ช่วงนี้ใครแวะไปแถวท่าดินแดง นอกจากจะมีร้านอาหารเก่าแก่ที่คุ้นเคยอยู่แล้ว ยังมีร้านเล็กๆ ที่เราอยากชวนให้ลองแวะไป นั่นคือ Sang Slua Tea service หรือแสงสลัว ทีบาร์ลับที่ซ่อนตัวอยู่ริมถนน และค่อนข้างแตกต่างจากร้านชาที่เราเคยรู้จัก
เพราะแทนที่จะเดินเข้ามาสั่งชาแก้วโปรดแล้วนั่งดื่มตามปกติ ที่นี่อยากให้เราลองใช้เวลากับชาแต่ละชนิดมากขึ้น ผ่านการเสิร์ฟแบบ Tea Pairing ซึ่งมีทั้งชาร้อน ชาเย็น และขนมที่ออกแบบมาให้กินคู่กัน โดยแต่ละอย่างจะมีรสชาติและกลิ่นที่เชื่อมโยงกันอยู่
ที่นี่รับลูกค้าเพียงรอบละ 4 คน ทำให้ระหว่างเสิร์ฟสามารถพูดคุยกับคนชงได้โดยตรง จะถามเรื่องใบชา วิธีชง หรือทำไมถึงเลือกจับคู่กับขนมชนิดนั้นก็ได้ บรรยากาศจึงคล้ายการนั่งเคาน์เตอร์บาร์มากกว่าการมาคาเฟ่ทั่วไป

หมีและเนย สองผู้ก่อตั้ง


เบื้องหลังร้านเกิดจาก เนย-ศณัฐศรณ์ ลิ้มอัครอังกูร อดีตบาริสต้าที่เดินทางไปเรียนการทำขนมที่ออสเตรเลีย และ หมี-ถิรวัฒน์ โงสว่าง ที่มีประสบการณ์จากการเป็นบาร์เทนเดอร์ ทั้งสองจึงนำความรู้จากคนละสายมารวมกัน ตั้งแต่วิธีสกัดชา การเลือกวัตถุดิบ ไปจนถึงการจับคู่กลิ่นและรสชาติ
สิ่งที่น่าสนใจคือแสงสลัวไม่ได้พยายามทำให้การดื่มชากลายเป็นพิธีการที่ซับซ้อน แต่เลือกนำเทคนิคการทำเครื่องดื่มมาทดลองกับชา ทั้งการผสมชากับน้ำมะเขือเทศใส น้ำไผ่ น้ำมะพร้าว รวมถึงวัตถุดิบอื่นๆ ที่เราอาจไม่ค่อยเห็นในร้านชาทั่วไป ทำให้แต่ละแก้วมีคาแรกเตอร์ต่างกัน โดยยังมีรสของชาเป็นส่วนสำคัญ


The Vibe
พอเปิดประตูเข้ามาในร้าน บรรยากาศภายในตกแต่งค่อนข้างเรียบ ใช้สีขาว เทา และงานไม้เป็นหลัก มีเคาน์เตอร์บาร์ยาวเป็นพื้นที่หลักสำหรับนั่งดื่มชา อีกอย่างที่เข้ากับชื่อร้านคือการจัดแสงภายในให้ค่อนข้างสลัว แต่ยังมีแสงสว่างพอให้มองชาและขนมตรงหน้า



The Taste
หัวใจของการมาที่แสงสลัวคือ Tea Pairing ซึ่งแต่ละเซ็ตประกอบด้วยชาร้อน ชาเย็น ขนมหวาน และของกินคำเล็กๆ สำหรับปิดท้าย โดยชาร้อนสามารถเติมน้ำได้อีก 2-3 น้ำ ทำให้เราได้ลองสังเกตว่าชาชนิดเดียวกัน เมื่อชงซ้ำแล้วกลิ่นและรสชาติเปลี่ยนไปอย่างไร
สำหรับคนที่ชอบชากลิ่นดอกไม้และเครื่องเทศ มี Pairing Set A: Spices (470 บาท) เริ่มจากชาร้อน Yu Lan Xiang ชาอู่หลงที่มีกลิ่นดอกแมกโนเลียและโทนซิตรัส เสิร์ฟคู่กับ Chocolate Soybean ที่ใช้ช็อกโกแลต 75% ผสมกลิ่นจันทน์เทศและโรยผงถั่วเหลืองคั่วหรือคินาโกะ ก่อนเปลี่ยนมาดื่มชาเย็น Bamboo Water ที่ใช้มัทฉะจากชิซูโอกะผสมกับน้ำไผ่ เป็นเซ็ตที่มีทั้งกลิ่นดอกไม้ เครื่องเทศ และรสสดชื่นอยู่ด้วยกัน



ส่วน Pairing Set B: Woody (580 บาท) จะมีคาแรกเตอร์เข้มขึ้น เริ่มจาก Bai Rui Xiang ชาอู่หลงที่มีกลิ่นโทนไม้ สมุนไพร และกลิ่นคล้ายใบยาสูบอ่อนๆ กินคู่กับ Date & Walnut ที่นำอินทผลัมมาเสิร์ฟกับโยเกิร์ตเนื้อข้นและวอลนัตอบ
แต่แก้วที่น่าสนใจของเซ็ตนี้คือ Tomato Lapsang Souchong ซึ่งนำชาดำกลิ่นรมควันมาผสมกับน้ำมะเขือเทศใส และบ๊วยญี่ปุ่นรมควัน ทำให้มีทั้งกลิ่นควัน รสเปรี้ยวและเค็มอยู่ในแก้วเดียว เป็นตัวอย่างที่เห็นชัดว่าความรู้จากโลกค็อกเทลสามารถนำมาใช้กับชาได้อย่างไร
ก่อนจบแต่ละเซ็ต ร้านยังมี Koume บ๊วยญี่ปุ่นที่นำเมล็ดออกแล้วคลุกกับพริกเกลือ ซึ่งช่วยเปลี่ยนรสสัมผัสในปากหลังจากดื่มชามาหลายแก้ว เราว่าน่าสนใจของการเสิร์ฟแบบนี้คือ การได้ลองชิมชาและขนมสลับกัน แล้วสังเกตว่ารสชาติของแต่ละอย่างเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อกินคู่กัน แทนที่จะดื่มชาแต่ละแก้วแยกจากกันเหมือนที่คุ้นเคย
สำหรับใครที่ไม่ได้อยากดื่มชาเป็นเซ็ต ที่นี่ก็มีเมนูให้สั่งแยกเช่นกัน ทั้งชาร้อนที่มีให้เลือกตั้งแต่ชาเขียว ชาเหลือง ชาอู่หลง ไปจนถึงชาดำ ส่วนชาเย็นจะสนุกขึ้นอีกหน่อย เพราะร้านนำชามาผสมกับวัตถุดิบต่างๆ


Good for
เราว่าที่นี่เหมาะกับคนที่ชอบดื่มชาอยู่แล้วหรืออยากลองชาที่ต่างจากเดิม รวมถึงคนที่ชอบประสบการณ์ เพราะเราจะได้เห็นขั้นตอนการชงและพูดคุยเรื่องรสชาติอย่างใกล้ชิด ถึงจะไม่ได้มีความรู้เรื่องชามาก่อนก็มาได้เหมือนกัน เพราะแต่ละเซตถูกจัดมาให้ลองชิมและทำความรู้จักรสชาติไปทีละอย่าง โดยไม่จำเป็นต้องรู้จักใบชาทุกชนิด
และด้วยจำนวนเพียง 4 ที่นั่งต่อรอบ ที่นี่จึงเหมาะกับวันที่อยากใช้เวลากับเครื่องดื่มสักหน่อย มากกว่าการแวะซื้อชาแล้วรีบออกไปทำอย่างอื่นต่อ
Sang Slua Tea service
Location: ถนนท่าดินแดง
Open: เปิดทุกวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 11.00 / 13.00 / 15.00 น. (ปิดวันจันทร์-พุธ)
Contact: Sang Slua
Parking: จอดริมถนนตามช่วงเวลาที่อนุญาต
Budget: ราคา 200-500 บาทต่อคน

