‘ดนุชา’ เลขาฯ สภาพัฒน์ ในฐานะเลขาคณะศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ย้ำชัด ได้ข้อสรุปภายในเดือนสิงหาคม เผยเบื้องต้นอิงผลการศึกษาจาก สนข. ขณะที่อนุกรรมการศึกษาสิ่งแวดล้อมกังวลฝุ่นตะกอนจากการขุดลอกร่องน้ำ โดยเฉพาะฝั่งระนอง
วันนี้ (26 มิถุนายน) ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) เปิดเผยภายหลังการประชุมโครงการแลนด์บริดจ์ ครั้งที่ 2/2569 ว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุดแล้ว พร้อมยืนยันว่าจะมีการสรุปผลการศึกษาได้ในช่วงเดือนสิงหาคม ภายใต้กรอบเวลาศึกษา 90 วัน และจะเสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรีในขั้นตอนต่อไป
โดยการประชุมดังกล่าว มีดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม และมีพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ กระทรวงการคลัง
เปิดความคืบหน้า 3 คณะอนุกรรมการ
สำหรับความคืบหน้าของคณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุด ดนุชาระบุไว้ ดังนี้
คณะอนุกรรมการศึกษาความเป็นไปได้: คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งมีดนุชาเป็นประธาน และเป็นคณะที่ต้องประเมินความเป็นไปได้โครงการ ได้มีการประชุมไปเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยอิงผลการศึกษาจากสมมติฐานจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นหลัก
โดยคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว ได้พิจารณาประเภทสินค้าที่จะใช้บริการโครงการแลนด์บริดจ์ ต้นทุนการขนส่ง การประหยัดเวลา โครงสร้างการถ่ายลำของสินค้า ตลอดจนศักยภาพในการดึงสายการเดินเรือขนาดใหญ่ให้เข้ามาใช้บริการ
อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการเห็นว่า ยังมีข้อมูลหลายส่วนให้ สนข. พิจารณาเพิ่มเติม และจะมีการประชุมคณะอนุกรรมการอีกครั้ง วันที่ 3 กรกฎาคมนี้
คณะอนุกรรมการสิ่งแวดล้อม: สำหรับคณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ได้รายงานผลการศึกษาด้านผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ รถไฟ และท่าเรือ
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการได้แสดงความกังวลต่อปัญหาฝุ่นตะกอนที่อาจเกิดขึ้นจากการขุดลอกร่องน้ำ เนื่องจากขนาดท่าเรือ โดยเฉพาะในฝั่งระนองมีขนาดใหญ่มาก และปัญหาการสูญเสียพื้นที่ป่า และทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนผลกระทบต่ออาชีพ รายได้ และการจ้างงานของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งคณะอนุกรรมการจะต้องลงพื้นที่ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม
คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์: คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารสาธารณะ ได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจและเผยแพร่ข้อมูลโครงการให้ประชาชนและทุกภาคส่วนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องตรงกัน
ยันรับฟังเสียงสะท้อนประชาชน
ทั้งนี้ ดนุชาย้ำว่า รัฐบาลรับฟังเสียงสะท้อนของภาคประชาชนอยู่เสมอ เนื่องจากแลนด์บริดจ์เป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่ และมีผลกระทบมาก รัฐบาลจึงได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการทั้งสามชุด และมีการเปิดทางให้กรรมการเอกชนเข้าร่วมรับฟังการประชุม
นอกจากนี้ ดนุชาย้ำว่า ที่ประชุมคณะกรรมการได้มีการทบทวนร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (ร่างพ.ร.บ.SEC) ในขั้นตอนการศึกษา ตลอดจนผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)
ซึ่งส่งผลต่อแนวโน้มการค้าโลก และการชะลอตัวของการขนส่งสินค้า อย่างไรก็ตาม ดนุชามองว่า ความเสี่ยงดังกล่าว เกิดขึ้นต่อประเทศไทยในภาพรวม ไม่ใช่เฉพาะกับโครงการ Landbridge เพียงอย่างเดียว

