×

ยานอวกาศ InSight กับภารกิจขุดเจาะดาวอังคารมูลค่ากว่า 27,000 ล้านบาท คุ้มค่าหรือไม่?

06.05.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

2 Mins. Read
  • ชื่อของยาน InSight นั้นย่อมาจาก Interior Exploration using Seismic Investigations, Geodesy and Heat Transport ซึ่งบ่งบอกถึงภารกิจหลักของมันได้เป็นอย่างดี
  • เมื่อยาน InSight ลงจอดบนดาวอังคารแล้ว มันจะทำการเจาะดาวอังคารลึกถึง 5 เมตร เพื่อทำการเก็บข้อมูลอุณหภูมิของดินบนดาวอังคารอย่างละเอียดที่ระดับความลึกต่างๆ
  • อุปกรณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งชื่อ Seismometer ซึ่งจะตรวจวัดการสั่นสะเทือนของพื้นผิวดาวอังคารอย่างละเอียดในระดับที่สั่นแค่ครึ่งหนึ่งของรัศมีอะตอมไฮโดรเจนก็ยังตรวจจับได้

วันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 2018 เป็นวันที่ประวัติศาสตร์แห่งการสำรวจอวกาศต้องจารึกไว้ เมื่อการส่งยานอวกาศ InSight ออกจากโลกสู่ห้วงอวกาศประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เรียกได้ว่าเป็นก้าวแรกแห่งการสำรวจดาวอังคารครั้งใหม่ก็ว่าได้ โดยยานจะเดินทางถึงดาวอังคารในวันที่ 26 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018

 

 

ชื่อของยาน InSight นั้นย่อมาจาก Interior Exploration using Seismic Investigations, Geodesy and Heat Transport ซึ่งบ่งบอกถึงภารกิจหลักของมัน โดยเมื่อยาน InSight ลงจอดบนดาวอังคารแล้ว มันจะทำการเจาะดาวอังคารลึกถึง 5 เมตร เพื่อทำการเก็บข้อมูลอุณหภูมิของดินบนดาวอังคารอย่างละเอียดที่ระดับความลึกต่างๆ

 

ภาพจำลองการเจาะผิวดาวอังคารของยาน InSight

 

เหตุที่นักวิทยาศาสตร์วัดอุณหภูมิดินของดาวอังคารนั้น เพื่อจะได้รู้ว่าอัตราการถ่ายเทความร้อนจากแก่นดาวอังคารออกมาสู่พื้นผิวนั้นเป็นอย่างไร ข้อมูลนี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์อัตราการถ่ายเทความร้อนในอดีตของดาวอังคาร และสืบสาวไปจนถึงกระบวนการเกิดของดาวอังคารได้

 

อุปกรณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งชื่อ Seismometer ซึ่งจะตรวจวัดการสั่นสะเทือนของพื้นผิวดาวอังคารอย่างละเอียดในระดับที่สั่นแค่ครึ่งหนึ่งของรัศมีอะตอมไฮโดรเจนก็ยังตรวจจับได้ (พูดง่ายๆ ว่า 5 ส่วนในร้อยล้านส่วนของมิลลิเมตรก็ตรวจจับได้) เพื่อตรวจจับการเกิดแผ่นดินไหวของดาวอังคาร (Marsquakes) รวมทั้งการชนของอุกกาบาต และการเลื่อนตัวของแผ่นดินบนดาวอังคาร

 

การตรวจจับคลื่นสั่นสะเทือนนี้ถือว่าเป็นภารกิจที่สำคัญมาก เพราะมันจะทำให้นักดาราศาสตร์สามารถเก็บข้อมูลโครงสร้างภายในดาวอังคารได้ว่าเป็นอย่างไรในลักษณะเดียวกับที่นักธรณีวิทยาเก็บข้อมูลแผ่นดินไหวบนโลก เพื่อสร้างแบบจำลองว่าภายในโลกของเรานั้นมีสภาพเป็นอย่างไรนั่นเอง

 

นอกจากนี้ อุปกรณ์ที่มีชื่อว่า Rotation and Interior Structure Experiment หรือ เรียกย่อๆว่า RISE จะทำการเก็บข้อมูลการส่ายของขั้วดาวอังคารอย่างละเอียด เพื่อให้นักดาราศาสตร์รู้ขนาดของแก่น (Core) ดาวอังคารที่ชัดเจน รวมทั้งระบุได้ด้วยว่าแก่นดาวอังคารเป็นของแข็งหรือของเหลวกันแน่ การทำงานของอุปกรณ์นี้น่าทึ่งมากเพราะ RISE จะทำตัวเหมือนเป็นกระจกที่สะท้อนสัญญาณคลื่นวิทยุที่ส่งจากโลกให้กลับไปยังโลก เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ทราบถึงตำแหน่งและความเร็วที่ชัดเจนของดาวอังคารในขณะนั้น

 

แบบจำลองแสดงโครงสร้างภายในของโลก ดาวอังคาร และดวงจันทร์

 

ข้อมูลทั้งหลายทั้งปวงนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจดาวอังคารเท่านั้น เพราะดาวอังคารนั้นเป็นดาวเคราะห์หิน เช่นเดียวกับดาวพุธ ดาวศุกร์ และโลกของเรา การทำความเข้าใจธรรมชาติของดาวอังคารจะกลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญที่จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจดาวเคราะห์หินอื่นๆ ทั้งในและนอกระบบสุริยะด้วย

 

กล่าวโดยภาพรวมของภารกิจนี้ก็คือ การเข้าใจลึกเข้าไปในดาวอังคารอย่างลึกซึ้งสมกับชื่อย่อของยานอวกาศ InSight นั่นเอง

 

คำถามที่ตามมาคือ แล้วตำแหน่งที่ยานจะลงจอดคือที่ไหน?

 

เนื่องจากเป้าหมายของภารกิจนั้นคือการสำรวจภายในดาวอังคาร ซึ่งไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าจะต้องลงจอดที่ไหนเป็นพิเศษ นอกจากต้องเป็นบริเวณที่พื้นผิวไม่แข็งเกินไปนักเพื่อที่ยานจะขุดเจาะได้

 

คุณสมบัติทั่วไปของตำแหน่งลงจอดคือ ควรเป็นบริเวณใกล้กับเส้นศูนย์สูตรของดาวอังคาร เพื่อที่โซลาร์เซลล์ที่ติดไปกับยานอวกาศจะได้รับแสงอาทิตย์อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี (ลองนึกถึงประเทศไทยซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับเส้นศูนย์สูตรก็ได้ครับ ว่าการได้รับแสงอาทิตย์ตลอดทั้งปีนั้นเป็นอย่างไร) นอกจากนี้พื้นที่ลงจอดควรจะอยู่ในระดับความสูงไม่มากนัก เนื่องจากเวลาลงจอดจะได้ใช้ประโยชน์จากชั้นบรรยากาศดาวอังคารในการช่วยลดความเร็วได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งควรเป็นพื้นที่ราบๆ ปราศจากหิน เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันต่างๆ ขณะลงจอด (เช่น หินกระเด็นมาขัดซอกยานหรืออะไรทำนองนี้) สุดท้ายนักวิทยาศาสตร์จึงเลือกบริเวณที่มีชื่อว่า Elysium Planitia ซึ่งตรงตามเงื่อนไขที่ต้องการ

 

พื้นที่ที่ยาน InSight จะลงจอดเทียบกับบริเวณที่ยานอื่นๆ เคยลงจอดมาแล้ว

 

คำถามต่อมาที่น่าจะอยู่ในใจของหลายๆ คนคือ งบประมาณที่ใช้ไปกับโครงการในตอนนี้คือ 830 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 27,000 ล้านบาท นั้นคุ้มค่ากับข้อมูลที่ได้หรือไม่?

 

คำตอบหนึ่งคือ นอกเหนือไปจากความรู้ทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน หากในอนาคตข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้สามารถใช้เป็นฐานในการส่งมนุษย์ไปเยือนและอาศัยอยู่บนดาวอังคารได้

 

เมื่อวันนั้นมาถึง งบประมาณเท่านี้คงถือว่าไม่ได้มากเกินไปนัก

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories