พลเอกอาวุโส มินอ่องหล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา เดินทางเยือนจีนเป็นเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 15-19 มิถุนายนนี้ นับเป็นการเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 ของมินอ่องหล่าย ต่อจากทริปเยือนประเทศอินเดีย หลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ประเด็นสำคัญ
โดยมี สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ให้การต้อนรับผู้นำเมียนมา พร้อมเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ฉันพี่น้องและสนับสนุนรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมาภายหลังจากการเลือกตั้ง
ริชาร์ด ฮอร์ซีย์ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านเมียนมาประจำ Crisis Group ให้ความเห็นผ่าน The Straits Times ว่า การต้อนรับในระดับรัฐนี้เป็นสัญญาณชัดเจนว่าปักกิ่งพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลใหม่ของเมียนมาในฐานะหุ้นส่วนอย่างเต็มตัว
ในขณะที่อาเซียนสงวนท่าทีและเชื่อมโยงการยอมรับทางการเมืองเข้ากับแผนสันติภาพฉันทามติ 5 ข้อ แต่จีนเน้นแนวทางเรื่องอำนาจอธิปไตยและการไม่แทรกแซงกิจการภายใน โดย โจแอน ลิน นักวิชาการอาวุโสจากสถาบัน ISEAS Yusof Ishak ชี้ว่า จีนไม่ได้ผูกมัดการมีปฏิสัมพันธ์เข้ากับความชอบธรรมทางประชาธิปไตย แต่ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพชายแดน การเข้าถึงมหาสมุทรอินเดีย และการปราบปรามอาชญากรรมมากกว่า
มินอ่องหล่ายต้องการอะไรจากการเยือนจีนครั้งนี้
นักวิเคราะห์ประเมินว่า เป้าหมายสูงสุดที่สำคัญยิ่งกว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจคือ ‘การได้รับการรับรองทางการเมือง’ (Political Recognition) เนื่องจากมินอ่องหล่ายต้องการให้ประชาคมโลกยอมรับสถานะของตนในฐานะผู้นำรัฐบาลพลเรือน หลังจากจัดการเลือกตั้งที่นานาชาติมองว่าไม่เสรีและไม่เป็นธรรม
นักวิเคราะห์ยังมองว่า มินอ่องหล่ายต้องการ ‘ท่อน้ำเลี้ยงทางเศรษฐกิจ’ (Economic Lifelines) เพื่อดึงดูดการลงทุน การค้าชายแดน และต้องการให้โครงการโครงสร้างพื้นฐานที่จีนให้การสนับสนุนมีความคืบหน้า เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งขณะนี้ผู้นำทั้งสองประเทศได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือและบันทึกความเข้าใจ (MOU) ถึง 18 ฉบับ ครอบคลุมด้านการค้าเสรี การขนส่งข้ามพรมแดน และการช่วยเหลือด้านภัยพิบัติ
นอกจากนี้ ยังวิเคราะห์ว่า มินอ่องหล่ายต้องการให้ปักกิ่งใช้อิทธิพลและข้อได้เปรียบที่มีต่อกลุ่มติดอาวุธตามแนวชายแดน เพื่อช่วยควบคุมการสู้รบและป้องกันไม่ให้กองทัพเมียนมาต้องสูญเสียพื้นที่ไปมากกว่านี้ ซึ่งแลกมากับการที่จีนคาดหวังให้เมียนมาช่วยปกป้องผลประโยชน์และบุคลากรในโครงการของจีน เช่น โครงการแถบและเส้นทาง รวมถึงจัดการกับอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้การเดินทางเยือนจีนของมินอ่องหล่ายในครั้งนี้คือการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ
ทางด้าน อดัม ซิมป์สัน อาจารย์อาวุโส จากมหาวิทยาลัยแอดิเลด ออสเตรเลีย ให้สัมภาษณ์กับ The Straits Times ว่า จีนกำลังใช้ ‘ยุทธศาสตร์คู่ขนาน’ โดยจีนมองว่า กองกำลังฝ่ายต่อต้านไม่สามารถโค่นล้มกองทัพเมียนมาในเขตเมืองได้ จีนจึงเลือกสนับสนุนรัฐบาลทหาร ในขณะเดียวกันจีนก็พร้อมเจรจากับกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ เช่น KIA เพื่อรักษาผลประโยชน์ด้านการค้าแร่หายากตามแนวชายแดนด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับการสนับสนุนและรับรองสถานะระดับรัฐจากมหาอำนาจอย่างจีน แต่ความท้าทายที่แท้จริงยังคงรออยู่ โดยที่ โจแอน ลิน นักวิชาการอาวุโสจากสถาบัน ISEAS Yusof Ishak กล่าวกับ The Straits Times ว่า การได้รับการยอมรับจากจีนเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่อาจช่วยให้รัฐบาลเมียนมาเอาชนะความขัดแย้งที่ยังคุกรุ่น หรือแก้ปัญหาความอ่อนแอในการควบคุมพื้นที่บนสถานการณ์จริงได้
ภาพ: Lintao Zhang / Pool via Reuters
อ้างอิง:
- https://www.aljazeera.com/amp/news/2026/6/16/china-offers-staunch-support-to-myanmar-president-during-his-state-visit
- https://www.straitstimes.com/asia/east-asia/brotherly-bonds-political-recognition-is-top-prize-for-myanmar-leaders-china-visit
- https://www.thestar.com.my/aseanplus/aseanplus-news/2026/06/17/myanmar-and-china-sign-18-agreements-and-mous-during-presidential-visit-to-beijing


