แอปเอเจนต์ AI ตัวใหม่ของ Meta ทำยอดดาวน์โหลดทะลุ 2.5 ล้านครั้งใน 13 วัน แซง Claude และ Grok ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่านี่ไม่ใช่แค่ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ แต่คือการตีมูลค่าใหม่ของความต้องการพลังประมวลผล AI
ประเด็นสำคัญ
เอเจนต์ AI ตัวใหม่ของ Meta Platforms ที่ชื่อ Muse ไต่ขึ้นสู่อันดับหนึ่งของชาร์ตแอปพลิเคชันมือถืออย่างรวดเร็ว สะท้อนว่าบริษัทโซเชียลมีเดียรายนี้กำลังเริ่มมีที่ยืนในตลาดผู้ช่วย AI สำหรับผู้บริโภคที่แข่งขันกันหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ
ณ วันจันทร์ที่ผ่านมา Muse อยู่อันดับ 1 ของแอปฟรีทั้งบน App Store ของ Apple และ Google Play ในสหรัฐฯ นำหน้าบริการยอดนิยมอย่าง ChatGPT ของ OpenAI, Polymarket และ Kashi รวมถึงแอป AI คู่แข่งอย่าง Claude ของ Anthropic และ Grok ของ SpaceXAI ตลอดจนแอป Meta AI ของบริษัทแม่เดียวกันเอง
ข้อมูลจาก Sensor Tower ระบุว่า Muse แซง ChatGPT ขึ้นเป็นแอปฟรีอันดับ 1 บน iOS ในสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ โดยทำยอดดาวน์โหลดได้ราว 730,000 ครั้งภายในประมาณ 5 วันหลังเปิดตัวเมื่อวันที่ 8 กันยายน และเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 900,000 ครั้งภายใน 6 วัน ซึ่งมากกว่าแอป Meta AI รุ่นก่อนหน้าที่ทำได้ 773,000 ครั้งในช่วงเวลาเดียวกันหลังเปิดตัว
ณ วันจันทร์ ยอดดาวน์โหลดสะสมของ Muse ทะลุ 2.5 ล้านครั้ง แบ่งเป็นราว 1.5 ล้านครั้งบน iOS และ 1.1 ล้านครั้งบน Android
เมื่อเทียบในกรอบเวลา 13 วันหลังเปิดตัวเท่ากัน ยอดดาวน์โหลดสะสมของ Muse สูงกว่าทั้ง Claude ที่ทำได้ 400,000 ครั้ง และ Grok ที่ 200,000 ครั้ง ขณะที่ ChatGPT ทำได้ 3.1 ล้านครั้ง อย่างไรก็ตาม Sensor Tower ตั้งข้อสังเกตว่าแต่ละแอปมีจังหวะการปล่อยบนแพลตฟอร์ม Apple และ Google Play ไม่พร้อมกัน ซึ่งมีผลต่อตัวเลขรวม
นอกจากนี้ Muse ยังใช้งานได้ภายใน WhatsApp ที่ Meta เป็นเจ้าของ ซึ่งบ่งชี้ว่าฐานผู้ใช้จริงอาจมากกว่าตัวเลขดาวน์โหลดแอปแบบสแตนด์อโลน
Muse ต่างจาก Meta AI อย่างไร
Meta วางตำแหน่งแอปนี้ให้เป็นเครื่องมือที่ผู้บริโภคใช้บริหารและสั่งการผู้ช่วยดิจิทัลที่ทำงานได้หลายอย่างทั่วอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่กรอกแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงจัดระเบียบกล่องอีเมล โดยแอปทำงานบนตระกูลโมเดล Muse Spark ของ Meta เอง
จุดต่างสำคัญจาก Meta AI ตัวเดิม คือ Muse สามารถตอบสนองโดยอิงจากเนื้อหาโซเชียลของผู้ใช้ เช่น Facebook Marketplace และ Instagram รวมถึงเชื่อมต่อกับบริการภายนอกอย่าง Gmail ปฏิทินของ Apple และ Google, OpenTable หรือเว็บไซต์อื่นผ่านเบราว์เซอร์ได้ ขณะที่ Meta AI ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนเมษายนปีก่อน เน้นไปที่การสร้างภาพและวิดีโอสั้น และให้ประสบการณ์ที่ปรับตามผู้ใช้น้อยกว่า
แอปนี้เปิดให้ใช้ฟรีภายใต้ข้อจำกัดการใช้งาน โดยมีแพ็กเกจสมัครสมาชิกรายเดือนที่ 20 ดอลลาร์ และ 100 ดอลลาร์ ซึ่งจะได้โควตาโทเคนต่อสัปดาห์มากขึ้น นับเป็นช่องทางที่ Meta อาจสร้างรายได้จากเอเจนต์ AI โดยไม่ต้องพึ่งธุรกิจโฆษณาออนไลน์ซึ่งเป็นแกนหลักเดิม
Muse ยังถือเป็นการรุกครั้งใหญ่ของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เข้าสู่ตลาดเอเจนต์ AI ซึ่งเครื่องมือฟรีอย่าง OpenClaw ได้ช่วยจุดกระแสในกลุ่มนักพัฒนาและผู้สนใจเทคโนโลยีมาก่อนหน้านี้ในปีเดียวกัน
“ผมคิดว่าถึงจุดนี้ กรณีการใช้งานเอเจนต์ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ทำมาเพื่อคนทั่วไปจริงๆ” Stacy Rasgon นักวิเคราะห์จาก Bernstein กล่าวกับ CNBC “ตอนนี้เรามี Muse ของ Meta และเอเจนต์ตัวอื่นๆ ที่เริ่มมีโอกาสถูกใช้งานในวงกว้างมากขึ้น”
แล้ว Muse กับ AI ตัวอื่น ‘ChatGPT, Grok และ Claude’ อย่างไร?
ความต่างที่ Meta ใช้เป็นจุดขายไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการสนทนา แต่อยู่ที่การลงมือทำงานแทนผู้ใช้
Meta วางตำแหน่งแอปนี้ให้เป็นเครื่องมือที่ผู้บริโภคใช้บริหารและสั่งการผู้ช่วยดิจิทัลประสิทธิภาพสูง ซึ่งสามารถทำงานหลายอย่างทั่วอินเทอร์เน็ตได้ ตั้งแต่กรอกแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงจัดระเบียบกล่องอีเมล โดยตัวแอปทำงานบนตระกูลโมเดล Muse Spark ของ Meta เอง
นั่นหมายความว่า Muse ถูกออกแบบมาเป็นเอเจนต์ที่ออกไปทำงานให้จบ ต่างจากผู้ช่วย AI ทั่วไปที่เน้นการตอบคำถาม สรุปข้อมูล หรือสร้างเนื้อหาให้ผู้ใช้นำไปใช้ต่อเอง
กระแส Muse ดันหุ้น Meta พุ่ง 11%
หุ้น Meta พุ่งขึ้น 11% ในวันจันทร์ (21 กันยายน) ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีก่อน และเป็นการปรับขึ้นรายวันในเชิงเปอร์เซ็นต์ที่แรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 โดยก่อนหน้าการปรับขึ้นครั้งนี้ ราคาหุ้นแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลยนับตั้งแต่ต้นปี
“Meta มีของดีอยู่ในมือแล้วกับ Muse” นักวิเคราะห์จาก Evercore ISI นำโดย Mark Mahaney ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันจันทร์ พร้อมมองว่านี่คือสัญญาณที่จับต้องได้ของนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จ และเป็นหลักฐานว่าการลงทุนด้าน AI มูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ของ Meta ไม่ได้สูญเปล่า
นักวิเคราะห์ของ Evercore ยังระบุว่าแนวโน้มการใช้งานดังกล่าวอาจเป็นตัวขับเคลื่อนการใช้งานและการมีส่วนร่วมของ Meta ครั้งใหญ่ พร้อมเปิดโอกาสสร้างรายได้ใหม่ทั้งจากโฆษณา การสมัครสมาชิก และส่วนแบ่งรายได้จากธุรกรรม ด้าน Wells Fargo ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น Meta ขึ้นเป็น 796 ดอลลาร์
ความสำเร็จช่วงต้นของ Muse ยังลามไปหนุนหุ้นในกลุ่มซัพพลายเออร์สำคัญของ Meta โดยเฉพาะผู้ผลิตไมโครโปรเซสเซอร์ Advanced Micro Devices (AMD) พุ่งเกือบ 10% ดันมูลค่าตลาดทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ Intel บวก 12% และ Arm Holdings พุ่ง 17%
ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ตลาดหลักทรัพย์ฟิลาเดลเฟียปิดบวก 4.3% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นในวันเดียวที่แรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม
ในเอเชีย หุ้นผู้ผลิตชิปเกาหลีใต้อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ปรับขึ้นราว 3.5% ในช่วงต้นการซื้อขาย ขณะที่ดัชนี Taiex ของไต้หวันบวก 1.8% ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
หุ้นที่ปรับขึ้นแรงที่สุดในเอเชียส่วนใหญ่มาจากกลุ่มซัพพลายเชน AI ของไต้หวัน โดย MediaTek พุ่ง 9.4% ทำสถิติสูงสุดใหม่ ส่วน Unimicron Technology และ Nan Ya Printed Circuit Board ต่างปรับขึ้นชนเพดานรายวัน ขณะที่หุ้นกลุ่มหน่วยความจำในจีนแผ่นดินใหญ่ก็ปรับขึ้นเช่นกัน หนุนให้ดัชนี Star 50 บวกกว่า 2%
หุ้น Tencent Holdings ปรับขึ้นด้วย จากการที่นักลงทุนเดิมพันว่ายักษ์โซเชียลมีเดียรายนี้อาจปลดล็อกโอกาสในลักษณะเดียวกันบนแพลตฟอร์ม WeChat ส่วนดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ลดช่วงบวกลงมาอยู่ที่ 1.6% หลังนักลงทุนรายย่อยขายทำกำไร ซึ่งบ่งชี้ว่าบางส่วนมองว่าการฟื้นตัวข้างหน้าจะยังผันผวน
โจทย์เรื่องความเป็นส่วนตัวและความยั่งยืนของกระแส
การเปิดตัว Muse เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลในวงกว้างของสังคมเกี่ยวกับความปลอดภัยของ AI และความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่สั่นสะเทือนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ Meta เองเพิ่งตกลงจ่ายเงินราว 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อยุติคดีกับกลุ่มอัยการสูงสุดระดับรัฐ ที่ฟ้องร้องบริษัทกรณีบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายที่แอปอย่าง Facebook และ Instagram มีต่อเด็กและวัยรุ่น
“พวกเขาใส่ใจเรื่องความปลอดภัย แต่ผมไม่รู้ว่าใส่ใจเรื่องความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน” Rasgon จาก Bernstein ตั้งข้อสังเกตถึงคำถามว่าแอปที่หิวกระหายข้อมูลส่วนบุคคลอย่าง Muse จะย้อนกลับมาทำร้าย Meta ในระยะยาวหรือไม่
อีกคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ คือกระแสของ Muse จะอยู่ได้นานแค่ไหน เพราะบริการ AI อื่นๆ ก็เคยผ่านช่วงบูมคล้ายกันตอนเปิดตัว แต่ไม่สามารถรักษาความนิยมไว้ได้ ทั้งกรณี Sora ของ OpenAI และเครื่องมือสร้างวิดีโอ Vibes ของ Meta เอง ซึ่งเคยช่วยดันยอดดาวน์โหลดแอป Meta AI ตอนเปิดตัวเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว
อ้างอิง:
- https://www.cnbc.com/2026/09/21/meta-muse-personal-ai-agent-downloads.html
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-09-22/korean-chip-stocks-gain-as-meta-s-muse-ai-agent-spurs-enthusiasm?srnd=homepage-asia
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-09-21/meta-s-new-muse-ai-app-tops-charts-draws-strong-early-reviews

