เกิดอะไรขึ้น:
7 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา บมจ. อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) (AEONTS)
ได้รายงานผลประกอบการ 1QFY63 (มีนาคมถึงพฤษภาคม 2563) โดยเป็นหุ้น Non-Bank รายแรกที่รายงานผลประกอบการ ซึ่ง AEONTS รายงานกำไรสุทธิ 1QFY63 จำนวน 530 ล้านบาท ลดลง 46%YoY และลดลง 50%QoQ ซึ่งดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 318 ล้านบาท
โดยกำไรสุทธิที่หดตัวนี้เกิดจากผลกระทบของการใช้มาตรฐานบัญชี TFRS9
ผ่านทางส่วนของผู้ถือหุ้น ทำให้ Loan loss reserve เพิ่มขึ้นอย่างมากสู่ระดับ 359.5% จาก 119.5% ณ 4QFY62 ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 3%YoY แต่ลดลง 3%QoQ เนื่องจากยอดสินเชื่อหดตัวลง 1.8%QoQ และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยลดลง 43 bps QoQ ขณะที่ด้านรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 6%YoY แต่ลดลง 37%YoY เนื่องจากไม่มีกำไรจากการขาย NPL เหมือนในไตรมาสก่อนหน้า
กระทบอย่างไร:
นับตั้งแต่วันที่ประกาศผลการดำเนินงาน (7 กรกฎาคม) จนถึงวันนี้ (9 กรกฎาคม) ราคาหุ้น AEONTS ปรับตัวขึ้นขึ้น 3.14% สู่ระดับ 115.00 บาท เนื่องจากกำไรสุทธิที่ประกาศออกมาดีกว่าตลาดคาดการณ์ไว้
มุมมองระยะสั้น:
SCBS คาดว่าแนวโน้มผลประกอบการ 2QFY63 ของ AEONTS จะยังคงอ่อนแอต่อจาก 1QFY63 เนื่องจากยอดสินเชื่อมีแนวโน้มหดตัวลงตามทิศทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ รวมถึงส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มแคบ ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้จากธนาคารแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ติดตามมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มเติมจากธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสี่ยงกดดันต่อผลประกอบการได้ในระยะถัดไป รวมถึงติดตามทิศทาง NPL ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
มุมมองระยะยาว:
SCBS คาดว่าผลประกอบการตลอดทั้งปี FY63 ของ AEONTS จะยังคงอ่อนแอ เนื่องจาก Credit Cost จะเพิ่มขึ้น 131 bps สู่ 9% ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะลดลง 155 bps รวมถึงสินเชื่อจะเติบโตในอัตราชะลอตัวลงจาก 9% ในปี FY2562 สู่ 5% ในปี FY2563 จากนโยบายปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น และ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะลดลง 7% โดยเกิดจากกำไรจากการขาย NPL ที่ลดลง
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า