว่างทาง เช่น ของหายหรือส่งล่าช้า แพลตฟอร์มจะเข้ามาตรวจสอบอย่างจริงจังโดยรับฟังข้อมูลจากทั้งฝั่งร้านค้าและลูกค้าตามข้อเท็จจริง 

 

รับมือสินค้าต่างชาติด้วยการยกระดับสินค้าไทย

 

นอทระบุว่า ไทยมาร์ทไม่ได้ปิดกั้นสินค้าจากต่างชาติ เพราะหากเป็นแบรนด์ที่นำเข้าอย่างถูกกฎหมาย เสียภาษีถูกต้อง และขายสินค้าที่มีมาตรฐานก็พร้อมเปิดรับ

 

“แต่ถ้าเป็นสินค้าไร้คุณภาพที่กว้านซื้อมาขายตัดราคา ไม่มีมาตรฐาน ไม่มีการรับรองอย่างถูกกฎหมาย แพลตฟอร์มจะสั่งแบนทันที”

 

เขามองว่าจุดอ่อนของ SME ไทยคือการติดกรอบความคิดแบบซื้อมาขายไปและประเมินศักยภาพตัวเองต่ำเกิน

 

“คนไทยเก่งและมีศักยภาพ ดูอย่างแบรนด์ทิชชูไทย “คุมะ” (Kuma) สร้างยอดขายปีล่าสุดได้ถึง 1,600 ล้านบาท หรือแบรนด์ ยืดเปล่า (Yuedpao) ที่ทำยอดขายแตะหลักพันล้านบาทได้สำเร็จ สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ว่าหากตั้งใจทำแบรนด์อย่างจริงจัง สินค้าไทยก็ชนะใจตลาดได้ เราจึงอยากเปลี่ยนมาย์ดเซตให้เติบโตไปเป็นผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของแบรนด์ตัวเอง ด้วยการติดอาวุธให้คนไทยด้วย “Thaimart Academy” ถ่ายทอดความเชี่ยวชาญด้าน Branding และ Marketing ให้กับผู้ประกอบการ”

 

ส่วนปัญหาของปลอม ของไม่ตรงปก อาจต้องคัดกรองร้านค้าอย่างเข้มงวด สินค้าใดที่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตตามกฎหมาย เช่น อย. หรือ มอก. ต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนระบบจึงจะอนุมัติ

 

พร้อมกันนี้ยังมีการทำระบบแดชบอร์ด (Dashboard) ที่สามารถคำนวณได้ว่า สินค้าราคานี้ เมื่อหักค่าแพลตฟอร์ม ค่าขนส่ง และภาษีแล้ว จะเหลือกำไรสุทธิเท่าไหร่ ซึ่งจะแก้ปัญหาให้ร้านค้าที่ทำบัญชีไม่เป็นได้อย่างตรงจุด 

 

ภาพประกอบ Thaimart มาร์เก็ตเพลสสัญชาติไทย พร้อมรายละเอียดเงื่อนไขสำหรับผู้ขายและผู้ซื้อ 3

 

ตั้งเป้าร้านค้าแสนรายภายในสิ้นปี 

 

ปัจจุบัน แพลตฟอร์มมีร้านค้าเข้าร่วม 26,000 ร้านค้า (ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 7-15 ก.ค.69) โดยตั้งเป้าดึงร้านค้าให้เข้าร่วมไว้ที่หนึ่งแสนร้านภายในสิ้นปี 2569 และมุ่งไปที่การพัฒนาและวางรากฐานะระบบให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมต่อระบบหลังบ้านกับ BigSeller ซึ่งเป็นระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ (E-commerce ERP) ที่มีฐานผู้ประกอบการอยู่ราว 75,000 ราย ระบบนี้จะช่วยลดความยุ่งยากในการย้ายแพลตฟอร์ม เพราะร้านค้าสามารถดึงข้อมูลสินค้าและลูกค้าจากแพลตฟอร์มเดิมมายังไทยมาร์ทได้ทันที

 

โดยภายในปีนี้จะมีการจัดงาน Brand Day เชิญชวนแบรนด์ต่างๆ เข้ามาร่วมตัวและช่วยโปรโมตพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการ 

 

ไทยมาร์ทจะเป็น ‘ทางรอด’ ได้จริงหรือไม่?

 

หากดูจากเงื่อนไขทั้งหมดข้างต้น และจุดขาย GP 0% ในปีแรก แม้ประโยชน์ส่วนใหญ่จะตกไปอยู่ที่ผู้ประกอบการ แต่การจะกระโดดลงมาเล่นในตลาดอีคอมเมิร์ซเวลานี้ท่ามกลางเจ้าตลาดทุนหนาและฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นคงไม่ง่ายนัก

 

เพราะจุดชี้ขาดว่าแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสจะอยู่รอดได้ ก็ต่อเมื่อมีทั้งผู้ขายและผู้ซื้อมาถ่วงดุลกัน 

 

​ถ้าผู้ซื้อเข้ามาแล้วไม่เจอสินค้าหลากหลาย หรือไม่มีประเภทสินค้าที่ต้องการ ก็จะกดออกจากแอปและไม่กลับมาอีก

 

​ถ้าผู้ขายลงสินค้าไว้แต่ไม่มีออเดอร์เข้ามาเลย สุดท้ายก็จะปล่อยร้านทิ้งร้างนี่จึงเป็นโจทย์ยากในช่วงเริ่มต้น

 

ขณะที่นโยบาย GP  ในปีที่สองที่แพลตฟอร์มต้องเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมแบบขั้นบันไดเพื่อความอยู่รอด หากยอดขายที่ส่งให้ร้านค้ายังไม่สม่ำเสมอพอ ร้านค้าอาจตัดสินใจย้ายกลับไปใช้แพลตฟอร์มเดิมที่มีฐานลูกค้าหนาแน่นกว่า แม้จะโดนหัก GP สูงกว่าก็ตาม

 

​​ดูเหมือนว่าความท้าทายที่แท้จริงของไทยมาร์ทจึงไม่ใช่เรื่องการหาผู้ขาย เพราะผู้ประกอบการไทยกำลังเดือดร้อนจาก GP อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการดึงผู้ซื้อให้หันมาใช้บริการต่างหาก

 

 thaimart.com ›

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising