×

เบิร์นจัดเต็ม 55 นาที กับคลาสซิกเนเจอร์ ‘BASECAMP’ ที่ BASE เกษรอัมรินทร์

24.04.2024
  • LOADING...
BASE Gaysorn Amarin

หลังจากที่ปิดปรับปรุงไปเมื่อปีที่แล้ว ในที่สุด BASE ยิมสุดเท่ที่สาขาเกษรอัมรินทร์ก็กลับมากับสตูดิโอโฉมใหม่ที่เชื่อว่า สวยเด่นสะดุดตาใครต่อใครที่แวะมาในศูนย์การค้าอย่างแน่นอน และแน่นอนว่า THE STANDARD LIFE ก็ไม่พลาดที่จะแวะไปเช็กอินพร้อมลองคลาสซิกเนเจอร์ในตำนานของทางยิมอย่าง BASECAMP อีกด้วย

 

 

What is it?

 

BASE เป็นสตูดิโอออกกำลังกายที่เด่นเรื่องการออกกำลังสไตล์ HIIT จนได้ความนิยมอย่างท่วมท้นในหมู่สายฟิต การันตีด้วยรางวัล ‘Gym of the Year’ และ ‘Bangkok’s Best Studio’ โดยมีจุดเด่นเรื่องการใช้เทคโนโลยี BASELINE ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ BASE ด้วยแนวคิดการออกกำลังกายเชิงเกม สร้างความสนุกและท้าทายให้ผู้เล่น ทั้งยังประมวลผลการออกกำลังกาย ณ วันนั้นๆ ขึ้นบนจอเพื่อบันทึกเป็นพัฒนาการของตัวเอง

 

 

สตูดิโอโฉมใหม่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของศูนย์การค้าเกษรอัมรินทร์ โดยสามารถเดินเชื่อมจากสกายวอล์กรถไฟฟ้าเข้ามาได้เลย ตัวสตูดิโอมีความกว้างขวาง โดยเพียงมองจากกระจกด้านนอกเราก็จะเห็นอุปกรณ์ออกกำลังกายวางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ

 

 

ภายในสตูมีห้องอาบน้ำ ล็อกเกอร์ พร้อมผ้าขนหนู และตู้กดน้ำดื่มให้บริการ เพียงเตรียมชุดออกกำลังกายและใจมาให้พร้อมก็พอ

 

 

ในส่วนของคลาสที่เรามาประลองในวันนี้คือ BASECAMP ซึ่งเป็นคลาสซิกเนเจอร์ความยาว 55 นาทีที่ให้ฟีลเหมือนมาเข้าแคมป์สมชื่อ ด้วยการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอผสมผสานกับเวตเทรนนิ่งในรูปแบบของ HIIT โดยจะมีโปรแกรม BASELINE ที่เห็นขึ้นบนหน้าจอ ส่วนไวต์บอร์ดด้านล่างที่เห็นนั้นจะเป็นเทคนิคของโค้ชแต่ละคนที่เสริมเข้าไป เพื่อให้เวิร์กเอาต์มีความท้าทายและสนุกยิ่งขึ้น

 

 

สำหรับคลาสในวันนี้จะมีทั้งหมด 6 สเตชัน แต่เราจะได้พิชิตทั้งหมด 5 สเตชัน แบ่งเป็นสเตชันละ 7 นาทีตามเป้าหมายที่กำหนด แล้วพัก 1.30 นาทีจึงเปลี่ยนสเตชัน

 

 

Try

 

โค้ชที่รับหน้าที่ดูแลทีมของเราในวันนี้คือโค้ชจัสตินเริ่มแรกโค้ชจะให้เราเลือกสเตชันที่อยากเริ่มเล่นก่อนได้เลย โดยจะเป็นการจับคู่กับบัดดี้ ซึ่งแน่นอนว่า First Come, First Serve ใครอยากสตาร์ทแบบไหนก็เลือกได้ตามใจ จากนั้นจึงเป็นการสาธิตแต่ละท่าให้ดู

 

 

เริ่มด้วยการวอร์มร่างกาย ยืดเหยียดให้พอตื่นตัวพร้อมระเบิดพลัง (แค่วอร์มก็เหนื่อยแล้ว) หลังอุ่นเครื่องกันไปก็มุ่งเข้าตรงสู่สเตชันที่เราเลือก

 

 

ประเดิมด้วย SKI เครื่องที่จำลองการเล่นสกีที่ช่วยบิลด์ความฟิตให้ทั้งส่วนบนและส่วนล่างของร่างกาย โดยเราจะต้องใช้แขนออกแรงดึง Handle ต้านกับแรงลมด้วยความเร็วและแรง ซึ่งแค่ดึงไม่กี่ทีก็หอบแล้วเรียบร้อย โดยสเตชันนี้ผู้เล่นจะต้องทำให้ครบ 2 นาที พักอีก 2 นาที แล้วทำซ้ำจนหมดเวลา

 

 

เมื่อทำจบครบเวลาก็สามารถนำตัวเลข Performance Distance ที่ได้ไปบันทึกในแท็บเล็ตประจำแต่ละสเตชันได้เลย ซึ่งก็ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องวิ่งไปต่อคิวรอกรอกคะแนนให้เสียเวลา เพราะที่นี่มีแท็บเล็ตแยกประจำแต่ละสเตชันไว้เสร็จสรรพ

 

 

ต่อด้วยสเตชัน Dumbbells ที่เน้นในส่วนของ Upper Body เป็นหลัก หากอิงตาม BASELINE แล้วจะเห็นว่ามีเพียงมูฟเมนต์เดียวคือ Strict Press ซึ่งโค้ชจัสตินเพิ่มความชาเลนจ์ด้วยการเพิ่มท่า Tripod Row ในจำนวนครั้งที่เท่ากัน 

 

Performance ของสเตชันนี้จะเป็นในส่วนของน้ำหนักสูงสุดที่ยกได้ตามจำนวน 8 ครั้ง

 

เพิ่มความชาเลนจ์ต่อสเตชัน Row ที่รวบตึงทั้งการเวตและคาร์ดิโอเข้าไว้ด้วยกัน เริ่มจาก Kettlebell Squat Clean และ Hand Release Push Up อย่างละ 10 ครั้ง ซึ่งถ้าใครที่ยก Kettlebell สองลูกไม่ไหว ก็สามารถใช้ลูกเดียวได้ ความชาเลนจ์ของคนที่ถือสองลูกคือจังหวะการตั้งรับ Kettlebell และการฝึกบาลานซ์ลำตัว ซึ่งถ้าใช้น้ำหนักที่มากเกินไปอาจจะบาดเจ็บจากแรงกระแทกได้

 

 

หลังจากทำครบ 3 รอบแล้วไปเร่ง Heart Rate ต่อกับ Rower หรือเครื่องกรรเชียงบกที่ต้องออกแรงถีบให้ไกลและไวที่สุด

 

 

มาถึงสเตชัน Free Weight กันบ้าง สเตชันนี้จะเป็นการใช้ Medicine Ball ล้วนๆ โดยแต่ละลูกจะมีน้ำหนักต่างกัน เวิร์กเอาต์จะมีทั้งหมด 3 ท่า คือ Deficit Lunge ที่เป็นการกอดบอลพร้อมทำท่า Lunge ไปด้านหลังสลับกันซ้ายขวา, Ball Slams หรือการทุ่มบอลลงพื้น ซึ่งเหมาะกับใครที่ต้องการระบายอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง และปิดท้ายด้วย Ball Sit-up เห็นแบบนี้จบเซ็ตแล้วมีหอบอยู่เหมือนกัน

 

 

ต่อกับ Bike สเตชันที่เหมือนจะอู้ได้ เพราะมันคือการปั่นจักรยานแรงลมอยู่กับที่ด้วยความเร็วเพียง 20 วินาที พัก 40 วินาที โดยทำทั้งหมด 7 รอบ แล้วบันทึกแคลอรีที่เบิร์นได้

 

 

ปิดท้ายด้วย RIG กับ Barbell Deadlift ซึ่งทางโค้ชจัสตินให้ลองท้าทายตัวเองด้วยการไต่น้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ จนยกได้สูงสุดในจำนวนครั้งที่ 8 หรือถ้าใครที่ยกไม่ไหวเลยจะไปทำท่า Bicycle Crunch 10 ครั้งแทนก็ได้เช่นกัน

 

 

Result

 

ระหว่างที่เข้าแต่ละสเตชันจะรู้สึกว่า 7 นาทีมันช่างยาวนานเหลือเกิน แต่พอจบคลาสบอกได้เลยว่าสดชื่น สบายตัว หายเหนื่อย และภาคภูมิใจใน Performance ของตัวเองที่ขึ้นสกอร์บอร์ดกันสุดๆ 

 

Good For

 

คลาสนี้เหมาะทั้งกับสายฟิตและมือใหม่ หากใครมาครั้งแรกอาจจะงงหรือจำเวิร์กเอาต์แต่ละท่าไม่ได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ทางโค้ชจะคอยแนะนำและสาธิตท่าให้ดูอยู่ตลอด เชื่อเลยว่าหากเข้าบ่อยๆ คุณจะสนุกและโฟลวไปกับการทำคะแนนของตัวเอง และอยากจะกลับมาทุบสถิติสกอร์เดิมกันอย่างแน่นอน

 

 

BASE Gaysorn Amarin

Open: เปิดทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 06.30-08.30 น., วันศุกร์ เวลา 06.30-07.30 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.45-17.30 น.

Address: ชั้น 2 เกษรอัมรินทร์ 

Budget: 990 บาทต่อคลาส, 740 บาทต่อ 10 คลาส, 590 บาทต่อ 50 คลาส (สอบถามรายละเอียดและโปรโมชันเพิ่มเติมได้ทาง BASE) 

Facebook: https://www.facebook.com/basebangkok 

Instagram: https://www.instagram.com/basebangkok/ 

Map: 

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising