×

พรีวิวผลประกอบการ 3Q64 ของกลุ่มบริษัทเงินทุน ไฟแนนซ์ คาดกำไรหดตัวทั้ง YoY และ QoQ

12.10.2021
  • LOADING...
finance company

เกิดอะไรขึ้น:

SCBS ได้จัดทำบทวิเคราะห์พรีวิวผลประกอบการ 3Q64 ของบริษัทเงินทุนและไฟแนนซ์ภายใต้การวิเคราะห์จำนวน 4 บริษัท ได้แก่ บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC), บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล (MTC), บมจ.เงินติดล้อ (TIDLOR) และ บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD)

 

กระทบอย่างไร:

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นกลุ่มเงินทุนและการเงิน (SETFIN) ปรับตัวลดลง 5.6%MoM โดยราคาหุ้น KTC ปรับตัวลดลง 11.4%MoM สู่ระดับ 56.25 บาท ราคาหุ้น TIDLOR ปรับตัวลง 7.8%MoM สู่ระดับ 35.25 บาท ราคาหุ้น SAWAD ปรับตัวลง 6.9%MoM สู่ระดับ 64.25 บาท และราคาหุ้น MTC ปรับตัว 0.8%MoM สู่ระดับ 61.25 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2564)

 

พรีวิวผลประกอบการ 3Q64:

 

SCBS คาดการณ์ว่า KTC จะรายงานกำไรสุทธิ 3Q64 ที่ 1.19 พันล้านบาท ลดลง 2%YoY และ 29%QoQ โดยรายได้ค่าธรรมเนียนจะลดลงทั้ง YoY และ QoQ ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้จ่ายบัตรเครดิตและค่าธรรมเนียมทวงถามหนี้ที่ลดลง ขณะที่การตั้งสำรองจะเพิ่มขึ้น QoQ (แต่ทรงตัว YoY) จากแนวโน้มที่จะมีการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มมากขึ้นอันเนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ ด้านแนวโน้มสินเชื่อ 3Q64 จะเติบโตเพียงเล็กน้อย และส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) 3Q64 จะอยู่ในระดับทรงตัว QoQ แต่ลดลง YoY เนื่องจากการปรับลดเพดานดอกเบี้ยลงตั้งแต่เดือนสิงหาคมในปี 2563

 

MTC จะรายงานกำไรสุทธิ 3Q64 ที่ 1.21 พันล้านบาท ลดลง 8%YoY และลดลง 4%QoQ โดยยอดสินเชื่อจะเติบโตอย่างดีราว 25-30%YoY แต่คาดว่า NIM จะหดตัวลงทั้ง YoY และ QoQ โดยมีสาเหตุมาจากผลกระทบของการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่ง MTC ปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ลงจาก 19% สู่ 18% ในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2564 และปรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ลดลงจาก 21% สู่ 18% ในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ปี 2563 และปรับลดลงสู่ 15% ในเดือนเมษายนถึงกลางเดือนสิงหาคม ปี 2564 ก่อนที่จะปรับขึ้นสู่ 16% ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม 2564 ทั้งนี้ SCBS คาดว่า MTC จะตั้งสำรองเพิ่มขึ้น QoQ เช่นเดียวกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน อันเป็นผลมาจากมาตรการล็อกดาวน์และสถานการณ์น้ำท่วม

 

TIDLOR จะรายงานกำไรสุทธิ 3Q64 ที่ 705 ล้านบาท ลดลง 13%YoY และลดลง 9%QoQ โดยค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรอง 3Q64 จะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจากแนวโน้มการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น โดย TIDLOR คาดว่า Credit Cost ในปี 2564 จะอยู่ที่ 1-1.5% เทียบกับ 0.58% ใน 1H64 โดยมีสาเหตุมาจากการโอนกลับ LLR ส่วนเกินบางส่วน ซึ่งบ่งชี้ว่า Credit Cost ใน 2H64 จะเพิ่มขึ้น HoH ด้านรายได้ค่าธรรมเนียม 3Q64 จะเติบโตในอัตราที่ชะลอลง ซึ่งหลักๆ เกิดจากรายได้ธุรกิจนายหน้าประกันภัยและค่าธรรมเนียมทวงถามหนี้ที่เติบโตชะลอลง ด้านอัตราการเติบโตของสินเชื่อ 3Q64 มีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ 15% ขณะที่ NIM จะปรับตัวขึ้นใน 3Q64 โดยได้รับการสนับสนุนจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงหลังจากได้รับการปรับอันดับเครดิตเพิ่มขึ้น A- สู่ A

 

SAWAD จะรายงานกำไรสุทธิ 3Q64 ที่ 1.06 พันล้านบาท ลดลง 12%YoY และลดลง 4%QoQ โดยคาดว่า SAWAD จะเร่งกลับมาตั้งสำรองเพิ่มใน 3Q64 หลังจากโอนกลับใน 2Q64 และ 3Q63 โดยสินเชื่อ 3Q64 จะเติบโตเร่งตัวขึ้นใน 3Q64 โดยได้รับการสนับสนุนจากสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ และการรุกธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ขณะที่ NIM จะปรับตัวลดลง YoY เนื่องจากมาตรการลดอัตราดอกเบี้ย แต่จะอยู่ในระดับทรงตัว QoQ ทั้งนี้ SCBS คาดว่าส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุนกับธนาคารออมสินจะยังมีส่วนน้อย

 

สำหรับความเสี่ยงด้าน Downside ต่อผลประกอบการของบริษัทเงินทุนและไฟแนนซ์คือ 1. การเติบโตของสินเชื่อ เพราะตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อในแง่บวกมากเกินไป 2. การตั้งสำรอง เพราะตั้งสำรองต่ำเกินไปในปี 2563 และ 1H64 และ 3. การแข่งขันที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากธนาคาร

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising