×

Mandarin Oriental, Bangkok โรงแรมระดับตำนานในวัย 150 ปี ที่ยังสง่างามในปัจจุบัน

03.10.2026
  • LOADING...
ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม

HIGHLIGHTS

  • โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ไม่ได้ฉลองด้วยการหันกลับไปมองอดีตเพียงอย่างเดียว แต่เลือกเดินหน้าต่อด้วยการปรับโฉม Garden Wing พร้อมนำสีเขียวศิลาดลมาเป็นหนึ่งในรายละเอียดสำคัญของปีครบรอบ ครั้งนี้เราเลยกลับมาเช็กอินและพักในห้องสวีต เพื่อดูว่าโรงแรมซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี 1876 จะพาตัวเองเข้าสู่วัย 150 ปีอย่างไร

เวลาได้ยินว่าโรงแรมหนึ่งมีอายุถึง 150 ปี ภาพแรกที่นึกถึงอาจเป็นความขรึม ความเก่า หรือสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์จนให้ความรู้สึกเหมือนเข้าไปชมมากกว่าเข้าไปพัก แต่ความรู้สึกนั้นกลับไม่ค่อยเกิดขึ้นกับ Mandarin Oriental Bangkok หรือ ‘โอเรียนเต็ล’ ที่คนไทยเรียกกันติดปาก โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1876 ผ่านการเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ มาหลายยุค ทั้งยังเคยต้อนรับแขกคนสำคัญหลายคน ตั้งแต่นักเขียนอย่าง Joseph Conrad และ Somerset Maugham ไปจนถึงคนดังจากหลากหลายวงการ แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเราไม่ใช่เพียงรายชื่อคนดังที่เคยมาพัก หากเป็นคำถามที่ว่าโรงแรมที่มีอดีตมากขนาดนี้จะทำอย่างไรให้คนยังรู้สึกว่าน่าพัก และอยากกลับมาอีกในยุคปัจจุบัน

 

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 1

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 2

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 3

 

Why here?

 

หนึ่งในเหตุผลที่น่ากลับมาโอเรียนเต็ลในปีนี้คือการเผยโฉม Garden Wing หลังการปรับโฉมใหม่ โดยได้ Jeffrey Wilkes จาก DESIGNWILKES มาดูแลงานออกแบบ และตีความความคลาสสิกของโรงแรมให้ร่วมสมัยขึ้น

 

สีที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นคือ Celadon Green หรือสีเขียวศิลาดล เฉดสีเขียวอ่อนซึ่งมีต้นทางจากสีเคลือบของเครื่องศิลาดลโบราณในเอเชีย และกลายเป็นหนึ่งในการออกแบบของ Mandarin Oriental ในช่วงที่ผ่านมา

 

แต่สิ่งที่เราชอบคือ แม้โรงแรมจะมีเหตุผลมากมายให้ตัดสินใจปรับปรุงใหม่ในวาระ 150 ปี ทว่าพื้นที่ที่เป็นภาพจำอย่าง Authors’ Lounge ยังคงทำหน้าที่เป็นห้องรับแขกช่วงบ่ายสำหรับนั่งจิบน้ำชา

 

ส่วน Bamboo Bar พอตกกลางคืนก็ยังเต็มไปด้วยเสียงดนตรีแจ๊ส คนนั่งดื่ม และบรรยากาศแบบเดิมเหมือนตอนมากับครอบครัว เราว่านั่นทำให้การเดินอยู่ในโรงแรมมีทั้งความรู้สึกคุ้นเคยและความรู้สึกใหม่เกิดขึ้นพร้อมกัน และอาจเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สถานที่อายุ 150 ปีแห่งนี้ยังไม่รู้สึกล้าสมัย

 

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 4

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 5

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 6

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 7

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 8

 

Worth it

 

ครั้งนี้เราพักยัง Chao Phraya Suite ห้องสวีตหนึ่งห้องนอนขนาด 83 ตารางเมตร ซึ่งหลังจากใช้เวลาอยู่จริงแล้ว สิ่งที่ชอบไม่ใช่เพียงเรื่องขนาด แต่เป็นวิธีการแบ่งพื้นที่ที่ทำให้ห้องมีความรู้สึกคล้ายบ้านพักมากกว่าห้องโรงแรม

 

ภายในแยกพื้นที่นั่งเล่น ห้องนอน และมุมรับประทานอาหารสำหรับ 4 คนออกจากกัน มี Service Pantry สำหรับรองรับการเสิร์ฟอาหาร รวมถึง Walk-in Dressing Area ส่วนห้องน้ำใช้หินอ่อนและมีทั้ง Walk-in Shower กับอ่างสำหรับแช่ตัว เป็นห้องที่ต่อให้พักหลายคืนก็ยังมีพื้นที่ให้แต่ละกิจกรรม แบบที่ไม่ต้องใช้ชีวิตทุกอย่างอยู่รอบเตียง

 

ส่วนที่เราชอบที่สุดคงเป็นหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานและระเบียงส่วนตัว ที่หันออกไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา วิวตรงนี้ไม่ได้หยุดนิ่งเลย ตั้งแต่ช่วงเช้าที่เรือเริ่มวิ่งไปมา กลางวันที่แม่น้ำคึกคัก ไปจนถึงช่วงเย็นที่แสงที่ตรงกับทิศตะวันตกพอดี และการมีระเบียงทำให้ห้องไม่ได้แค่เห็นวิวแม่น้ำผ่านกระจก แต่สามารถออกไปนั่งใช้เวลากับวิวตรงหน้าได้จริงๆ รายละเอียดการตกแต่งยังคงอิงกับความเป็นไทย ทั้งงานศิลปะ ลวดลาย และสีของผ้า แต่ตีความออกมาแบบร่วมสมัยขึ้น จึงไม่รู้สึกเหมือนห้องโรงแรมไทยแบบดั้งเดิม

 

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 9

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 10

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 11

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 12

 

อีกสิ่งที่ทำให้การพัก 3 วัน 2 คืน รอบนี้รู้สึกเต็มขึ้นมาก คือเราแทบไม่ได้ออกจากโรงแรมเลย เพราะตั้งใจใช้เวลาเก็บประสบการณ์ห้องอาหารให้ครบ ตั้งแต่มื้อที่ Anne-Sophie Pic at Le Normandie ซึ่งเป็นบทใหม่ของ Le Normandie ร้านอาหารฝรั่งเศสเก่าแก่ของโรงแรม ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของ Anne-Sophie Pic และได้รับ 2 ดาวมิชลิน เมนูยังคงยึดพื้นฐานอาหารฝรั่งเศส แต่ตีความผ่านแนวคิดแบบที่เป็นลายเซ็นของเชฟ ทำให้ร้านนี้ไม่ได้รู้สึกเหมือนแค่การรีแบรนด์ของ Le Normandie เดิม แต่เป็นการพาร้านเก่าเข้าสู่บทใหม่อย่างจริงจัง

 

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 13

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 14

 

อีกมื้อเราเลือกข้ามเรือไปที่ Baan Phraya ห้องอาหารไทยในเรือนไม้อายุกว่าร้อยปีฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ ซึ่งเดิมเคยเป็นบ้านของพระยามไหสวรรย์และคุณหญิงเลื่อน มไหสวรรย์ ก่อนถูกนำกลับมาใช้เป็นพื้นที่เล่าเรื่องอาหารไทยร่วมสมัยผ่านฝีมือของ เชฟป้อม-พัชรา พิระภาค ที่หยิบทั้งอาหารพื้นถิ่นและอาหารชาววังมาตีความใหม่ จุดที่ทำให้มื้อนี้ต่างจากห้องอาหารอื่นไม่ใช่แค่อาหาร แต่เป็นการนั่งกินอยู่ในบ้านเก่าริมน้ำที่ยังเก็บโครงสร้างไม้สักและรายละเอียดดั้งเดิมเอาไว้ ทำให้บรรยากาศของมื้ออาหารมีเรื่องราวไปพร้อมกับรสชาติ

 

ส่วนอีกห้องที่เราแวะคือ The China House by Chef Fei ซึ่งมาในทิศทางอาหารจีนกวางตุ้งและเฉาซานมากขึ้น ภายใต้การดูแลของ Chef Fei เมนูเน้นรสชาติแบบดั้งเดิม แต่ปรับให้ร่วมสมัยขึ้น พร้อมทั้งมี Tea Bar และ Cocktail Bar แยกเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ทำให้มื้อนี้มีคาแรกเตอร์ต่างจากสองร้านแรกค่อนข้างชัด

 

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 15

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 16

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 17

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 18

 

เรายังแวะไป The Oriental Spa ที่อยู่ในเรือนไม้ ซึ่งยังคงหยิบศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบเอเชียมาผสมกับเทคนิคสมัยใหม่อยู่ในบรรยากาศที่สงบมาก

 

เราว่าจุดแข็งของโอเรียนเต็ลวันนี้คือการที่โรงแรมไม่ได้มีแค่ของเก่าให้กลับไปคิดถึง แต่มีเหตุผลใหม่ๆ ให้ใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้ทั้งวัน ตั้งแต่ห้องพัก ร้านอาหาร ไปจนถึงสปา โดยทั้งหมดก็ยังเชื่อมกลับไปหาบุคลิกเดิมของโรงแรมได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

ภาพโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงถึงความสง่างาม 19

 

Good for

 

ใครที่ชอบโรงแรมซึ่งมี sense of place ชัดเจน และอยากให้สถานที่ที่พักมีเรื่องราวมากกว่าแค่ห้องสวย รวมถึงคนที่กำลังมองหาการ Staycation ริมแม่น้ำสำหรับโอกาสพิเศษ และตั้งใจใช้เวลาอยู่ในโรงแรมจริงๆ

 

ส่วนใครที่ไม่ได้กลับมาโอเรียนเต็ลมาหลายปี ปีที่โรงแรมมีอายุครบ 150 ปี อาจเป็นช่วงที่ดีที่จะกลับมาอีกครั้ง เพราะความน่าสนใจของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่การพยายามทำทุกอย่างให้ดูใหม่ แต่อยู่ที่การรู้ว่า อะไรควรเปลี่ยน และอะไรดีอยู่แล้วจนไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปซะหมด

 

Mandarin Oriental Bangkok

Location: ซอยเจริญกรุง 40 กรุงเทพฯ

Budget: เริ่มต้นที่ 25,000++ บาทต่อคืน (ราคาปรับเปลี่ยนตามประเภทห้องพักและช่วงเวลา)

Website: https://www.mandarinoriental.com/en/bangkok/chao-phraya-river

Facebook: https://www.facebook.com/MandarinOrientalBangkok

Instagram: https://www.instagram.com/mo_bangkok/

 


 

 
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories