วันนี้ (29 กันยายน) กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 13 ออกหนังสือแจ้งเตือนด่วนที่สุด (ฉบับที่ 4) ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง ได้แก่ กาญจนบุรี, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร และราชบุรี เรื่องการปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนแม่กลอง เนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตรวจวัด ณ สถานีโทรมาตร K.37 บ้านวังเย็น อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี พบปริมาณน้ำสูงถึง 1,895 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแนวโน้มไหลมารวมสู่แม่น้ำแม่กลองในปริมาณมากและฉับพลัน
จากการประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนแม่กลองมากกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองท้ายเขื่อน เพิ่มสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันมากกว่า 80 เซนติเมตร ทำให้ระดับน้ำสูงถึงมากกว่า 3.00 เมตรขึ้นไป นอกจากนี้ จากข้อมูลแบบจำลองรูปตัดลำน้ำ ณ สถานี K.55A สะพานรถยนต์ค่ายหลวง อำเภอบ้านโป่ง และสถานี K.56A บ้านสร้อยฟ้า อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี แสดงให้เห็นว่าระดับน้ำมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจนใกล้เคียงหรือล้นตลิ่งในหลายจุด
ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 13 จึงเน้นย้ำข้อควรปฏิบัติสำหรับหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำ ที่ลุ่มต่ำ รวมถึงบริเวณขอบลำน้ำ ดังนี้:
- ยกของขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายแก่ทรัพย์สิน
- เฝ้าระวังผู้ป่วยและผู้สูงอายุ อย่างใกล้ชิด
- เตรียมแผนอพยพ กรณีน้ำเอ่อล้นเข้าบ้านเรือนฉับพลัน
ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยริมแม่น้ำแม่กลอง ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด


