K WEALTH เปิดอินไซต์ ครอบครัวไทยกว่า 80% ยังไม่มีแผน วางแผนสืบทอดธุรกิจครอบครัวที่ชัดเจน พบมีเพียง 18.2% ของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงเท่านั้นที่มีแผนการสืบทอดที่เป็นรูปธรรม ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ 26.9% พร้อมเผยคาดการณ์สินทรัพย์มูลค่า 90 ล้านล้านบาท ในเอเชียจะถูกส่งต่อภายในปี 2573 และดันความต้องการจัดตั้ง Family Office ในเอเชียพุ่งโตต่อ หลังจากขยายตัวเกือบ 200% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
ประเด็นสำคัญ
รายงาน Preservation and Succession: Family Wealth Transfer 2021 คาดการณ์ตัวเลขเม็ดเงินมหาศาลที่จะเปลี่ยนมือล่วงหน้าภายในปี 2573 ไว้ดังนี้
- ระดับโลก: สินทรัพย์มูลค่า 18.3 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 622 ล้านล้านบาท) กำลังถูกส่งต่อจากรุ่นผู้ก่อตั้ง (Baby Boomers & Silent Generation) สู่มือทายาทรุ่นถัดไป (Gen X, Millennials และ Gen Z)
- ระดับภูมิภาค: เฉพาะในเอเชีย เม็ดเงินที่จะเปลี่ยนมือมีมูลค่าสูงถึง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 90 ล้านล้านบาท ซึ่งเกือบทั้งหมดขับเคลื่อนอยู่ในรูปแบบของธุรกิจครอบครัว
3 วิกฤตเงียบในโครงสร้างมรดกไทยและเอเชีย
พีระพัฒน์ เหรียญประยูร Managing Director, Family Wealth Solution Head – Estate Planning Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยอินไซต์จากการศึกษาร่วมกับ ลอมบาร์ด โอเดียร์ (Lombard Odier) พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านไพรเวทแบงก์กิ้งระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ พบสัญญาณเตือนภัยเชิงโครงสร้างผ่าน 3 ประเด็นท้าทายสำคัญ:
- วิกฤตการขาดแผนสืบทอดที่เป็นรูปธรรม แม้ผลสำรวจพบว่ากลุ่ม HNWIs ในไทยสูงถึง 72.7% จะให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่งคั่งเป็นเป้าหมายหลัก แต่ในความเป็นจริงมีเพียง 18.2% เท่านั้นที่มีแผนการสืบทอดชัดเจน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ที่อยู่ที่ 26.9% และมีเกือบ 40% ที่ยอมรับว่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวโดยไม่มีการวางแผนใดๆ
- ช่องว่างทางความคิดในการรับช่วงต่อ ซึ่งเกิดจากโมเดลการบริหารแบบรวมศูนย์ (Centralized Management) ของรุ่นผู้ก่อตั้ง ทำให้ทายาทรุ่นใหม่ (Next Gen) ราว 29% รู้สึกว่าตนเองมีบทบาทที่จำกัดในองค์กร และเลือกที่จะปฏิเสธการรับช่วงต่อเพื่อออกไปสร้างเส้นทางอาชีพใหม่ของตนเอง
- มรดกเป็นเรื่องห้ามพูด โดยผลสำรวจพบว่ากว่า 29% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า วัฒนธรรมเอเชียยังคงมองเรื่องการแบ่งทรัพย์สินหรือการคุยเรื่องความตายเป็นสิ่งต้องห้าม (Taboo) การขาดการสื่อสารอย่างโปร่งใส (Lack of Communication) สูงถึง 28.8% จึงกลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่นำไปสู่ความขัดแย้งภายในครอบครัวในระยะยาว
การแยก ‘ความเป็นเจ้าของ’ ออกจาก ‘การบริหาร’
จากความซับซ้อนของทั้งข้อกฎหมาย ภาษีมรดก และทัศนคติที่ต่างขั้วระหว่างรุ่น ส่งผลให้ภูมิทัศน์การบริหารสินทรัพย์ครอบครัวในเอเชียเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (Structural Change) ครั้งใหญ่
แนวโน้มที่เด่นชัดที่สุดในปัจจุบันคือ ครอบครัวยุคใหม่เลือกที่จะแยกบทบาทระหว่างความเป็นเจ้าของ (Ownership) ออกจากการบริหารจัดการ (Management) อย่างเด็ดขาด โดยยินยอมให้ทายาทกำหนดเส้นทางชีวิตตนเอง แล้วเปลี่ยนผ่านไปสู่การจ้างผู้บริหารมืออาชีพ (Professional Management) เข้ามาดูแลธุรกิจแทน กลยุทธ์นี้ส่งผลให้ความต้องการจัดตั้ง Family Office ในภูมิภาคเอเชียขยายตัวอย่างก้าวกระโดดเกือบ 200% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
K WEALTH ยกระดับ Estate Planning สากล 6 แกนหลัก
เพื่อตอบสนองต่อปรากฏการณ์ The Great Wealth Transfer เคแบงก์ ไพรเวท แบงกิ้ง (KBank Private Banking) ภายใต้กลยุทธ์ ‘Your Future-Ready Wealth’ จึงได้นำสถาปัตยกรรมการบริหารความมั่งคั่งของลอมบาร์ด โอเดียร์ ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 230 ปี และสืบทอดมรดกสำเร็จถึง 7 รุ่น มาผสานเข้ากับบริบทกฎหมายและภาษีของไทย ผ่าน 6 บริการหลักเชิงรุก ประกอบด้วย
- Family Continuity Planning: จัดทำธรรมนูญครอบครัว (Family Constitution) วางกรอบกติกาความสัมพันธ์และนโยบายธุรกิจ
- Asset Holding Structures: ออกแบบโครงสร้างการถือครองสินทรัพย์เพื่อบริหารความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพทางภาษีตามมาตรฐานสากล
- Inheritance and Wealth Transfer: วางแผนเปลี่ยนผ่านและสืบทอดกิจการระหว่างรุ่นอย่างราบรื่นผ่านเครื่องมือการเงินและกฎหมาย
- Financial Asset, Liability and Risk Management: ควบคุมความเสี่ยงรอบด้านทั้งในและต่างประเทศ
- Philanthropy: วางกลไกการจัดการกิจกรรมสาธารณกุศลเพื่อส่งต่อเจตจำนงของตระกูลภายใต้แนวคิดความยั่งยืน
- Family Office: จัดตั้งสำนักงานครอบครัวเพื่อบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ ธรรมนูญครอบครัว และการลงทุนอย่างเป็นระบบ

