หุ้น Magnificent 7 ได้แก่ Alphabet, Amazon, Apple, Meta, Microsoft, Nvidia และ Tesla สูญมูลค่ารวมกันกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ท่ามกลางแรงเทขายที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดี (3 เมษายน) สะท้อนผลกระทบรุนแรงจากนโยบายภาษีของทรัมป์
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ 7 บริษัทที่รู้จักกันในชื่อ Magnificent 7 สูญเสียมูลค่ารวมกันกว่า 1.03 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตามการวิเคราะห์ของ CNBC นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบอย่างรุนแรงจากการประกาศนโยบายภาษีชุดใหม่ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วตลาดการเงิน
ดัชนีหุ้นสำคัญของสหรัฐฯ ต่างปรับตัวลงอย่างรุนแรง ทั้ง Dow Jones -3.98% S&P 500 -4.84% Nasdaq -5.97% และ Russell 2000 -6.55% ทั้งนี้ การดิ่งลงของ Nasdaq เกือบ 6% เป็นการดิ่งลงในวันเดียวที่รุนแรงนับตั้งแต่ปี 2020
Apple นำขบวนหุ้นบิ๊กเทคดิ่งหนัก
Apple เป็นผู้นำการดิ่งลงของกลุ่มเทคยักษ์ใหญ่ โดยร่วงลงมากกว่า 9% ท่ามกลางความกังวลว่าแผนภาษีของทรัมป์จะกระทบต่อบริษัทอย่างหนัก เนื่องจากมีฐานการผลิตในต่างประเทศ นับเป็นวันที่หุ้น Apple ปรับตัวลงมากที่สุดในรอบกว่า 5 ปี
Amazon ก็ร่วงลงราว 9% ซึ่งเป็นการร่วงลงวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 โดยหนึ่งในปัจจัยหลักคือการที่ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ยกเลิกช่องโหว่ทางการค้าภายใต้กฎ de minimis ที่ก่อนหน้านี้อนุญาตให้สินค้าที่มีมูลค่าน้อยกว่า 800 ดอลลาร์ สามารถนำเข้ามายังสหรัฐฯ ได้โดยไม่ต้องเสียภาษี คำสั่งนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 พฤษภาคม
Nvidia ยักษ์ใหญ่ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็ร่วงลงมากกว่า 7% โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยระบุว่าอาจเก็บภาษีเพิ่มเติมกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
Microsoft ก็ร่วงลงมากกว่า 2% หลังมีรายงานจากสำนักข่าว Bloomberg ว่าบริษัทได้ชะลอโครงการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจของนักลงทุนในธุรกิจ AI และ Cloud
Dan Ives นักวิเคราะห์ชื่อดังจาก Wedbush ระบุในบันทึกถึงลูกค้าว่า แผนภาษีของทรัมป์ “แย่ยิ่งกว่าสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด” โดยเขาคาดว่าประเทศต่างๆ อาจสามารถเจรจาลดภาษีกับสหรัฐฯ ได้ในอนาคตอันใกล้ แต่เตือนว่าหากแผนภาษีนี้ยังคงเดิม สหรัฐฯ อาจเผชิญ “หายนะทางเศรษฐกิจที่ก่อด้วยตัวเอง”
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวไม่ได้แสดงความวิตกต่อผลกระทบของนโยบายเศรษฐกิจที่มีต่อตลาดหุ้นแต่อย่างใด
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง กล่าวในรายการ Bloomberg TV ว่า การดิ่งลงของตลาดไม่ได้เกิดจากนโยบายภาษีของทรัมป์ แต่เป็นผลจาก การเปิดตัวโมเดล AI โดยสตาร์ทอัพจีนชื่อ DeepSeek เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ Silicon Valley และวอลล์สตรีทตกตะลึง
ภาพ: gguy / Shutterstock
อ้างอิง: