‘ทองคำ’ ทรัพยากรที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจในหลายประเทศ รวมถึง สปป.ลาว ซึ่งถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีศักยภาพมหาศาล
ในหลายครอบครัว ‘ทองคำ’ เปรียบเสมือน ‘เงินทุนสำรอง’ ที่ปลอดภัยกว่าเงินสด โดยเฉพาะในช่วงค่าเงินกีบผันผวน

ศูนย์ค้าทองหลักมักอยู่ในเมืองหลวงอย่าง ‘เวียงจันทน์’ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ‘หลวงพระบาง’ ที่ไม่เพียงรองรับการซื้อไว้สะสม แต่ยังเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทั้งลาวและชาวไทยข้ามมาซื้อทองรูปพรรณ
ร้านค้าทองรูปพรรณในลาวมีประวัติการค้ามากกว่า 100 ปี ในปี 2550 ก็มีการจัดตั้ง สมาคมค้าทองคำและอัญมณีลาว (Laos Gold & Jewelry Association) ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกร้านค้าทองมากกว่า 100 แห่ง
ที่ผ่านมาลาวต้องส่งแร่ทองคำดิบ (Raw Ore) ไปสกัดในต่างประเทศ ทำให้สูญเสียผลประโยชน์ทางการเงินต่างๆ และไม่สามารถเก็บทองคำไว้เป็นทุนสำรองได้

จับตา ‘ลาว’ ในฐานะผู้เล่นสำคัญในตลาดทองคำโลก
วันนี้ ‘ลาว’ กำลังเปลี่ยนผ่านจาก ‘ผู้ขุดแร่’ เป็น ‘ผู้เล่นสำคัญในตลาดทองคำโลก’ ด้วยการเปิด โรงสกัดโลหะมีค่านานาชาติลาว (Laos-International Precious Metals Refinery :LIPMER) ซึ่งเป็นโรงงานอุตสาหกรรมสกัดทองคำแห่งแรกและแห่งเดียวในลาวที่ได้มาตรฐานสากล มีกำลังการผลิตและสกัดสูงสุด 150 ตันต่อปี สามารถสกัดทองคำให้มีความบริสุทธิ์อย่างน้อย 99.99% ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก
ภายในโรงสกัดมีห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ (Analytical Laboratory) และเครื่องจักรอัตโนมัติที่ทันสมัย ปลอดภัย มีความแม่นยำสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงมั่นใจได้ถึงกระบวนการผลิตที่สะอาด รองรับการสกัดแร่ทองคำดิบทั้งจากเหมืองในประเทศและจากต่างประเทศ

ดร. จันทอน สิทธิชัย ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท พีทีแอล โฮลดิ้ง จำกัด (PTL Holding Co., Ltd.) กล่าวว่า LIPMER จะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมแร่ธาตุในลาว โดยเฉพาะทองคำ ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีศักยภาพมหาศาลสำหรับประเทศ
“โรงงานกลั่นแห่งนี้จะยกระดับคุณภาพทองคำลาวให้เทียบเท่ากับทองคำที่ผลิตในประเทศอื่นๆ ซึ่งช่วยให้ลาวสามารถสกัดแร่ทองคำได้อย่างเป็นอิสระ เพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบภายในประเทศ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจที่เป็นอิสระและพึ่งพาตนเองได้ ตามเป้าหมายของพรรคและรัฐบาลลาว”

LIPMER เครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจลาว
การสร้างเศรษฐกิจมหภาคที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดสำหรับลาว LIPMER จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างและพัฒนา ‘ระบบนิเวศเศรษฐกิจ’ ของประเทศ
ดร.จันทอน กล่าวว่า โรงสกัดจะช่วยให้ สปป.ลาว กลายเป็นผู้เล่นรายสำคัญในอุตสาหกรรมทองคำโลก ด้วยการสกัดแร่ทองคำให้ได้มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับและสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

โรงสกัดแห่งใหม่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานหลัก ซึ่งจะทำงานร่วมกับ ‘ธนาคารทองคำลาว’ ในฐานะระบบนิเวศเดียวกัน โดยมีเป้าหมายรวมกันคือ ‘เสริมสร้างทุนสำรองแห่งชาติ’ ด้วยการทำให้ทองคำลาวเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการออกตราสารทางการเงินหรือระดมทุน ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อเงินตราต่างประเทศและสร้างเสถียรภาพให้ค่าเงินกีบ และสร้างแนวป้องกันทางการเงินให้แก่ลาว เพื่อให้ประเทศสามารถรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกได้

เป้าหมายสูงสุดครั้งนี้ คือการทำให้ทองคำลาวได้รับการรับรองจาก London Bullion Market Association (LBMA) เพื่อให้สามารถซื้อขายได้ในตลาดหลักทรัพย์โลก อย่าง สิงคโปร์และลอนดอน ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาฝากทองคำหรือใช้บริการสกัดในลาว

ความพยายามของรัฐบาลลาวในการจัดตั้ง LIPMER ครั้งนี้ ถือเป็นการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และการขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ จะช่วยให้ลาวสามารถแปรรูปทรัพยากรธรรมชาติให้มีมูลค่าสูงสุดในประเทศ แทนการส่งออกวัตถุดิบราคาถูก และยกระดับภาพลักษณ์ของลาวจากการเป็นเพียงผู้ส่งออกแร่ มาเป็นผู้ผลิตทองคำมาตรฐานสากลที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

ทั้งนี้ พิธีเปิดโรงสกัดโลหะมีค่านานาชาติลาว (LIPMER) จัดขึ้นเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายกรัฐมนตรี สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, ทองสะหวัน พมวิหาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า, มะไลทอง กมมะสิด ผู้แทนสภาแห่งชาติ ธนาคารแห่ง สปป.ลาว เจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูง ผู้นำอุตสาหกรรมและธุรกิจ รวมถึงผู้แทนจากภาคส่วนในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมงาน


