×

นักลงทุนสถาบันกำลังเปิดใจให้ ‘บิตคอยน์’ หลังทำกำไรแซงหน้าทองคำ

03.12.2020
  • LOADING...
นักลงทุนสถาบันกำลังเปิดใจให้ ‘บิตคอยน์’ หลังทำกำไรแซงหน้าทองคำ
  • บิตคอยน์อาจขึ้นมาแทนทองคำ ในฐานะสินทรัพย์กระจายความเสี่ยง
  • การไหลออกของทองคำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนหันไปเพิ่มการลงทุนในบิตคอยน์
  • บิตคอยน์มีแนวโน้มขาขึ้นที่เสถียรมากขึ้น และการตกลงของเหรียญจะไม่แรงเหมือนหลายปีที่ผ่านมา
  • เหรียญอันดับสองอย่างอีเธอเรียมทำผลงานได้ดีในปีนี้ หลังการอัปเกรดสู่อีเธอเรียม 2.0

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า วันนี้บิตคอยน์กลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่นักลงทุนสถาบัน จากผลสำรวจของ Fidelity เมื่อช่วงท้ายไตรมาสที่สองของปีนี้ พบว่า 36% ของนักลงทุนสถาบัน 800 แห่ง ลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่า 90% ของนักลงทุนสถาบันที่ถือครองคริปโตเคอร์เรนซีจะลงทุนในบิตคอยน์มากขึ้นในปีหน้า

 

ในทางกลับกัน ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ตลาดทองคำก็เกิดการไหลออกมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากการเข้าสู่ตลาดบิตคอยน์ของนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ Cointelegraph รายงานว่า Guggenheim Partners ซึ่งบริหารสินทรัพย์ 2.75 แสนล้านดอลลาร์ เป็นสถาบันล่าสุดที่แสดงความสนใจในบิตคอยน์

 

หากพิจารณาถึงผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) บิทคอยน์สามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 161% (จาก$7,395 ขึ้นเป็น $19,322) ขณะที่ทองคำสร้างผลตอบแทนที่ 20.5% (จาก$1,515 ขึ้นเป็น $1,826) นั่นหมายความว่าทองคำกำลังจะถูกแทนที่ด้วยบิทคอยน์เช่นนั้นหรือ

 

จาก MicroStrategy และ Grayscale ไปจนถึง J.P.Morgan และ Goldman Sachs บิตคอยน์ได้สร้างความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตการลงทุน ในฐานะสินทรัพย์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและการลดของค่าเงิน แต่นอกเหนือจากนั้นก็ยังมีเหตุผลทางเทคนิคอื่นๆ ที่ทำให้นักลงทุนสถาบันต่างก็พุ่งเข้าหาบิตคอยน์ แถมบางส่วนยังคาดการณ์ว่าราคาของบิตคอยน์จะขึ้นไปถึง 1 ล้านดอลลาร์ในปี 2025

 

ในระยะกลางถึงระยะยาว การไหลเข้าของเงินทุนสถาบันสู่บิตคอยน์ อาจนำไปสู่แนวโน้มสำคัญ 2 ประการ

 

ประการแรก เราน่าจะเห็นขาขึ้นของบิตคอยน์ที่แข็งแกร่งมากขึ้น นักลงทุนสถาบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถือครองผ่าน Grayscale Bitcoin Trust มีแนวโน้มที่จะสะสมด้วยกลยุทธ์ระยะยาว นักลงทุนบิตคอยน์บางรายที่เคยถือทองคำเป็นระยะเวลานานได้เริ่มจัดสรรพอร์ตลงทุนไปที่บิตคอยน์ เช่น Raoul Pal ซีอีโอของ Real Vision Group ที่ได้มีคำสั่งขายทองคำทั้งหมด และปรับสัดส่วนการลงทุนไปที่คริปโตเคอร์เรนซี ในอัตราส่วน บิตคอยน์ (BTC) และอีเธอเรียม (ETH) ที่ 80:20

 

ประการที่สอง บิตคอยน์จะครองความเป็นเจ้าตลาดของสกุลเงินดิจิทัล ปัจจุบันมูลค่าตลาดของบิตคอยน์ คิดเป็น 63.83% ของมูลค่าตลาดสกุลเงินดิจิทัลทั่วโลก ส่วนอีเธอเรียมนั้นมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 11.94%

 

แนวโน้มระยะสั้นของบิตคอยน์จะยังคงผันผวน

แม้ว่าตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา บิตคอยน์จะมีโมเมนตัมที่แข็งแกร่งจนแทบจะไม่เห็นการร่วงลงที่รุนแรงเหมือนกับในไซเคิลก่อนหน้านี้ ที่ราคาบิตคอยน์เคยลงต่ำถึง 30% ซึ่งถึงแม้จะไม่เกิดการตกต่ำครั้งใหญ่เท่ากับครั้งที่แล้ว แต่ในระยะเวลาอันใกล้นี้ นักวิเคราะห์บางคนมองว่าราคาบิตคอยน์อาจจะลงลึก จากการที่เหล่าวาฬที่ถือครองบิตคอยน์จำนวนมากในช่วงระยะเวลานี้เทขายทำกำไรระยะสั้นเมื่อมองเห็นโอกาสทำเงิน และนั่นอาจทำให้ราคาของบิตคอยน์เกิดการผันผวน

 

แม้ว่ามูลค่าในอนาคตของบิตคอยน์อาจยังคงเป็นหัวข้อของการถกเถียงกันอยู่ แต่ในความเป็นจริงตอนนี้ก็คือ นักลงทุนและสถาบันการเงินเชื่อว่า การถือบิตคอยน์จะช่วยกระจายความเสี่ยงจากสภาพคล่องล้นตลาดในขณะนี้

 

อันดับสองรองจากบิตคอยน์คือ อีเธอเรียม แพลตฟอร์มบล็อกเชนสาธารณะ ที่มีคุณสมบัติพิเศษคือเป็น Smart Contract ซึ่งทำผลงานได้ดีอย่างน่าทึ่งในปีนี้ โดยได้รับอานิสงค์จากการเติบโตอย่างมากของ DeFi (Decentralized Finance) และการโปรโมตอีเธอเรียม 2.0 ซึ่งเป็นการอัปเกรดที่ชุมชนคริปโตเคอร์เรนซีรอคอยมาหลายปี ในที่สุดการเปิดตัวเฟส 0 ของเครือข่าย Beacon Chain ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเครือข่าย Ethereum 2.0 หรือ Eth2 Ethereum ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ก็ทำให้ราคาทะยานขึ้นกว่า 600 ดอลลาร์ ปัจจุบันมีการซื้อขายที่ 594 ดอลลาร์ (ราคาเมื่อเช้าวันที่ 3 ธันวาคม) และเช่นเดียวกับบิตคอยน์ ที่ติดอยู่ที่ 10,000 ดอลลาร์เป็นเวลานานในช่วงต้นปีที่ผ่านมา อีเธอเรียมที่ซื้อขายกันที่ประมาณ 200 ดอลลาร์ เมื่อสิบเดือนก่อนหน้านี้ ก็สามารถทำกำไรได้ถึง 300%

 

อย่างไรก็ตาม ยังเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ว่าราคาของอีเธอเรียมจะถูกผลักดันให้สูงขึ้นกว่านี้ก่อนเดือนมกราคมปี 2021 หรือไม่ เพราะยังเป็นช่วงการเริ่มต้นของอีเธอเรียม 2.0 แต่ผู้ให้บริการซื้อ-ขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) รายใหญ่อย่าง Binance ก็ได้ประกาศรองรับ Ethereum 2.0 แล้ว ในขณะที่ Satang Pro ก็บอกว่าพร้อมที่จะรองรับในเร็ววันนี้เช่นกัน

 

ถึงแม้ว่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในช่วงเวลาขาขึ้นนี้จะดูเย้ายวนน่าลงทุนสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ แต่คริปโตเคอร์เรนซีคือสินทรัพย์เสี่ยงสูงที่ผู้เล่นต้องศึกษา เข้าใจธรรมชาติของการเทรด และเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังของเหรียญ เพื่อให้คาดการณ์แนวโน้มและทิศทางความเป็นไปได้ของสินทรัพย์นั้นๆ รวมไปถึงต้องมีทักษะในการบริหารจัดการเงินลงทุน เนื่องจากธรรมชาติของคริปโตเคอร์เรนซีเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง

 

ที่สำคัญก็คือ จะต้องระมัดระวังเรื่องการถูกล่อลวงไปลงทุนแบบแชร์ลูกโซ่ นักลงทุนสามารถตรวจสอบรายชื่อบริษัทผู้ให้บริการเว็บเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจาก ก.ล.ต. ได้ที่ https://เสี่ยงสูง.com/ ซึ่ง Satang Pro เป็นหนึ่งในเว็บเทรดฯ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และเป็นบริษัทเดียวในประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐาน ISO 27001 และ ISO 27701 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับระบบการจัดการความปลอดภัยของข้อมูล ทั้งในรูปแบบดิจิทัลและเอกสาร ซึ่งจะช่วยป้องกันข้อมูลผู้ใช้รั่วไหลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

  • Coinmarketcap
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories