ที่ผ่านมา Whoop ถือเป็นเจ้าตลาดของ wearable สุขภาพแบบไม่มีหน้าจอที่นักกีฬาและคนรักสุขภาพจริงจังใช้กันมาหลายปี จุดขายคือวัดละเอียด ข้อมูลลึก แต่ถ้าอยากได้ข้อมูลที่ครบครันก็ต้องจ่ายค่า subscription รายปีประมาณหกพันบาท
ประเด็นสำคัญ
ล่าสุด Google เปิดตัว Fitbit Air มาแข่งตรงๆ ในราคาที่ถูกลงกว่าครึ่ง เป็น wearable สุขภาพแบบไม่มีหน้าจอเหมือนกัน คำถามคือ แล้วมันต่างกันยังไง และแบบไหนจะเหมาะกับเรามากกว่า?
ราคาที่ต่างกันอย่างชัดเจน
Fitbit Air ราคา $99.99 จ่ายครั้งเดียว แล้วฟีเจอร์หลักส่วนใหญ่ก็ใช้งานได้เลย ทั้ง heart rate, sleep tracking, SpO2 และข้อมูลสุขภาพพื้นฐานอื่นๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน ถ้าอยากได้ Google Health Coach ที่ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์และแนะนำเพิ่มเติม ก็จ่ายเพิ่ม $9.99 ต่อเดือน ซึ่งซื้อแล้วได้ทดลองใช้ฟรี 3 เดือน ถ้าชอบก็ไปต่อ ถ้าไม่อินก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

ส่วน Whoop 5.0 ไม่มีราคาตัวเครื่อง แต่ต้องสมัคร subscription ก่อนถึงจะได้อุปกรณ์มา แพ็กเกจถูกสุดชื่อ Whoop One อยู่ที่ $199 ต่อปี แต่ถ้าอยากได้ฟีเจอร์ครบหรืออุปกรณ์รุ่น MG ที่มี ECG ราคาอยู่ที่ $359 ต่อปี และที่สำคัญถ้าหยุดจ่าย subscription ฟีเจอร์หลักของอุปกรณ์ก็จะใช้งานต่อไม่ได้แบบเต็มรูปแบบ
เมื่อเทียบการใช้งาน 3 ปี ค่าใช้จ่ายของ Fitbit Air จะถูกกว่าการใช้แพ็กเกจเริ่มต้นของ Whoop ค่อนข้างมาก และยิ่งต่างชัดขึ้นเมื่อเทียบกับแพ็กเกจระดับสูงของ Whoop

ใครลึกกว่า ใครฉลาดกว่า
ทั้งสองตัววัดข้อมูลสุขภาพพื้นฐานได้ใกล้เคียงกัน ทั้ง heart rate ตลอดวัน, sleep stages, SpO2, HRV และ skin temperature แต่แนวทางการใช้ข้อมูลนั้นต่างกันพอสมควร
Whoop 5.0 เก็บข้อมูล biometric ถี่มาก และมีจุดเด่นด้านการวิเคราะห์ recovery กับ performance ที่ละเอียดกว่า โดยเฉพาะ Strain และ Recovery score ที่ช่วยบอกว่าวันนี้ร่างกายพร้อมรับภาระได้แค่ไหน และฟื้นตัวแล้วหรือยัง
ส่วน Fitbit Air ใช้ Gemini AI มาช่วยอ่านและอธิบายข้อมูลผ่าน Google Health Coach ซึ่งพูดคุยได้เหมือนถามเพื่อน พูดให้เข้าใจง่ายคือ Whoop ให้ข้อมูลที่ลึกและละเอียดกว่า แต่ Fitbit Air พยายามทำให้ข้อมูลสุขภาพเหล่านั้นเข้าใจง่ายกว่า

การใช้งานในชีวิตประจำวัน
Whoop 5.0 อยู่ได้ประมาณ 14 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ส่วน Fitbit Air อยู่ได้ประมาณ 7 วัน ทั้งสองตัวถูกออกแบบมาให้ใส่สบายและเบากว่าสมาร์ทวอชทั่วไปมาก โดยเฉพาะเวลานอนหรือใส่ติดตัวทั้งวัน
ด้านการกันน้ำ ทั้งคู่สามารถใส่ออกกำลังกายหรือใช้งานในชีวิตประจำวันได้สบาย แต่ Fitbit Air ดูจะเหมาะกับสายว่ายน้ำมากกว่าเล็กน้อย
แล้วใครเหมาะกับแบบไหน?
อันที่จริงไม่มีคำตอบที่ถูกต้องและตายตัว Whoop จะเหมาะกับคนที่ดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ต้องการข้อมูลที่ละเอียดที่สุดเท่าที่ wearable device จะให้ได้ และไม่มีปัญหากับค่าสมาชิกรายปี
ส่วนคนที่ไม่ได้ต้องการข้อมูลระดับนักกีฬาโปร แค่อยากรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้นสักนิด และไม่อยากผูกตัวเองกับค่าสมาชิกรายปี Fitbit Air น่าจะเป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายกว่า

