×

เปิดกลยุทธ์การลงทุนในช่วงตลาดหุ้นปรับฐาน

21.04.2021
  • LOADING...
เปิดกลยุทธ์การลงทุนในช่วงตลาดหุ้นปรับฐาน

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน SET เริ่มปรับตัวลง โดยปรับลงมาทำจุดต่ำสุดที่ 1,529 จุด เนื่องจากปัจจัยลบในประเทศหลังมีความกังวลสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ (ระลอกสาม) ซึ่งเป็นเชื้อโควิดสายพันธุ์อังกฤษที่แพร่ได้เร็ว ทำให้มีตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ และแพร่กระจายไปในหลายจังหวัดที่ดูรุนแรงกว่าระลอกหนึ่ง (เมษายน 2563) และระลอกสอง (ธันวาคม 2563)

โดยการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกสาม ในวันที่ 18 เมษายน 2564 จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันในไทยแตะ 1,767 ราย ทำนิวไฮเมื่อเทียบกับระลอกหนึ่ง ที่ 188 ราย (22 มีนาคม 2563) และระลอกสอง ที่ 959 ราย (26 มกราคม 2564)

แม้ช่วงสั้น SET ล่าสุดมีการฟื้นตัวมาเคลื่อนไหวแถวบริเวณ 1,570-1,580 จุด หลังรัฐบาลยังไม่มีมาตรการเคอร์ฟิวและล็อกดาวน์ อย่างไรก็ตาม มอง SET เป็นแค่การรีบาวด์ และคาดว่าจะยังผันผวนและมีความเสี่ยงปรับฐานลงต่อได้ หากจำนวนผู้ติดโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจากนี้คงต้องจับตาการแพร่ระบาดของโรคหลังผ่านพ้นเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งทำให้ประชาชนเริ่มกลับมาจากภูมิลำเนา และเข้ามาทำงานในสถานประกอบการต่างๆ

ทั้งนี้ ผมมอง SET มีโอกาสลงไปหาบริเวณ 1,500 จุด ซึ่งถึงตอนนั้นจะเป็นจุดวัดพลังในภาพรวมว่า จะกลับมาไต่ระดับขึ้นได้ต่อหรือลงต่อ โดยกรณีต่ำกว่า 1,500 จุดจะเป็นสัญญาณลบ และมีแนวรับถัดไปที่ 1,450 1,400 และ 1,350 จุดตามลำดับ

ทั้งนี้ นอกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศแล้ว อีกปัจจัยสำคัญคือการรายงานผลการดำเนินงานใน Q164 โดยเริ่มที่กลุ่มแบงก์เป็นกลุ่มแรก ซึ่งในภาพรวมผมขอใช้ข้อมูลจากบทวิเคราะห์ของ SCBS ที่คาดการณ์ผลการดำเนินงานในกลุ่มแบงก์ใน Q164 โดยคาดว่ากำไรสุทธิ 1Q64 ของกลุ่มธนาคารจะเพิ่มขึ้น 12% QoQ จากการตั้งสำรองลดลง แต่จะลดลง 28% YoY อันเป็นผลมาจาก NII ที่ลดลงเพราะ NIM ลดลง และตั้งสำรองเพิ่มขึ้น ส่วนในภาพรวม ซึ่ง SCBS คาดว่ากำไรจะใช้เวลา 3 ปีจึงจะกลับคืนสู่ระดับก่อนโควิด-19 ระบาด

อย่างไรก็ตาม หากดูราคาหุ้นปัจจุบัน จะเห็นว่าราคาหุ้นในกลุ่มนี้ขึ้นมาเหนือว่า ราคาก่อนเกิดโควิค-19 มาแล้วด้วยซ้ำ ทำให้ในเชิงกลยุทธ์ผมมองว่า มูลค่าหุ้นในกลุ่มแบงก์ในระยะสั้นมีความตึงตัวค่อนข้างมาก เนื่องจากราคาหุ้นในตลาดที่ขึ้นมามาก ในขณะที่กำไรโตไม่ทัน ประกอบกับ SET ที่เข้าสู่ช่วงปรับฐานแล้ว ทำให้การเข้าซื้อลงทุนในกลุ่มนี้ควรรอให้ราคาปรับตัวลงมากกว่านี้ก่อน ซึ่งแนะนำจุดเริ่มซื้อ น่าจะอยู่ที่ SET แถว 1,500 จุดจะเหมาะสมกว่า สอดคล้องกับกลยุทธ์การลงทุนในภาพรวม โดยพอร์ตลงทุนแนะนำรอซื้อด้วยน้ำหนักการลงทุน 25% บริเวณแนวรับ 1,500 จุด เพื่อแต้มต่อในการลงทุนที่สูงขึ้น

ส่วนการเข้าตลาดช่วงนี้เป็นเพียงซื้อขายเก็งกำไร โดยใช้กลยุทธ์ Selective Buy ซึ่งผมมีหุ้นน่าสนใจ 5 ตัวแนะนำ ได้แก่

1. BCH ในระยะสั้นได้ปัจจัยหนุนจากความต้องการการใช้บริการตรวจคัดกรองโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงยังมีพัฒนาการเชิงบวกจากการให้บริการวัคซีนโควิด-19

2. KCE คาดได้อานิสงส์จากการเติบโตของสินค้า Consumer Electronics และอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนต่อคำสั่งซื้อ PCB และยังได้อานิสงส์จากเงินบาทที่อ่อนค่า

3. TQM ยอดขายเบี้ยประกันจะเติบโตแกร่ง โดยเฉพาะประกันโควิด-19 ขณะที่ฐานะทางการเงินยังแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ในมือสูงถึง 43% ของสินทรัพย์

4. WICE คาดได้อานิสงส์จากค่าระวางที่สูงขึ้นจากภาวะตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน ขณะที่ลูกค้ารายใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาใช้บริการขนส่งทางทะเลและทางอากาศของบริษัทเพิ่มขึ้น และ

5. TNP บริษัทได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายทั้งทางตรงคือ การเข้ามาซื้อสินค้าของประชาชนหลัง TNP เป็นร้านค้าธงฟ้าที่ใช้สิทธิ์ได้โดยตรง และทางอ้อมคือ การซื้อสินค้าจากร้านค้าธงฟ้าอื่นๆ และร้านคนละครึ่งที่ประชาชนไปใช้สิทธิ์ได้ รวมถึงยังได้อานิสงส์จากการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใน 1Q64 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories