×

Nothing Phone (4b) สมาร์ทโฟน 13,999 บาท ที่ตรึงราคาในปีที่ต้นทุนหน่วยความจำดันราคาสมาร์ทโฟนทั้งตลาดให้สูงขึ้น

20.08.2026
  • LOADING...
ภาพสมาร์ทโฟน Nothing Phone (4b) สีขาว พร้อมข้อความราคา 13,999 บาท

ปีนี้เป็นปีที่ราคาสมาร์ทโฟนระดับกลางขยับขึ้นแทบทั้งตลาด เพราะต้นทุนหน่วยความจำสูงขึ้นตามความต้องการชิปจากศูนย์ข้อมูล AI ที่ดึงกำลังการผลิตไปจากอุปกรณ์ผู้บริโภค

 

 
 

ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว Nothing เปิดตัว Phone (4b) ในไทยด้วยราคา 13,999 บาท พร้อมสเปก RAM 8GB ความจุ 128GB เพียงรุ่นเดียว โดยเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ผ่าน Nothing Official Store และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ

 

เอกลักษณ์ที่ทำให้เครื่องนี้ต่างจากคู่แข่งในระดับราคาเดียวกันยังเป็นสองสิ่งที่แบรนด์รักษาไว้ตลอด นั่นคือดีไซน์กึ่งโปร่งใสกับแถบไฟด้านหลัง และชุดฟีเจอร์ AI ที่ฝังอยู่ในระบบปฏิบัติการแทนที่จะแยกเป็นแอปต่างหาก

 

ดีไซน์กึ่งโปร่งใส กับ Glyph Bar ที่ตั้งใจให้เป็นเครื่องมือ

 

งานออกแบบของ (4b) เป็นการนำเอกลักษณ์จากสองรุ่นพี่มารวมกัน โดยโครงสร้างส่วนบนมาจาก Phone (4a) Pro ขณะที่ความโปร่งใสของฝาหลังมาจาก Phone (4a)

 

ตัวเครื่องใช้โครงสร้าง Unibody ที่เชื่อมฝาหลังกับเฟรมเป็นชิ้นเดียว ผ่านวัสดุ Crystal-clear Soft Polymer ซึ่งทนแรงบิดได้มากขึ้น 20% จาก Phone (3a) Lite และผ่านมาตรฐาน IP64 มีให้เลือกสามสี ได้แก่ ขาว, ดำ และน้ำเงิน

 

ทว่าจุดที่น่าสนใจกว่างานดีไซน์คือ Glyph Bar หรือแถบไฟด้านหลัง ซึ่งหลายคนเข้าใจว่ามีไว้ประดับอย่างเดียว แต่ในรุ่นนี้ Nothing วางบทบาทให้เป็นเครื่องมือติดตามสถานะแบบเรียลไทม์

 

ภาพสมาร์ทโฟน Nothing Phone (4b) สีขาว พร้อมข้อความราคา 13,999 บาท 1

 

ยกตัวอย่างการเรียกรถผ่าน Grab แถบไฟจะค่อยๆ สว่างขึ้นจนเต็มเมื่อรถใกล้มาถึง ผู้ใช้จึงคว่ำหน้าจอลงได้โดยไม่ต้องคอยพลิกเครื่องขึ้นมาเช็กบ่อยๆ เช่นเดียวกับการนับเวลาถอยหลังและการดูเส้นทางแผนที่ที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน

 

อีกสองอย่างที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันคือไฟกะพริบนับถอยหลังก่อนกดชัตเตอร์ ซึ่งช่วยให้รู้จังหวะยิ้ม กับไฟสีแดงที่ติดขณะบันทึกวิดีโอ อันเป็นทางแก้ปัญหาลืมกดอัดที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิด ส่วนใครที่ไม่ถนัดดูจากด้านหลัง ก็เลือกดูสถานะเดียวกันผ่านหน้าจอ Always-on Display หรือแถบสถานะด้านหน้าได้เช่นกัน

 

อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้ขึ้นอยู่กับจำนวนแอปที่รองรับเป็นสำคัญ หากยังใช้ได้กับแอปกลุ่มเรียกรถและตั้งเวลาเป็นหลัก ผู้ใช้ที่ไม่ได้เรียกรถหรือจับเวลาบ่อยนักย่อมได้ประโยชน์ไม่เท่ากัน

 

ในทำนองเดียวกัน มาตรฐาน IP64 ครอบคลุมเพียงฝุ่นและละอองน้ำ ไม่ได้หมายรวมถึงการจุ่มลงน้ำ จึงยังต้องระวังการใช้งานในสภาพเปียกอยู่พอสมควร

 

กล้องที่เลือกทางสีธรรมชาติ กับชิปที่เน้นความสมดุล

 

กล้องหลังเป็นระบบกล้องคู่ ประกอบด้วยกล้องหลัก 50 ล้านพิกเซลพร้อมระบบกันสั่น OIS และกล้อง Ultra-wide 8 ล้านพิกเซลมุมกว้าง 119.5 องศา ส่วนกล้องหน้าอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 4K

 

สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นนี้คือเซนเซอร์วัดแสงโดยรอบแบบ 360 องศา ซึ่งเข้ามาช่วยลดปัญหาภาพกะพริบขณะถ่ายวิดีโอใต้แสงไฟ

 

นอกจากนี้ (4b) ยังเป็นรุ่นแรกที่ใช้ TrueLens Engine 4 อัลกอริทึมประมวลผลภาพที่ Nothing พัฒนาขึ้นเอง โดยเน้นเก็บโทนสีผิวให้ใกล้เคียงกับที่ตามองเห็น หลังอุตสาหกรรมผ่านช่วงที่ใช้ AI เร่งสีสันให้จัดจ้านเกินจริงมาแล้ว ซึ่งทิศทางนี้ทำงานร่วมกับโหมดหลักทั้ง Night Mode และ Portrait Mode

 

ภาพสมาร์ทโฟน Nothing Phone (4b) สีขาว พร้อมข้อความราคา 13,999 บาท 2

 

ด้วยเหตุนี้ ซอฟต์แวร์กล้องจึงถูกปรับใหม่ทั้งหมด พร้อมเพิ่ม AI Eraser ใน Nothing Gallery สำหรับลบสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากภาพ รวมถึงฟิลเตอร์โทนย้อนยุค 80s และ 90s และฟิลเตอร์ที่จำลองภาพระบบ VHS

 

ในบรรดาฟีเจอร์ทั้งหมด Camera Preset น่าจะถูกใจคนถ่ายภาพบ่อยที่สุด เพราะบันทึกการตั้งค่าทั้งระยะเลนส์, โหมดถ่าย และฟิลเตอร์ที่ชอบเอาไว้เรียกใช้ได้ในครั้งเดียว

 

มาที่ขุมพลัง ตัวเครื่องใช้ชิป Snapdragon 6 Gen 4 คู่กับแผงระบายความร้อน Vapor Chamber ขนาด 4,400 ตารางมิลลิเมตร ซึ่งกินพื้นที่ด้านหลังเกือบครึ่งหนึ่งของตัวเครื่อง นับเป็นการแก้ปัญหาเครื่องร้อนที่เคยเกิดขึ้นกับรุ่นก่อนๆ และเมื่อเทียบกับ Phone (3a) Lite ประสิทธิภาพ CPU ดีขึ้น 15% กราฟิกดีขึ้น 25% ขณะที่การประมวลผล AI ดีขึ้น 240%

 

หน้าจอเป็น Samsung AMOLED ขนาด 6.77 นิ้ว รีเฟรชเรต 120Hz ความสว่างสูงสุด 2,000 nits รองรับ HDR10+ และ Touch Sampling Rate สูงสุด 1,000Hz โดยตัวเลขความสว่างระดับนี้เพียงพอกับการใช้งานกลางแดดเมืองไทย

 

อีกส่วนที่ปรับตามเสียงผู้ใช้คือลำโพง ซึ่งอัปเกรดจากลำโพงเดี่ยวใน Phone (3a) Lite มาเป็นลำโพงคู่สเตอริโอแล้ว

 

สำหรับแบตเตอรี่ ตัวเครื่องให้ความจุมา 5,200mAh รองรับชาร์จเร็ว 33W และใช้งานได้สูงสุด 2 วัน ซึ่งถือว่าน้อยกว่าคู่แข่งหลายรายที่ขยับไปถึง 6,000mAh กันแล้ว

 

เหตุผลอยู่ที่การเลือกใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ SafeCell ซึ่งทนแรงกระแทกและลดความเสี่ยงการลุกไหม้ได้ดีกว่า แต่ต้องกินพื้นที่ภายในเครื่องมากกว่าปกติ Nothing จึงยอมลดความจุลงเพื่อแลกกับความปลอดภัย

 

ข้อสังเกตที่เหลืออยู่คือความจุ 128GB ที่มีให้เลือกแบบเดียวในไทย ซึ่งค่อนข้างตึงสำหรับคนที่ถ่ายวิดีโอ 4K เป็นประจำ

 

Nothing OS 4.1 กับชุดฟีเจอร์ Essential

 

ระบบปฏิบัติการเป็น Nothing OS 4.1 บน Android ที่ยังคงความเรียบและลื่นไหลตามสไตล์เดิม โดยจุดต่างของรอบนี้อยู่ที่การฝัง AI ลงไปในสถาปัตยกรรมของระบบ แทนที่จะจำกัดอยู่แค่การแต่งรูปหรือตัดต่อวิดีโอเหมือนหลายแบรนด์

 

เริ่มจาก Essential Key ปุ่มลัดที่ย้ายตำแหน่งจากขวาล่างในซีรีส์ 3 มาอยู่ด้านซ้ายบนของตัวเครื่อง หลังพบว่าผู้ใช้ชอบฟีเจอร์นี้แต่มักเผลอกดโดยไม่ตั้งใจ

 

การใช้งานทำได้หลายแบบ ตั้งแต่กดหนึ่งครั้งเพื่อแคปหน้าจอ กดสองครั้งเพื่อเข้า Essential Space ไปจนถึงกดค้างไว้เพื่อบันทึกเสียงเป็นโน้ตทันทีที่มีไอเดียผุดขึ้นมา

 

ภาพสมาร์ทโฟน Nothing Phone (4b) สีขาว พร้อมข้อความราคา 13,999 บาท 3

 

จากนั้นข้อมูลทั้งหมดจะไปรวมอยู่ใน Essential Space ยกตัวอย่างเมื่อแคปเจอร์รูปตั๋วเครื่องบิน ระบบจะอ่านข้อมูลแล้วบันทึกวันเดินทางลง Google Calendar พร้อมสร้างรายการที่ต้องทำให้โดยอัตโนมัติ

 

ต่อยอดไปที่ Essential Memory ซึ่งทำหน้าที่เป็นคลังความจำให้ค้นย้อนหลังได้เมื่อลืมว่าเคยบันทึกอะไรไว้ ส่วน Essential Search นั้นค้นได้ทั้งข้อมูลในเครื่องและคำตอบบนอินเทอร์เน็ต

 

ทั้งนี้ ฟีเจอร์ที่น่าจับตาที่สุดในชุดคือ Essential Voice ซึ่งออกแบบมาสำหรับการพูดยาวต่อเนื่องได้ถึง 10 นาที ต่างจากระบบพิมพ์ด้วยเสียงทั่วไปที่มักเพี้ยนเมื่อพูดยาว โดย AI จะตัดคำสร้อยที่ไม่จำเป็นออก เรียบเรียงประโยคให้อ่านง่าย และแก้คำผิดให้โดยอัตโนมัติ

 

ยิ่งไปกว่านั้น ฟีเจอร์นี้ยังแปลภาษาได้ เช่น พูดภาษาไทยแล้วให้แปลงเป็นภาษาอังกฤษก่อนส่ง หรือกดปุ่มสองครั้งเพื่อล็อกภาษาปลายทางไม่ให้ระบบสับสน โดยเรียกใช้ได้ทุกครั้งที่มีแป้นคีย์บอร์ดขึ้นบนหน้าจอ

 

ปิดท้ายชุดนี้ด้วย Essential Apps และ Playground ที่เปิดให้ผู้ใช้สร้างแอปหรือวิดเจ็ตของตัวเองด้วย AI โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ก่อนแบ่งปันให้คนอื่นในคอมมูนิตี้ดาวน์โหลดไปใช้ต่อได้

 

นอกเหนือจากชุด Essential ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่มาจากเสียงผู้ใช้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นอัลกอริทึมป้องกันหน้าจอเบิร์นบริเวณแถบสถานะ การเพิ่มความเร็วสแกนลายนิ้วมือ วิดเจ็ตฝึกหายใจและเสียงธรรมชาติ รวมถึงการเขียนจังหวะแอนิเมชันของระบบใหม่ทั้งหมด

 

กระนั้น ข้อสังเกตของส่วนนี้คือฟีเจอร์มีจำนวนมากพอสมควร ผู้ใช้ทั่วไปน่าจะต้องใช้เวลาเรียนรู้อยู่พักหนึ่งกว่าจะได้ประโยชน์ครบทุกตัว

 

ขณะที่ความแม่นยำของ Essential Voice กับภาษาไทย โดยเฉพาะการเรียบเรียงประโยคและการแปล ยังเป็นเรื่องที่ต้องรอผลจากการใช้งานจริงในระยะยาว

 

ภาพสมาร์ทโฟน Nothing Phone (4b) สีขาว พร้อมข้อความราคา 13,999 บาท 4

 

ราคา 13,999 บาท ในปีที่ทั้งอุตสาหกรรมเจอต้นทุนสูงขึ้น

 

ความต้องการชิปหน่วยความจำจากศูนย์ข้อมูล AI ทำให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั้งอุตสาหกรรมเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนในปีนี้ โดยข้อมูลจาก Counterpoint Research ประเมินว่าราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนทั่วโลกปี 2026 จะปรับขึ้นราว 6.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สูงกว่าที่เคยคาดไว้ที่ 3.6%

 

ผลที่ตามมาคือคู่แข่งในสเปกใกล้เคียงกันซึ่งทยอยเปิดตัวช่วงเดียวกันขยับราคาไปถึงระดับ 15,000 บาท การตรึงราคาไว้ที่ 13,999 บาทจึงเป็นจุดที่ Nothing ให้น้ำหนักเป็นพิเศษ

 

นอกจากนี้ ผู้ที่สั่งซื้อระหว่างวันที่ 21 สิงหาคม ถึง 13 กันยายน 2026 ยังได้รับประกันตัวเครื่องขยายเป็น 2 ปี มูลค่า 1,999 บาท

 

อีกจุดที่ยังคงไว้คือของแถมในกล่อง ทั้งเคสกันกระแทก สายชาร์จ และที่จิ้มถาดซิมที่ออกแบบใหม่ทุกรอบผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตหลายรายเริ่มตัดออกไปแล้ว

 

โดยรวม Phone (4b) เหมาะกับคนที่ให้น้ำหนักกับงานออกแบบที่ไม่เหมือนใคร และอยากลองฟีเจอร์ AI ที่ทำงานอยู่ในระบบมากกว่าจะเป็นแอปแยก

 

ภาพสมาร์ทโฟน Nothing Phone (4b) สีขาว พร้อมข้อความราคา 13,999 บาท 5

 

ส่วนคนที่มองหาความจุแบตเตอรี่สูงสุดหรือพื้นที่เก็บข้อมูลเยอะๆ ในงบเท่ากัน คงต้องชั่งน้ำหนักกับตัวเลือกอื่นในตลาด เพราะทั้งสองเรื่องเป็นจุดที่ Nothing เลือกแลกไปกับสิ่งอื่นอย่างชัดเจน

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories