เชื่อไหมว่าแค่การได้กลับบ้านเร็วหลังเลิกงาน ก็ทำให้เรามีความสุขได้แล้ว โดยเฉพาะในวันที่กำลังเก็บแก้วกาแฟ ปิดคอม สะพายกระเป๋า และนับถอยหลังอีกไม่กี่นาทีก็จะได้กลับบ้าน แต่จู่ๆ หัวหน้ากลับเดินมาพร้อมประโยคว่า “ช่วยทำงานด่วนแป๊บหนึ่งได้ไหม?” ความดีใจเมื่อครู่หายไปทันที เหลือเพียงความรู้สึกห่อเหี่ยวที่คนทำงานจำนวนมากน่าจะเข้าใจดี
เดี๋ยวนี้แค่การได้กลับบ้านตรงเวลา หรือดีกว่านั้นคือได้กลับบ้านเร็วหลังจากเสร็จธุระนอกบ้าน ได้กลายเป็นเรื่องพิเศษสำหรับคนเมืองไปแล้ว
ต้องยอมรับนะว่าชีวิตคนเมืองทุกวันนี้ไม่ได้เหนื่อยแค่จากงาน แต่ยังเหนื่อยจากการต้องรับมือกับข้อมูล ข่าวสาร การเปลี่ยนแปลง และความคาดหวังที่วิ่งเข้ามาตลอดเวลา บางคนตื่นมาพร้อมการแจ้งเตือนในโทรศัพท์ และจบวันด้วยอีเมลฉบับสุดท้ายก่อนนอน จนบางครั้งเราลืมไปว่าการมีเวลาว่างจริงๆ สักสองสามชั่วโมงในตอนเย็นนั้นมีค่ามากแค่ไหน
มนุษย์ต้องการช่วงเวลาที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของเวลาในชีวิตตัวเอง และหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดคือการมีเวลาเหลือหลังเลิกงาน ได้กินข้าวโดยไม่รีบ ได้ดูซีรีส์ตอนที่อยากดู ได้อ่านหนังสือสักสองสามหน้า ได้พาน้องหมาออกไปเดินเล่น หรือแค่นอนเล่นกับแมวบนโซฟาโดยไม่ต้องรู้สึกผิดว่าควรทำอย่างอื่นต่อ
น่าสนใจว่าความสุขจากการกลับบ้านเร็วไม่ได้เกิดจากการได้ทำอะไรเป็นพิเศษ แต่เกิดจากการไม่ต้องรีบไปไหนต่อ ต่างจากอดีตที่ความยุ่งเคยถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ คนรุ่นใหม่จำนวนมากกลับเริ่มมองว่าการมีเวลาว่างในตอนเย็นคือความหรูหราแบบใหม่ เป็นช่วงเวลาที่สมองได้เปลี่ยนจากโหมดเอาตัวรอดกลับเข้าสู่โหมดพักฟื้น
บางทีความสุขจึงอาจไม่ใช่การได้ไปถึงเป้าหมายใหญ่เสมอไป แต่อาจเป็นการเปิดประตูบ้านตอนฟ้ายังไม่มืด ได้เห็นแสงแดดยามเย็นลอดผ่านหน้าต่าง ได้อาบน้ำช้าๆ ชงชาถ้วยโปรด เปิดเพลงที่ชอบ และรู้ว่าคืนนี้ไม่มีอะไรต้องเร่งรีบอีกแล้ว แม้การได้กลับบ้านเร็วอาจดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับคนจำนวนมาก มันคือความสุขเล็กๆ ที่พิเศษกว่าที่คิด และเป็นการเตือนใจว่า ชีวิตไม่ได้มีไว้แค่ทำงานให้เสร็จ แต่มีไว้ใช้ชีวิตด้วย

