×

Morning Brief | 26 พฤศจิกายน 2563

26.11.2020
  • LOADING...
Morning Brief 26 พ.ย.2563

ต้อนรับเช้าวันใหม่กับความเคลื่อนไหวสำคัญในโลกเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุน ประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน ใน THE STANDARD WEALTH Morning Brief 

 

ประธาน Fed สาขาชิคาโก ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยต่ำยาว

ชาล์ส อีแวนส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) สาขาชิคาโก ออกมาแสดงความเห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังอยู่อีกไกลกว่าจะฟื้นตัวไปได้ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาด และตัวเขาเชื่อว่า Fed จะไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยไปอีกพักใหญ่ อย่างน้อยก็ถึงช่วงปลายปี 2023 หรือปี 2024 เลย ส่วนเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ก็น่าจะไม่ได้เห็นในเร็ววันนี้

 

Citi มองว่าภูมิคุ้มกันกลุ่มจะเริ่มขึ้นในไตรมาส 4 ปีหน้า 

วัคซีนที่มีประสิทธิภาพจากผู้ผลิตต่างๆ จะเริ่มกระจายอย่างแพร่หลายในปี 2021 ซึ่งจะนำไปสู่สภาวะ ‘ภูมิคุ้มกันกลุ่ม’ หรือ Herd Immunity โดยทาง Citi เชื่อว่า สภาวะนี้จะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2021 โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วที่ได้มีการจองวัคซีนล่วงหน้า เศรษฐกิจของประเทศกลุ่มนี้จะได้รับประโยชน์จากสภาวะ Herd Immunity เป็นอย่างมาก สุดท้าย Citi เชื่อว่า วัคซีนจะช่วยให้ GDP โลกในปี 2021 ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 0.7% และ 3% ในปี 2022 

 

Dow Jones หลุด 30,000 จุด จากแรงขายทำกำไร

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในภาพรวม โดยเฉพาะดัชนี Dow Jones หลังจากที่ปิดที่ระดับเหนือ 30,000 จุดได้ในตลาดเมื่อวันอังคาร ก็เกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา โดยเฉพาะจากหุ้นในกลุ่มน้ำมันและวัสดุอุตสาหกรรม ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลดลงมากกว่า 170 จุด 

 

มีเพียงดัชนี Nasdaq 100 ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้เพียงดัชนีเดียว และปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ค่อนข้างดีจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญออกมาหลายตัวในคืนวันพุธ และส่วนใหญ่ก็ดีกว่าที่ตลาดคาดด้วย แต่เนื่องจากตลาดซึมซับข่าวดีต่างๆ ไปมากพอสมควรแล้ว และสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่วันหยุดยาวในเทศกาล Thanksgiving Day จึงทำให้การซื้อขายเป็นไปอย่างเบาบางและเกิดแรงขายทำกำไรออกมา 

 

Xiaomi ประกาศผลกำไรโตเกือบ 100% รับอานิสงส์แบน Huawei

ดัชนี Hang Sent TECH Index ของฮ่องกง ลดลง 185.75 จุด หรือ 2.29% หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลงแรง หุ้นขนาดใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรกของดัชนี ปรับตัวลดลงกันทั้งหมด

 

ด้าน Xiaomi ประกาศผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 กำไรเติบโตเกือบ 100% ธุรกิจในเครือเติบโตกันได้ดีมากแทบทั้งหมด โดยเฉพาะธุรกิจโทรศัพท์มือถือ การแบน Huawei ส่งผลบวกต่อ Xiaomi เป็นอย่างมาก 

 

อินเดียสั่งแบน 43 แอปพลิเคชันของจีน รวมทั้ง AliExpress  
อินเดียประกาศแบนแอปพลิเคชันของจีนจำนวน 43 แอปฯ ซึ่งรวมถึงแอปพลิเคชันชื่อดังของบริษัท Alibaba อย่าง AliExpress ด้วย โดยทั้ง 43 แอปฯ นี้ส่วนใหญ่มีต้นกำเนิดในประเทศจีน โดยทางอินเดียให้เหตุผลในการแบนว่า “แอปฯ เหล่านี้ได้คุกคามอำนาจอธิปไตยและความสมบูรณ์ของอินเดีย” แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอินเดียยังไม่ได้พัฒนาไปในด้านบวกมากสักเท่าไร

 

ส่วนตลาดหุ้นอินเดีย Nifty 50 ลดลง 196.75 จุด หรือ 1.51% ดัชนีตลาดหุ้นอินเดียปรับตัวลดลงแรงตามทิศทางของตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภูมิภาค หลังจากที่ดัชนี Nifty 50 สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ในตลาดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นอินเดียก็คล้ายคลึงกับตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาคที่เปิดตลาดได้ดี แต่ก็กลายเป็นจุดที่เกือบสูงสุดของวันไป นักลงทุนได้มีการขายทำกำไรกันออกมาค่อนข้างมาก เพื่อเก็บกำไรบางส่วนและรอปัจจัยบวกใหม่ๆ หุ้นในกลุ่มธนาคารปรับตัวลดลงแรงกว่าตลาด นอกจากนี้กลุ่มเทคโนโลยี เฮลท์แคร์ และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ก็ปรับตัวลดลงค่อนข้างแรงเช่นกัน

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories