×

LiVEx ก้าวสู่ปีที่ 5 ชูบทบาทสะพานเชื่อม New Economy สู่ตลาดทุน เล็งปั้น Quality Deal เป็นสปริงบอร์ดสู่ SET – mai พร้อมกางแผนตั้งกองทุนพันล้านหนุน SME

13.05.2026
  • LOADING...
ภาพโลโก้ LiVEx พร้อมข้อความครบรอบ 4 ปี และก้าวสู่ปีที่ 5 ชูบทบาทเชื่อม New Economy สู่ตลาดทุน และแผนหนุน SME

ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ครบรอบ 4 ปี เผยความสำเร็จในการเป็น ‘The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities’ เชื่อมโยงธุรกิจ SMEs และ Startups สู่ตลาดทุน พร้อมประกาศกลยุทธ์ปี 2569 มุ่งเน้นการเฟ้นหาธุรกิจกลุ่ม New Economy คุณภาพสูง (Quality Deal) เพื่อจดทะเบียนใน LiVEx และสปริงบอร์ดส่งต่อสู่ตลาดหลักทรัพย์ mai และ SET สร้างการเติบโตยั่งยืนต่อไป

 

4 ปีแห่งการเป็นสะพานเชื่อมโอกาส และความสำเร็จ ‘10+1’

 

ประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ เปิดเผยว่า LiVEx ถูกจัดตั้งขึ้นเป็นตลาดที่ 3 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกการเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับผู้ประกอบการและเพิ่มโอกาสการลงทุนสำหรับผู้ลงทุน โดยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา LiVEx ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมธุรกิจที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs, Startups และ New Economy ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน

 

ปัจจุบัน LiVEx มีผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนในรูปแบบ ‘10+1’ กล่าวคือ มีบริษัทจดทะเบียนคงอยู่ 10 บริษัท และมี 1 บริษัทคือ บมจ. เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล ที่สามารถใช้ LiVEx เป็นทางเลือกในการเตรียมความพร้อมจนย้ายไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ได้สำเร็จในปี 2568

 

  • มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (Market Cap): ประมาณ 5,393 ล้านบาท
  • มูลค่าระดมทุนรวม: 395 ล้านบาท

 

ภาพโลโก้ LiVEx พร้อมข้อความครบรอบ 4 ปี และก้าวสู่ปีที่ 5 ชูบทบาทเชื่อม New Economy สู่ตลาดทุน และแผนหนุน SME 1

 

ยุทธศาสตร์ปี 2569 มุ่งเน้น Quality Deal และ New Economy

 

ประพันธ์ กล่าวว่า แผนงานในระยะถัดไปจะมุ่งเน้นการเฟ้นหาบริษัทที่เป็น ‘Quality Deal’ หรือบริษัทที่มีคุณภาพและน่าสนใจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าตลาดแห่งนี้สามารถระดมทุนได้จริงและเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า โดยเฉพาะธุรกิจในกลุ่ม New Economy ที่สอดรับเมกะเทรนด์โลก ได้แก่:

  • Green & Energy Tech: พลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐาน
  • Data-Driven Commerce: ดิจิทัลแพลตฟอร์มและ Social Commerce
  • High-Tech Solutions: AI, Software, Big Data, MarTech, IoT และ IoV สำหรับโลจิสติกส์

 

ภาพโลโก้ LiVEx พร้อมข้อความครบรอบ 4 ปี และก้าวสู่ปีที่ 5 ชูบทบาทเชื่อม New Economy สู่ตลาดทุน และแผนหนุน SME 2

 

‘LiVEx Investor Day’ เส้นทางค้นพบ Quality Deal 

 

สำหรับ LiVEx Investor Day 2026 เวทีนำเสนอแผนธุรกิจเพื่อโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน (Business Pitching & Non-Deal Roadshow) งานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเวทีเชื่อมวิสัยทัศน์ระหว่างผู้ประกอบการ SMEs, Startups และผู้ลงทุนที่มีศักยภาพ

 

LiVEx Investor Day 2026 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากทั้งผู้ประกอบการและผู้ลงทุน โดยภายในงานมีการจัดแสดงบูธแนะนำธุรกิจจากผู้ประกอบการ 36 บริษัท และมีบริษัทที่มีศักยภาพสูงจำนวน 12 บริษัทขึ้นเวทีเพื่อนำเสนอแผนธุรกิจ (Pitching) ต่อผู้ลงทุน

 

สำหรับ 12 บริษัทที่ขึ้นเวทีนำเสนอแผนธุรกิจนั้น ถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ครึ่งหนึ่งเป็นธุรกิจเทรนด์ใหม่ (New Economy) อย่างกลุ่มเทคโนโลยี AI และ IT ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นธุรกิจในกลุ่มพื้นฐานที่ประเทศไทยมีความแข็งแกร่ง เช่น ภาคบริการ (Service), สุขภาพ (Health Care) และอาหาร (Food) ซึ่งทาง LiVEx มองว่าบริษัทเหล่านี้คือ ‘Quality Deal’ ที่มีความน่าสนใจและมีศักยภาพในการเติบโตสูง

 

จุดประสงค์หลักอีกประการของงานคือการดึงดูดและทำให้ผู้ลงทุน (โดยเฉพาะกลุ่มที่มองหาผลตอบแทนสูงและเข้าใจความเสี่ยงแบบ High Growth / High Risk) ได้เข้ามาทำความรู้จักกับ LiVEx และบริษัทจดทะเบียนต่างๆ มากขึ้น ซึ่งในงานนี้มีผู้ลงทุนให้ความสนใจลงทะเบียนเข้าร่วมกว่า 200 คน

 

“งานนี้ไม่ได้มีแค่ผู้ประกอบการและผู้ลงทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่คอยสนับสนุนธุรกิจอย่างครบวงจร โดยมีการเชิญเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 50 องค์กรเข้ามาร่วมงาน เพื่อแสดงให้เห็นว่ากลไกการสนับสนุนของ LiVEx นั้นมีเครือข่ายที่พร้อมผลักดันผู้ประกอบการอย่างแท้จริง” ประพันธ์ กล่าว 

 

ภาพโลโก้ LiVEx พร้อมข้อความครบรอบ 4 ปี และก้าวสู่ปีที่ 5 ชูบทบาทเชื่อม New Economy สู่ตลาดทุน และแผนหนุน SME 3

 

LiVEx ในฐานะ ‘สปริงบอร์ด’ และทางแก้ Pain Point ธุรกิจ

 

สำหรับผู้ประกอบการที่ลังเล ประพันธ์ย้ำว่า LiVEx คือทางเลือกที่ชัดเจนในการระดมทุนเพื่อสร้างการเติบโต และเป็นสนามฝึกซ้อมที่สำคัญก่อนก้าวสู่ตลาดใหญ่ (SET/mai) โดยมีจุดเด่นคือ:

  1. การเตรียมความพร้อม: LiVEx กำหนดให้ทำงบการเงินมาตรฐาน PAEs เพียง 1 ปี (เทียบกับ mai ที่ต้องใช้ 3 ปี) ช่วยให้ธุรกิจค่อยๆ ปรับตัวและลดอาการ “ช็อก” จากเกณฑ์มาตรฐานที่เข้มงวด
  2. ยกระดับมาตรฐาน: แม้จะเป็นตลาดหลักทรัพย์สำหรับ SME แต่มีการกำกับดูแลที่มีมาตรฐาน ทำให้บริษัทมีศักดิ์และสิทธิ์ มีความโปร่งใส และดึงดูด Partner หรือการทำ M&A ได้ง่ายขึ้น
  3. สร้างความคุ้นเคย: ช่วยให้บุคลากรและระบบในบริษัทคุ้นชินกับการเป็นบริษัทจดทะเบียนในขณะที่มี “สปอตไลต์” ฉายส่องให้เป็นที่รู้จัก

 

แผนตั้งกองทุนพันล้าน Bridge Gap ระหว่าง VC และตลาดทุน

 

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ ความร่วมมือกับกองทุน CMDF ในการศึกษาแนวทางการจัดตั้ง กองทุน Private Equity Trust มูลค่าเป้าหมายประมาณ 1,000 ล้านบาท (เงินจาก CMDF 300 ล้านบาท และผู้ลงทุนอื่น 700 ล้านบาท) เพื่อลงทุนในธุรกิจ New Economy และช่วยเตรียมความพร้อมผ่านทีม In-house IB เพื่อส่งต่อเข้าสู่การจดทะเบียนใน LiVEx, mai หรือ SET ต่อไป

 

“บทบาทของกองทุนนี้จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม (Bridge Gap) ระหว่างช่วงที่ VC ลงทุนไปแล้วกับช่วงการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการขออนุมัติและคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้” ประพันธ์กล่าว 

 

ทั้งนี้ แนวคิดการจัดตั้งกองทุน Private Equity Trust มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการขออนุมัติ ซึ่งหากจัดตั้งสำเร็จ กองทุนนี้จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือและผลักดัน SMEs โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจยุคใหม่ ดังนี้ 

 

  • มุ่งเน้นให้เงินทุนสนับสนุนธุรกิจกลุ่ม New Economy: 

กองทุนนี้ซึ่งมาจากการร่วมทุนของกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ประมาณ 300 ล้านบาท และผู้ลงทุนอื่นๆ อีกประมาณ 700 ล้านบาท จะนำเงินไปลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจในกลุ่ม New Economy โดยตรง

 

  • เป็นสะพานเชื่อม (Bridge Gap) สู่การเข้าตลาดหลักทรัพย์: 

กองทุนนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมรอยต่อสำคัญ ระหว่างธุรกิจที่เคยได้รับการลงทุนจาก Venture Capital (VC) มาแล้ว ให้มีความพร้อมมากขึ้นสำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Exchange)

 

ประพันธ์ กล่าวเพิ่มว่า จุดเด่นที่สำคัญที่สุดคือ กองทุนไม่ได้ให้เพียงแค่เม็ดเงิน แต่มีทีมงานวาณิชธนกิจ (In-house IB) ของกองทุนเอง เข้าไปช่วยบ่มเพาะ จัดระบบ และเตรียมความพร้อมให้กับบริษัทอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันให้ธุรกิจเติบโตและสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (เช่น LiVEx, mai หรือ SET) ได้ในอนาคต

 

เป้าหมายและการขยายฐานผู้ลงทุน

 

ประพันธ์ คาดการณ์ว่า ในปี 2569 จะมีบริษัทเข้าจดทะเบียนเพิ่มอีกประมาณ 3-5 บริษัท (ไม่รวม 2 บริษัทที่เข้าในช่วงต้นปีแล้ว) โดยเป้าหมายหลักไม่ใช่เพียงจำนวนบริษัท แต่คือความยั่งยืนของ Ecosystem 

 

ทั้งนี้ LiVEx จะให้ความสำคัญกับการขยายฐานผู้ลงทุน โดยเฉพาะกลุ่ม High Net Worth และผู้ลงทุนที่เข้าใจความเสี่ยง (High Risk High Return) ผ่านการสร้างความเข้าใจในบทบาทของตลาดหลักทรัพย์อย่างต่อเนื่อง

 

“การสร้าง LiVEx และ LiVE Platform เป็นการลงทุนเพื่อสร้างรากฐานให้เศรษฐกิจไทย โดยมุ่งหวังให้เกิด Inclusiveness ในตลาดทุน และเพิ่มสัดส่วนธุรกิจกลุ่ม New Economy ให้มากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียวอย่างแท้จริง” ประพันธ์กล่าวทิ้งท้าย

 

 
  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories