×

haus VE/LA แฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ในซอยสุขุมวิท 53 บ้านที่เล่าเรื่องราวของแบรนด์

28.07.2026
  • LOADING...
ภาพบรรยากาศภายใน haus VE/LA แฟล็กชิปสโตร์ที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ

HIGHLIGHTS

  • จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในมุมร้านขายอุปกรณ์ศิลปะเมื่อ 5 ปีก่อน วันนี้ VE/LA เปิดตัว haus VE/LA แฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกในซอยสุขุมวิท 53 พื้นที่ที่แบรนด์นิยามว่าเป็น “บ้าน” มากกว่าร้านกาแฟ ถ่ายทอดเรื่องราวตลอดการเดินทางผ่านงานสถาปัตยกรรม รายละเอียดงานคราฟต์ เมนูเอ็กซ์คลูซีฟ The Archives ทั้ง 5 แก้ว

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา VE/LA เปิดร้านมาแล้วหลายสาขา แต่ไม่เคยมีสักแห่งที่แบรนด์เรียกว่า “บ้าน”

 

จนกระทั่งวันนี้ haus VE/LA แฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ในซอยสุขุมวิท 53 พื้นที่ที่รวบรวมทุกสิ่งที่หล่อหลอม VE/LA ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดการชงกาแฟ งานออกแบบ สมุดสเกตช์ เมนูที่บันทึกเหตุการณ์สำคัญในแต่ละปี หรือแม้แต่ความทรงจำเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดของบ้านหลังนี้

ประเด็นสำคัญ

 

 

 

 

หากคาเฟ่หลายแห่งถูกสร้างขึ้นเพื่อให้คนรีบสั่ง รีบดื่ม และรีบไป haus VE/LA กลับชวนให้เราทำตรงกันข้าม คือค่อยๆ ใช้เวลาอยู่กับพื้นที่ตรงหน้าให้นานกว่าที่ตั้งใจ

 

เราขอเล่าย้อนกลับไปในปี 2021 แบรนด์ VE/LA เริ่มต้นจาก Espresso Bar ขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมหนึ่งของร้านขายอุปกรณ์ศิลปะในสุขุมวิท 42 ผู้ก่อตั้ง พีท-กษิดิศ ประสิทธิ์รัตนพร ในวัยเพียง 16 ปี ตั้งใจทำ Specialty Coffee ที่เข้าถึงง่ายแต่ใส่ใจในรายละเอียด ตั้งแต่เมล็ดกาแฟ Dawn และ Dusk ไปจนถึงการชวนให้ลูกค้าเลือกช่วงเวลาของตัวเองผ่านรสชาติของกาแฟ

 

จากร้านเล็กๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนต่อแถวยาวออกมานอกร้าน วันนี้ VE/LA เติบโตจนมีหลายสาขา รวมถึงสาขาที่ต่างประเทศด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นคือพื้นที่ที่รวบรวมเรื่องราวทั้งหมดของแบรนด์ไว้ในที่เดียว

 

ทำให้ haus VE/LA จึงไม่ใช่เพียงแฟล็กชิปสโตร์ แต่เป็นบทสรุปของการเดินทางตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

 

ภาพบรรยากาศภายใน haus VE/LA แฟล็กชิปสโตร์ที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ 1ภาพบรรยากาศภายใน haus VE/LA แฟล็กชิปสโตร์ที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ 2ภาพบรรยากาศภายใน haus VE/LA แฟล็กชิปสโตร์ที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ 3

 

The Vibe

 

บรรยากาศของสาขานี้ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปคาเฟ่ร่วมสมัยที่เปี่ยมด้วยความอบอุ่น ไฮไลต์แรกคือหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ ในช่วงบ่าย แสงจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นไฟโทนอุ่นคล้ายแสงเทียน เพิ่มมู้ดสโลว์ไลฟ์

 

อีกมุมที่เราใช้เวลานานกว่าที่คิดคือ Coffee Table ใจกลางร้าน ที่รวบรวมสมุดสเก็ตช์ โลโก้เวอร์ชันแรก และบันทึกต่างๆ ของ VE/LA ราวกับเปิดแฟ้มประวัติของแบรนด์ให้ทุกคนได้พลิกดู

 

และอย่าลืมแวะไปที่ hardcopy ตู้ถ่ายภาพใต้บันไดวนไม้ ซึ่งจะพิมพ์รูปออกมาในรูปแบบใบเสร็จ

 

ภาพบรรยากาศภายใน haus VE/LA แฟล็กชิปสโตร์ที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ 4ภาพบรรยากาศภายใน haus VE/LA แฟล็กชิปสโตร์ที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ 5ภาพบรรยากาศภายใน haus VE/LA แฟล็กชิปสโตร์ที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ 6

 

The Taste

 

แน่นอนว่ามีสิ่งที่ทำให้การมา haus VE/LA แตกต่างจากสาขาอื่น คือตัวเมนูเครื่องดื่ม Exclusive 5 แก้วพิเศษในซีรีส์ ‘The Archives’ ที่สร้างขึ้นเพื่อบันทึกเหตุการณ์สำคัญในแต่ละปีของแบรนด์ ผ่านรสชาติและเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ รวมถึงเบเกอรีที่ออกแบบมาอย่างมีกิมมิก

 

ครั้งนี้เราได้ลอง 3 เมนู ส่วนแก้วที่เราชอบที่สุดคือ The Affair (195 บาท) เมนู Earl Grey Matcha ที่นำชาเอิร์ลเกรย์และมัทฉะมาเลเยอร์กันอย่างสวยงาม ดื่มแล้วจะได้ทั้งกลิ่นหอมของเบอร์กามอตและความนุ่มของมัทฉะในแก้วเดียว

 

ขณะที่ Sticky Situation (185 บาท) ให้รสชาติที่ชวนให้นึกถึงข้าวเหนียวมะม่วง ผ่านการผสมเอสเปรสโซ น้ำมะม่วง และครีมมะพร้าว ก่อนโรยข้าวคั่วด้านบน เพิ่มทั้งกลิ่นและเท็กซ์เจอร์ในทุกคำ

 

ภาพบรรยากาศภายใน haus VE/LA แฟล็กชิปสโตร์ที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ 7ภาพบรรยากาศภายใน haus VE/LA แฟล็กชิปสโตร์ที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ 8ภาพบรรยากาศภายใน haus VE/LA แฟล็กชิปสโตร์ที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ 9

 

ส่วน Sweet Sixteen (180 บาท) เป็นแก้วที่หยิบแรงบันดาลใจจาก Banoffee Pie มาถ่ายทอดผ่านกาแฟ Long Black ที่ท็อปด้วยครีมกล้วย คาราเมล และมีกล้วยกรอบด้านบน กลายเป็นเมนูที่ทั้งสนุกและดื่มง่ายกว่าที่คิด

 

สำหรับเบเกอรีเราได้ลอง Canvas Basque Cheesecake (300 บาท) ชีสเค้กเนื้อแน่นแต่ยังคงความละมุน ด้านบนเคลือบไวต์ช็อกโกแลต เสิร์ฟพร้อมสีและพู่กันที่ให้เราเพนต์ลวดลายของตัวเองได้ กับ Fat Kid Banana Bread (145 บาท) ที่หอมกล้วย เนื้อเค้กชุ่มฉ่ำ กินคู่กับกาแฟแล้วลงตัวพอดี

 

นอกจากเมนูเอ็กซ์คลูซีฟแล้ว ทางร้านยังมีเมนูกาแฟจากเมล็ด Dawn และ Dusk รวมถึงเครื่องดื่มและเบเกอรีที่คุ้นเคยให้เลือกครบเช่นกัน

 

ภาพบรรยากาศภายใน haus VE/LA แฟล็กชิปสโตร์ที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ 10ภาพบรรยากาศภายใน haus VE/LA แฟล็กชิปสโตร์ที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ 11ภาพบรรยากาศภายใน haus VE/LA แฟล็กชิปสโตร์ที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ 12

 

Good for

 

ไม่ว่าคุณจะตั้งใจมานั่งทำงาน อ่านหนังสือ นัดพูดคุยกับเพื่อน หรือเพียงแค่ต้องการแวะพักหลีกหนีความวุ่นวาย haus VE/LA ก็ถูกออกแบบมาเพื่อชะลอจังหวะชีวิตในวันธรรมดาให้ช้าลงอีกนิด ที่นี่จึงเหมาะมากสำหรับสายคาเฟ่ฮอปที่กำลังมองหาสเปซอบอุ่น โปร่งสบาย ใจกลางย่านสุขุมวิท

 

haus VE/LA

 

Location: ซอยสุขุมวิท 53 (หน้าคอนโด Chalermnit Art De Maison)

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.

Contact: VE/LA Bangkok 

Budget: ราคา 250-500 บาทต่อคน

Map: https://maps.app.goo.gl/PbENSQN39eqpBSBv5

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories