วานนี้ (31 พฤษภาคม) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพหมายเลข 14 ประกาศนโยบายขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่เมืองที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย เท่าเทียม และมีศักดิ์ศรี โดยมองว่าการสนับสนุนความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศไม่ควรเป็นเพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่ต้องเป็น ‘ยุทธศาสตร์เมือง’ ที่เชื่อมโยงทั้งด้านเศรษฐกิจ ความปลอดภัย สุขภาพ การศึกษา และโอกาสในการใช้ชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม
นโยบายดังกล่าวมุ่งพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองปลอดภัยสำหรับทุกเพศ ลดความรุนแรง การคุกคาม และการเลือกปฏิบัติ ผ่านการเพิ่มระบบไฟส่องสว่างและกล้อง AI CCTV ในพื้นที่เสี่ยง ติดตั้งปุ่มฉุกเฉิน (Panic Button) เชื่อมโยงการทำงานระหว่างตำรวจ เทศกิจ และโรงพยาบาล จัดตั้ง Safe Zone รอบสถานศึกษา สถานบันเทิง และสถานีขนส่ง รวมถึงพัฒนาระบบแจ้งเหตุคุกคามทางเพศผ่านแอปพลิเคชันของกรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางอบรมเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครด้านความอ่อนไหวทางเพศ (Gender Sensitivity) พร้อมกำหนดตัวชี้วัดเพื่อลดคดีคุกคามทางเพศและเพิ่มความรู้สึกปลอดภัยในการใช้ชีวิตช่วงกลางคืน
ด้านสิทธิและการเข้าถึงบริการสาธารณะอย่างเท่าเทียม มีแนวทางปรับปรุงเอกสารราชการให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศ จัดให้มีห้องน้ำแบบ Universal Design และ Gender Inclusive พัฒนาบริการสุขภาพในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครให้รองรับประชาชน LGBTQ+ มากขึ้น รวมถึงเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนกรณีการเลือกปฏิบัติ
ขณะเดียวกัน ยังมีแผนเพิ่มบริการด้านสุขภาพและสุขภาพจิต เช่น คลินิกตรวจ HIV ฟรี คลินิกฮอร์โมนที่ได้มาตรฐาน ศูนย์ให้คำปรึกษาครอบครัว ระบบ Telemedicine การคัดกรองสุขภาพจิตด้วย AI หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายและภาวะซึมเศร้า โดยยกระดับให้สุขภาพใจเป็นวาระสำคัญของเมือง
ในมิติทางเศรษฐกิจ ดร.มัลลิกา เสนอแนวคิดส่งเสริม ‘Diversity Economy’ ผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME LGBTQ+ การพัฒนา Bangkok Creative District เพื่อส่งเสริมธุรกิจแฟชั่น ศิลปะ ดิจิทัล และคอนเทนต์สร้างสรรค์ จัดตั้งกองทุนสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย และพัฒนา AI Matching Job Platform เพื่อลดอคติในการจ้างงาน พร้อมผลักดันกรุงเทพมหานครสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเอเชีย และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากกิจกรรมยามค่ำคืน
ด้านการศึกษาและวัฒนธรรม มีนโยบายจัดทำหลักสูตร Respect & Diversity ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร กำหนดมาตรการต่อต้านการกลั่นแกล้งในโรงเรียน ส่งเสริมศูนย์เยาวชนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย และสนับสนุนกิจกรรมด้านศิลปะ ดนตรี และวัฒนธรรมร่วมสมัย เพื่อสร้างความเข้าใจในความหลากหลายและลดการเลือกปฏิบัติ
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางผลักดันนโยบายเมืองเท่าเทียมผ่าน ‘Bangkok Equality Charter’ จัดตั้งคณะกรรมการด้านความหลากหลายและสิทธิมนุษยชน และส่งเสริมการรับบุคลากรเข้าทำงานในกรุงเทพมหานครอย่างเท่าเทียม
สำหรับการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ มีเป้าหมายเพิ่มสวนสาธารณะที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สร้างพื้นที่สาธารณะสำหรับกิจกรรมสร้างสรรค์ ถนนคนเดิน ศิลปะ และดนตรี พร้อมพัฒนาเมืองให้เป็น Walkable City ที่ประชาชนสามารถเดินทางและใช้พื้นที่สาธารณะได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
อีกทั้งยังมีแผนนำเทคโนโลยี AI และข้อมูลมาใช้ในการบริหารเมือง ผ่านระบบวิเคราะห์จุดเสี่ยงการคุกคาม Dashboard ติดตามคุณภาพชีวิตแบบเรียลไทม์ และระบบติดตามความปลอดภัยในเมือง เพื่อยกระดับการกำหนดนโยบายบนฐานข้อมูลที่แม่นยำ
ดร.มัลลิกา ระบุว่า เป้าหมายสำคัญคือการผลักดันให้กรุงเทพมหานครเป็น ‘เมืองเสรี เมืองปลอดภัย เมืองเศรษฐกิจกลางคืน และเมืองที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน’ อย่างแท้จริง


