บทสัมภาษณ์: KAWS:HOLIDAY THAILAND ศิลปะระดับโลกที่กำลังจะมาเยือนไทย
ในเดือนพฤษภาคมนี้ ประเทศไทยรอต้อนรับผลงานศิลปะระดับโลกครั้งสำคัญ เมื่อ KAWS:HOLIDAY THAILAND จะเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 13-25 พฤษภาคม 2568 โดยการนำของศิลปินระดับโลกอย่าง KAWS ร่วมกับ AllRightsReserved (ARR) และเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
KAW เป็นอาร์ตทัวร์ที่โด่งดังไปทั่วโลก จากการนำเสนอประติมากรรมเป่าลมขนาดยักษ์อย่าง Companion ที่มาในอิริยาบถพักผ่อนที่เริ่มออกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วโลกตั้งแต่ปี 2018 ไม่ว่าจะเป็นโซล ไทเป ฮ่องกง โตเกียว สิงคโปร์ และเมลเบิร์น และครั้งนี้ถึงคิวของประเทศไทย หลังจากที่ครั้งหนึ่งเคยมาเยือนในงาน BFF เมื่อปี 2016
เต้-บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
และ พอร์ช่า โซ ผู้อำนวยการแห่งออลไรท์รีเซิร์ฟ (ARR)
ครั้งนี้เรามีโอกาสพูดคุยกับ เต้-บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ผู้ริเริ่มโครงการ และ พอร์ช่า โซ ผู้อำนวยการแห่งออลไรท์รีเซิร์ฟ (ARR) เรื่องการนำงานศิลปะชิ้นสำคัญนี้มาสู่ประเทศไทย ความพิเศษและความพิถีพิถันของการจัดแสดงที่คนไทยจะได้สัมผัส รวมถึงมุมมองของทั้งสองมีต่อวงการศิลปะร่วมสมัยของไทยที่กำลังเติบโต
Brian Donnelly
อยากถามคุณเต้ถึงแรงบันดาลใจที่อยากให้มี KAWS:HOLIDAY ในประเทศไทย?
บรม: มันเป็นความฝันมาตลอดที่จะได้ร่วมงานกับ KAWS และ ARR ซึ่งเราโชคดีมากที่เคยร่วมมือกับพวกเขาตั้งแต่ปี 2016 ตอนที่เราเปิดตัว BFF ในไทย ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสดีอีกครั้งที่จะได้ร่วมงานกันในระดับนี้
สำหรับเราที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เราทำหน้าที่เป็นออร์แกไนเซอร์ในประเทศ เมื่อเราเห็นโครงการ KAWS:HOLIDAY เริ่มต้นในปี 2018 และเดินทางไปทั่วโลก ผมก็คิดเสมอว่าสักวันหนึ่งน่าจะมาถึงเมืองไทยบ้าง ผมคิดว่าแนวคิด HOLIDAY เป็นไอเดียที่เหมาะมากสำหรับประเทศไทย เพราะคนส่วนใหญ่มองว่าไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการพักผ่อน
สิ่งที่จุดประกายให้ผมจริงๆ คือทุกอย่างที่เราทำที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เราไม่ได้แค่พยายามทำให้เราเป็นศูนย์การค้าที่ดี แต่เรายังคิดเสมอว่าจะช่วยเหลือประเทศไทยและกรุงเทพฯ ได้อย่างไร เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราถนัดคือเรื่องศิลปะ ซึ่งเราทำมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปีแล้ว ผมพบว่าศิลปะมีอิทธิพลมากในวัฒนธรรมเมือง และเป็นสิ่งเชื่อมโยงที่ดีระหว่างเรากับผู้คน
แล้วคุณละพอร์ช่าคุณมองว่า KAWS มีความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมไทยอย่างไร เพราะเหตุใดประเทศไทยจึงเป็นจุดหมายที่เหมาะสมสำหรับ KAWS:HOLIDAY?
พอร์ช่า: อย่างที่คุณเต้พูดไป ไทยเป็นสถานที่เหมาะมากสำหรับการพักผ่อน เวลาคนคิดถึงวันหยุด ประเทศไทยมักติด 1 ใน 3 เสมอ การทัวร์ของ KAWS:HOLIDAY ที่ผ่านมาได้ไปจัดแสดงในหลายที่ เรามักจะเลือกสถานที่ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ และมีมรดกทางวัฒนธรรม เราจึงคิดว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เราอยากมา หลังจากผ่านไป 6 ปี เราคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ควรวางแผนให้ KAWS:HOLIDAY มาจัดที่นี่
Q: อยากรู้ว่าพวกคุณใช้หลักเกณฑ์ในการเลือกสถานที่จัดวาง Companion ในเมืองไทยอย่างไร?
บรม: สิ่งสำคัญมากคือเราต้องเลือกสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เป็นสถานที่ที่ผู้คนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ได้เพราะมันเป็นศิลปะสาธารณะ (Public Art) สำหรับเราในฐานะออร์แกไนเซอร์ของที่นี่ เกณฑ์สำคัญคือเราจะเลือกสถานที่ซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทยได้ดีที่สุดอย่างไร? ผมว่านั่นคือสิ่งสำคัญมาก มั่นใจได้เลยว่ามันจะเป็นสถานที่ที่คนทั่วโลกเห็นแล้วจำได้ว่านี่คือประเทศไทย
พอร์ช่า: ต้องบอกว่าการหาพื้นที่เป็นเรื่องท้าทายมาก ทีมงานต้องใช้เวลาและศึกษากันอย่างหนักเพื่อนำ KAWS:HOLIDAY มาถึงที่นี่
KAWS:HOLIDAY THAILAND
Q: จะมีกิจกรรมพิเศษบ้างไหมเพื่อให้คนไทยมีส่วนร่วมในงานนี้ นอกเหนือจากการชมผลงาน?
บรม: แน่นอนว่าเรามีโปรแกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ ซึ่งคนไทยจะได้สนุกกับโปรแกรมที่หลากหลายตั้งแต่เวิร์กช็อปไปจนถึงร้านกาแฟต่างๆ ส่วนของที่ระลึกหรือ Merchandise ก็มีแน่นอน ทั้งหมดจะเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้ตลอด 13 วัน
Q: การจัดงานครั้งนี้จะสนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์ของไทยอย่างไรบ้าง ได้ร่วมมือกับแบรนด์ไทยหรือคอมมูนิตี้ในบ้านเราเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์พิเศษบ้างไหม?
บรม: ผมคิดว่าศิลปะเป็นสื่อกลางที่ดีในการเชื่อมต่อกับวัฒนธรรมเมือง และหัวใจของวัฒนธรรมเมืองก็คือซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และการแสดงตัวตน สิ่งเหล่านี้สำคัญมากในวัฒนธรรมเมือง
เราเชื่อว่า KAWS:HOLIDAY ที่จะจัดแสดงที่นี่จะสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อซอฟต์พาวเวอร์ของไทย KAWS จะร่วมมือกับแบรนด์ไทย รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ผลิตและพัฒนาในบ้านเรา รวมถึงโปรแกรมต่างๆ ก็จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นไทยด้วย
Q: หลังงาน KAWS:HOLIDAY THAILAND จบลง เซ็นทรัล เอ็มบาสซี มีแผนจะสานต่อการสนับสนุนศิลปะร่วมสมัยอย่างไร เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมในระดับนานาชาติ?
บรม: เราทำเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรก หนึ่งในงานใหญ่ที่สุดของเราคือ BFF ในปี 2016 และเราเคยทำ 1,600 Pandas+ World Tour in Thailand ทั่วประเทศไทย ซึ่งประสบความสำเร็จมาก และตอนนี้ก็มี KAWS:HOLIDAY THAILAND เพราะผมมองว่าศิลปะเป็นส่วนสำคัญของสิ่งที่เราทำอยู่ แน่นอนครับว่าเราพร้อมที่จะสนับสนุนประเทศไทยในมิตินี้ต่อไป
Q: อยากถามคุณพอร์ช่าว่า จากประสบการณ์การจัดแสดงทั่วโลก คุณมองเห็นการเติบโตในวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย และโอกาสที่ไทยจะเป็นศูนย์กลางศิลปะในภูมิภาคเอเชียอย่างไรบ้าง?
พอร์ช่า: ประเทศไทยมีความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม มีผลงานศิลปะมากมายมาตั้งแต่อดีต แม้แต่ศิลปินรุ่นใหม่ที่เรากำลังร่วมงานด้วยก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก ฉันเห็นถึงการเติบโตของตลาดที่นี่ รวมถึงศักยภาพที่มีอยู่มากมายในเมืองไทย
บรม: แน่นอนว่าในเมืองไทยมีคนที่มีพรสวรรค์มากมาย และมีศิลปินที่ยอดเยี่ยมจำนวนมาก ยิ่งเราผลักดันร่วมกันก็จะยิ่งสร้าง Ecosystem ให้วงการศิลปะในประเทศไทยได้อย่างแน่นอน
ถ้ามองย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้วจนถึงตอนนี้ จะเห็นว่าวงการศิลปะเติบโตขึ้นมาก เราสามารถเป็นจุดหมายปลายทางที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนอยากมาเสพงานศิลปะ ไม่ใช่แค่ศิลปะนานาชาติ แต่รวมถึงศิลปะท้องถิ่นด้วย เพราะเรามีศิลปินในประเทศที่น่าสนใจจำนวนมาก
KAWS:HOLIDAY ประเทศอื่นๆ
Q: เราคุยกันถึงสิ่งที่เรามี ตอนนี้อยากถามถึงสิ่งที่เมืองไทยยัง ‘ไม่มี’ และควรต้องมีเพิ่มเติมบ้าง เพื่อทำให้การเป็นศูนย์กลางศิลปะเกิดขึ้นได้จริง?
บรม: ผมคิดว่า Ecosystem เป็นสิ่งสำคัญ หลายสิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลาในการสร้าง หลายประเทศที่คุณเห็นว่ามีบทบาทด้านศิลปะที่โดดเด่น ทั้งระดับเมืองหรือประเทศล้วนใช้เวลาในการพัฒนา ผมจึงคิดว่า Ecosystem และสิ่งพื้นฐานเป็นเรื่องสำคัญมาก
เพราะแม้คุณจะมีพรสวรรค์ แต่ถ้าไม่มีการสนับสนุนหรือ Ecosystem ที่ดี ก็ยากมากที่จะขยายหรือเติบโต ผมคิดว่าไม่ใช่ว่าเราไม่มีเลย แต่มันเป็นขั้นตอนการเติบโตที่เราต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง และทำให้แน่ใจว่าพื้นฐานและ Ecosystem สำหรับวงการศิลปะจะเติบโตขึ้นจริง
พอร์ช่า: ฉันขอเสริมว่าการที่ KAWS คิดจะนำงานของเขากลับมาที่ไทยหลังจากหลังผ่านไป 10 ปีนี่ก็ถือเป็นสิ่งที่บอกอะไรได้มาก เพราะมันบอกถึงการเชื่อมโยงทางศิลปะระหว่างประเทศไทยกับศิลปะระดับโลกและศักยภาพของเรา
Q: สำหรับผู้ที่สนใจศิลปะแต่อาจยังไม่คุ้นเคยกับงานของ KAWS มากนัก คุณมีคำแนะนำอย่างไรในการเข้าชมเพื่อให้ได้อรรถรสมากที่สุด?
บรม: สิ่งพิเศษเกี่ยวกับ KAWS คืองานศิลปะของเขาสื่อสารกับคนทุกวัย ซึ่งผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องพิเศษมาก ไม่ใช่ทุกคนจะทำแบบนั้นได้
ผมเชื่อว่า KAWS:HOLIDAY THAILAND เป็นอีกก้าวใหญ่ที่จะทำให้เราได้รู้จักงานศิลปะสาธารณะ และงานไฟน์อาร์ตที่อยู่ในระดับแถวหน้าของโลกศิลปะ มันจึงเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับคนไทยที่จะมีส่วนร่วมงานนี้ และได้สำรวจตนเองผ่านงานศิลปะสาธารณะแบบนี้ ผมว่ามันจะสนุกและสร้างแรงบันดาลใจได้ดีมากๆ ครับ
อ่านบทความฉบับเต็มต่อได้ที่: https://thestandard.co/life/kaws-holiday-13-25-may-2025