ใครที่เคยไปออสเตรเลียอาจคุ้นเคยกับ Yo-Chi Frozen Yogurt (โย-ชิ) ร้านโฟรเซ่นโยเกิร์ตเจ้าดังขวัญใจ Gen Z ซึ่งเริ่มต้นจากเมืองเมลเบิร์นตั้งแต่ปี 2012 ก่อนจะขยายสาขาไปยังหลายประเทศ และล่าสุดก็ถึงคิวประเทศไทยแล้ว โดยแบรนด์เลือกปักหมุดสาขาแรกที่ centralwOrld ชั้น 2 โซน Groove
แต่ความน่าสนใจของ Yo-Chi ไม่ได้มีแค่โฟรเซ่นโยเกิร์ต เพราะแบรนด์อยากให้ที่นี่เป็นมากกว่าร้านของหวาน เป็นพื้นที่แฮงก์เอาต์ที่ทุกคนสามารถแวะมานั่งชิล พบปะเพื่อน หรือใช้เวลาอยู่ด้วยกันได้โดยไม่ต้องพึ่งแอลกอฮอล์ ซึ่ง Oliver Allis ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ ถึงกับให้นิยาม Yo-Chi ว่าเป็น ‘ผับที่ไม่มีเบียร์’ จะนัดเพื่อนมานั่งเมาท์หลังเลิกงาน แวะเติมความหวานระหว่างวัน หรือใช้เป็นจุดแวะสุดท้ายก่อนกลับบ้านก็ได้เหมือนกัน



สำหรับสาขาแรกในไทย ซึ่งถือเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดใน Southeast Asia ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น ผสมผสานวัสดุธรรมชาติอย่างงานไม้และกระเบื้องลายหินอ่อน พร้อมจัดพื้นที่นั่งไว้ให้ใช้เวลาภายในร้านได้อย่างสบายๆ
แถมที่นี่ก็มีกิมมิกสนุกๆ ซ่อนอยู่หลายมุม ตั้งแต่บาร์ท็อปปิ้ง กระจกที่เหมือนหน้าปกนิตยสาร และมีดีเจที่ช่วยเติมบรรยากาศให้ร้านดูมีชีวิตชีวา ที่พลาดไม่ได้คือ Mango Disco Ball หรือลูกบอลดิสโก้รูปมะม่วง ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับสาขาประเทศไทยเท่านั้น
ที่สำคัญ ร้านยังเปิดให้บริการยาวๆ ถึงเที่ยงคืน ใครที่อยากหาสถานที่นั่งเล่นกับเพื่อนหลังมื้อเย็น แต่ไม่อยากจบค่ำคืนที่บาร์ ก็มี Yo-Chi เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก



Oliver Allis
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแบรนด์ และผู้ร่วมก่อตั้ง
ส่วนโฟรเซ่นโยเกิร์ตของ Yo-Chi มาในรูปแบบ Self-Service ให้ทุกคนสนุกกับการครีเอตถ้วยโปรดได้เอง ตั้งแต่กดโยเกิร์ต เลือกท็อปปิ้ง ไปจนถึงกำหนดปริมาณตามใจชอบ ก่อนนำไปชั่งน้ำหนักเพื่อคิดราคา
สำหรับตัวโฟรเซ่นโยเกิร์ต แบรนด์เลือกใช้นมสดจากออสเตรเลียแทนการใช้นมผง โดยมีให้เลือกถึง 10 รสชาติ เริ่มจาก Signature Tart รสคลาสสิกที่เป็นซิกเนเจอร์ Salted Butterscotch, Cookies & Cream, Strawberry, Vanilla, Chocolate และ Matcha ส่วนใครชอบอะไรสดชื่นหน่อยก็มี Mango และ Coconut ซึ่งเป็นตัวเลือกวีแกน รวมถึง Acai ที่ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกด้วย
แต่ความสนุกยังไม่จบ เพราะบาร์ท็อปปิ้งของที่นี่มีให้เลือกมากกว่า 30 อย่าง ตั้งแต่สตรอว์เบอร์รีสดที่เตรียมใหม่ทุกวัน Cookie Dough สูตรซิกเนเจอร์ น้ำตก Nutella อุ่นๆ ไปจนถึง Mini Taiwanese Mochi ที่ช่วยเพิ่มเท็กซ์เจอร์หนึบๆ ให้กับโยเกิร์ต
และแน่นอนว่ามาเปิดในไทยทั้งที ก็ต้องมีอะไรพิเศษกันหน่อย เพราะ Yo-Chi ยังเตรียมท็อปปิ้งเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับสาขาประเทศไทยโดยเฉพาะ ทั้ง Thai Milk Tea Jelly, Thai Mango, Coconut Chips และ Pipo Fruit Jelly หรือเยลลี่ผลไม้ปีโป้ที่หลายคนคุ้นเคย เรียกว่าใครชอบจับคู่รสชาติแปลกใหม่ก็น่าจะสนุกกับการมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ไม่น้อย
ส่วนราคาก็คิดตามน้ำหนักที่ 73 บาทต่อ 100 กรัม จะตักน้อยหรือจัดเต็มท็อปปิ้งแค่ไหนก็เลือกได้ตามใจชอบ
ภาพ: Yo-Chi

