×

เจเศรษฐ์ สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ รับมือน้ำท่วม ห้ามน้ำ-ไฟโรงพยาบาลและศูนย์อพยพสะดุด เร่งผันน้ำ-ช่วยผู้ประสบภัย

โดย THE STANDARD TEAM
29.09.2026
  • LOADING...
เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

วันนี้ (29 กันยายน) เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการเตรียมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

 

ในที่ประชุม มีการรายงานอัปเดตสถานการณ์จากจังหวัดนครนายก ปทุมธานี กาญจนบุรี ระยอง กำแพงเพชร และจังหวัดชลบุรี ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ที่กำลังประสบสถานการณ์

 

เจเศรษฐ์ กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการและเน้นย้ำแนวทางการปฏิบัติงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยทั้งในพื้นที่ประสบภัย พื้นที่เฝ้าระวัง และพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มทรงตัวหรือลดระดับลง

 

โดยในด้านระบบสาธารณูปโภค ให้มีการมอบหมายรองผู้ว่าราชการจังหวัดรับผิดชอบกำกับดูแลระบบน้ำประปา ทั้งสถานีสูบน้ำและสถานีผลิตน้ำประปาโดยตรง พร้อมจัดสรรกำลังพลเข้าวางแนวกระสอบทรายและเดินเครื่องสูบน้ำเพื่อประคองสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หากระบบชำรุดเสียหาย ให้ประสานการประปาส่วนภูมิภาคเร่งรัดซ่อมแซม นำรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง และหากระดับน้ำลดลง ให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าก่อนดำเนินการจ่ายกระแสไฟฟ้ากลับคืนสู่บ้านเรือนประชาชนโดยเร็ว

 

สำหรับการดูแลสถานที่สำคัญ ต้องให้ความสำคัญสูงสุดในการป้องกันและสนับสนุนโรงพยาบาลและศูนย์พักพิงชั่วคราว (ศูนย์อพยพ) โดยต้องดูแลระบบไฟฟ้าและน้ำประปาไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนหรือหยุดชะงักอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งประสานงานร่วมกับ อปท. และมณฑลทหารบก จัดตั้งและขยายโรงครัวประกอบอาหาร เพื่อจัดส่งอาหารและน้ำดื่มแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้ประสบภัยที่ยังคงติดค้างอยู่ในบ้านเรือนและไม่สามารถเดินทางออกมาได้เป็นลำดับแรก ก่อนจัดสรรให้ผู้ประสบภัยที่สามารถสัญจรหรือเดินทางออกมารับความช่วยเหลือภายนอกได้

 

ในส่วนของการบริหารจัดการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบูรณาการ กำลังพล เครื่องจักรกล และทรัพยากรร่วมกับหน่วยงานภายนอก หากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตประสบปัญหาขาดแคลนพนักงานขับเคลื่อนเครื่องจักรกล ให้บูรณาการประสาน กำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) หรือเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าสนับสนุน ตาม MOU ร่วมกับมูลนิธิกู้ภัยทั่วประเทศ จึงสามารถโยกย้ายกำลังกู้ภัยมาสนับสนุนการลำเลียงส่งข้าวส่งน้ำหรือการค้นหาช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ อีกทั้งให้ ปภ. เตรียมแผนสับเปลี่ยนเครื่องจักรกลเข้าสู่ระยะฟื้นฟูเยียวยาทันทีเมื่อระดับน้ำลดลง ตลอดจนประสานงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานครในการวางแผนฟื้นฟูพื้นที่

 

ขอให้ติดตามและประเมินสถานการณ์ระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง หากพื้นที่ใดระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนไม่สามารถควบคุมแนวป้องกันได้ ให้ปรับแผนปฏิบัติการจากการป้องกันเข้าสู่การให้ความช่วยเหลือ ดูแลความปลอดภัย และอพยพประชาชนในทันที สิ่งที่อยากจะเน้นย้ำคือเรื่องการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะกรณีมวลชนที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันในแต่ละอำเภอ นายอำเภอต้องเข้าไปสร้างสมดุลและทำความเข้าใจ โดยยึดภาพรวมของจังหวัดและประเทศเป็นหลัก จุดไหนที่จำเป็นต้องเปิดประตูระบายน้ำหรือยกบานเพื่อระบายน้ำให้ภาพรวมดีขึ้นก็จำเป็นต้องทำ อย่าปล่อยให้มีการยื้อกันไปมาจนน้ำกระจายตัวเป็นเกาะแก่ง ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการลำบากยิ่งกว่าเดิม

 

“สิ่งสำคัญที่สุดต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ร่วมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยหลังจากนี้ ยังขอให้ทุกจุดได้รายงานสถานการณ์ ณ หากพื้นที่ใดประสบปัญหาหรือขาดแคลนทรัพยากร ให้เร่งประสานขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมโดยเร่งด่วน” เจเศรษฐ์ กล่าว

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising