วันนี้ (13 พฤษภาคม) ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการ พร้อมด้วยธรัฐพร เตชะกิจขจร กรรมการผู้อำนวยการ และคณะกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) ร่วมแถลงสรุปผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัทในรอบวาระ 4 ปี (พ.ศ. 2565–2569)
ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง เปิดเผยว่า ภารกิจสำคัญของคณะกรรมการชุดปัจจุบัน ภายใต้นโยบายของกรุงเทพมหานคร คือการมุ่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของบริษัท ทั้งในด้านสถานะทางการเงิน การบริหารสัญญา และข้อพิพาททางกฎหมายที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน ย้อนกลับไปในช่วงเดือนมิถุนายน 2565 ที่คณะกรรมการชุดนี้เข้ามารับตำแหน่ง บริษัทตกอยู่ในสภาวะที่มีความเสี่ยงต่อการล้มละลายสูงมาก อันเป็นผลมาจากภาระหนี้สินสะสมและโครงการขนาดใหญ่ที่ขาดทุนหรือหยุดชะงัก
ไม่ว่าจะเป็น โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย โครงการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงานขนาด 800 ตันต่อวัน และโครงการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน ตลอดจนข้อพิพาททางกฎหมายอีกหลายคดี
อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบัน บริษัทสามารถสางปัญหาในโครงการสำคัญให้ลุล่วงไปได้เป็นส่วนใหญ่ อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ซึ่งได้มีการชำระหนี้ค่าระบบ E&M และค่าเดินรถ O&M อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ในปี 2568 รวมถึง โครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง ที่เจรจายุติข้อพิพาทและชำระหนี้ค่าเดินรถ O&M สำเร็จในปี 2569 ขณะที่ โครงการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนฯ 800 ตันต่อวัน ได้ดำเนินการปรับปรุงโรงงานจนสามารถควบคุมมลภาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ให้เปิดดำเนินการได้อีกครั้งในปี 2569 ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ต่อไป ส่วน โครงการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน สามารถเจรจาลดหนี้ค่าก่อสร้างกับผู้รับเหมาสำเร็จแล้ว 2 รายจากทั้งหมด 4 รายในปี 2569
นอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาเดิม บริษัทยังได้เดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่เพื่อตอบสนองการบริการเมืองยุคดิจิทัลและพลังงานสะอาด ได้แก่ โครงการพัฒนาระบบ Agentic AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แบบครบวงจร, โครงการเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า (Taxi EV) เพื่อส่งเสริมการเดินทางทางน้ำในคลองสายสำคัญฝั่งกรุงเทพมหานคร และโครงการสถานีชาร์จ EV สำหรับรถโดยสารด่วนพิเศษ (BRT) ซึ่งมีแผนจะขยายไปยังรถสาธารณะประเภทอื่นในอนาคต
ในด้านมาตรฐานการเงินและความโปร่งใส นับตั้งแต่ปี 2567 บริษัทได้ปรับปรุงการจัดทำรายงานทางการเงินเข้าสู่มาตรฐานสากลสำหรับกิจการที่มีส่วนได้เสียต่อสาธารณะ (TRFs for PAEs) ทำให้งบการเงินสะท้อนฐานะที่แท้จริงและมีความน่าเชื่อถือ
ขณะเดียวกัน ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาได้วางระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งนโยบายต่อต้านการทุจริต การจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และระบบรับเรื่องร้องเรียน (Whistleblowing) ส่งผลให้ KT ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) และเข้าร่วมโครงการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITAGC) ของสำนักงาน ป.ป.ช. สะท้อนถึงการยกระดับธรรมาภิบาลในระดับประเทศ
ในก้าวต่อไป บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ประกาศความพร้อมในการปรับบทบาทสู่การเป็น Strategic Purpose Vehicle (SPV) ของกรุงเทพมหานครอย่างเต็มตัว โดยจะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์เมือง ดำเนินการด้วยความเชี่ยวชาญ โปร่งใส คุ้มค่าต่อการลงทุน และมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป


