×

สรุปแฟ้มลับ UFO สหรัฐฯ มีอะไรในเอกสาร-รูปภาพที่ทรัมป์สั่งเปิดเผยบ้าง?

09.05.2026
  • LOADING...
หน้าเว็บไซต์ Presidential Unsealing and Reporting System for UAP Encounters (PURSUE) แสดงเอกสาร UFO

กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาสร้างความฮือฮาต่อสาธารณชน ด้วยการเปิดเผยเอกสารลับชุดแรกที่เกี่ยวกับ ‘วัตถุบินที่ไม่สามารถระบุได้’ (Unidentified Flying Object: UFO) โดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งประธานาธิบดีของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ลงนามตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026

 

 
 

การเปิดเผยข้อมูลชุดนี้ประกอบด้วยแฟ้มข้อมูลมากกว่า 160 ชุดที่มีอายุนานหลายทศวรรษ รวมถึงเอกสารจากสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI), กระทรวงการต่างประเทศ และองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ภายในเว็บไซต์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ใช้เป็นแหล่งเก็บรวบรวมเอกสารเหล่านี้

 

เรารู้อะไรจากเอกสารชุดนี้บ้าง THE STANDARD สรุปข้อมูลทั้งหมดที่ทางการสหรัฐฯ เปิดเผยออกมา

 

ประเด็นสำคัญจากแถลงการณ์ของสหรัฐฯ

 

เมื่อคืนนี้ (8 เมษายน) เพนตากอนปล่อยแฟ้มข้อมูลและเอกสารจำนวนมากที่เรียกว่า ‘New, Never-Before-Seen’ (ใหม่และไม่เคยเห็นมาก่อน) ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อมูลของ UFO และปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถระบุได้ (Unidentified Anomalous Phenomena: UAP) โดยชี้ว่า เป็นตัวอย่างของความมุ่งมั่นที่แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีความโปร่งใสมากเพียงใด

 

“ในขณะที่รัฐบาลชุดก่อนๆ พยายามบิดเบือนหรือยับยั้งความสนใจของชาวอเมริกัน แต่ประธานาธิบดีทรัมป์มุ่งเน้นไปที่การมอบความโปร่งใสสูงสุดแก่สาธารณชน เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดสินใจด้วยตนเองเกี่ยวกับข้อมูลในแฟ้มเหล่านี้” แถลงการณ์ระบุ

 

ทรัมป์ระบุว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของคำสั่งเปิดเผยความลับของทางการสหรัฐฯ เช่นเดียวกับการปล่อยเอกสารลับในคดีลอบสังหาร จอห์น เอฟ.เคนเนดี อดีตผู้นำสหรัฐฯ และ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ บาทหลวงและนักเคลื่อนไหวเพื่อคนผิวดำ (ซึ่งข้อสรุปที่ได้ คือมีการให้รายละเอียดชุดใหม่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น)

 

“เพื่อความโปร่งใสที่สมบูรณ์และสูงสุด ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้สั่งการให้รัฐบาลระบุและจัดเตรียมแฟ้มข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก ทั้ง UAP และ UFO ขอให้ทุกคนสนุกและเพลิดเพลินกับข้อมูล!”

 

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของเพนตากอนไม่ได้สรุปผลใดๆ ต่อเอกสารและรูปภาพที่ถูกเปิดเผย โดยระบุว่า ข้อมูลจำนวนมากผ่านการคัดกรองเพื่อความปลอดภัย และไม่ได้มีวิเคราะห์ความผิดปกติใด

 

ส่วนฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์กล่าวหาว่า ทรัมป์กำลังเบี่ยงเบนความสนใจจากกรณีจัดการแฟ้มสอบสวนของกระทรวงยุติธรรม โดย โทมัส แมสซี (Thomas Massie) สส. พรรครีพับลิกันกล่าวหาว่า ผู้นำสหรัฐฯ ใช้เอกสารดังกล่าวปกปิดคดี เจฟฟรีย์ เอปสตีน อาชญากรค้ามนุษย์และล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์

 

ในเว็บไซต์และเอกสารมีอะไรบ้าง

 

สำหรับเว็บไซต์ที่เปิดเผยข้อมูล คือ https://www.war.gov/UFO/ โดยใช้ชื่อว่า Presidential Unsealing and Reporting System for UAP Encounters (PURSUE) มีจุดเด่น คือ ฟอนต์และกราฟิกที่เหมือนออกมาจากเครื่องพิมพ์ดีด ซึ่งให้กลิ่นอายเหมือนภาพยนตร์สยองขวัญไซไฟยุค 90

 

ในเว็บไซต์ มีข้อความของผู้นำสหรัฐฯ และแถลงการณ์ของ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ว่า ร่วมมือกับทรัมป์เพื่อนำเสนอความโปร่งใสของข้อมูลที่ถูกปกปิดมานาน ถึงเวลาแล้วที่ชาวอเมริกันจะได้เห็นด้วยตาตนเอง

 

ปัจจุบัน (9 เมษายน เวลา 12.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) มีเอกสารถูกอัปโหลดราว 161 ไฟล์ โดยเพนตากอนระบุว่า จะมีการทยอยเปิดเผยบันทึกเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไฟล์ชุดแรกประกอบด้วยเอกสารตั้งแต่ยุคการแข่งขันทางอวกาศช่วงทศวรรษ 1960 ระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพโซเวียต

 

THE STANDARD ได้ทำการตรวจสอบเอกสารฉบับแรกของเว็บไซต์ โดยพบว่า เป็นหัวข้อที่ชื่อว่า ‘Orbs Launching Orbs’ หรือคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่พิเศษของรัฐบาลกลาง 6 คนในปี 2023 ว่า พบเห็นลูกไฟกลมสีส้มบนท้องฟ้าจากจุดที่ต่างกันในช่วงเวลาพลบค่ำทางตะวันตกของสหรัฐฯ ซึ่งปรากฏบนท้องฟ้าเพียง 1-2 วินาที และปล่อยลูกไฟทรงกลมอีก 2-4 ลูก ก่อนที่จะหายวับไป

 

นอกจากนี้ เว็บไซต์ยังประกอบด้วยภาพถ่าย เช่น ในไฟล์ FBI-Photo-B17 มีภาพวัตถุบนท้องฟ้าที่มีใจความว่า FBI ยื่นรายงาน UAP ต่อหน่วยงาน All-domain Anomaly Resolution Office (AARO) เป็นภาพขาวดำ โดยมีวัตถุสีดำทรงกลมขนาดเล็กจำนวน 2 จุด แต่เอกสารหมายเหตุว่า ผู้อ่านไม่ควรตีความว่า ส่วนใดส่วนหนึ่งของคำอธิบายเป็นผลสรุปจากการวิเคราะห์ ขณะที่มีการปกปิดข้อมูลส่วนตัว หรือข้อมูลทางทหารที่เป็นความลับ

 

ขณะที่ New York Times รายงานว่า มีภาพถ่ายของ NASA จากภารกิจ Apollo 17 ในปี 1972 แสดงให้เห็นจุดสามจุดเรียงตัวเป็นรูปสามเหลี่ยม พร้อมด้วยข้อความประกอบว่า ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดเกี่ยวกับความผิดปกตินี้ แต่อาจเป็นวัตถุทางกายภาพบางอย่าง

 

กล่าวโดยสรุปว่า สาธารณชนยังต้องจับตากันต่อไปว่า เอกสารเหล่านี้จะเปิดเผยอะไรเพิ่มเติม หรือข้อมูลชุดใหม่ที่มีความชัดเจน ขณะที่การวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

 

ย้อนไทม์ไลน์ ทำไมเรื่องต่างดาวกลายเป็นประเด็นทางการเมืองสหรํฐฯ

 

อันที่จริง ปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้าอยู่คู่กับการเมืองสหรัฐฯ มานานหลายทศวรรษ แต่ครั้งที่ความชัดเจนที่สุด คือ ในปี 2022 รัฐสภาได้จัดตั้งสำนักงานในเพนตากอนเพื่อสอบสวนและถอดรหัสลับวัสดุที่เกี่ยวข้องอย่าง AARO ขณะที่คณะกรรมาธิการสภาได้จัดการไต่สวนสาธารณะครั้งแรกในเรื่องนี้ในรอบกว่า 50 ปี

 

ทั้งนี้ เพนตากอนออกมาทบทวนเอกสารประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ UFO ย้อนหลังไปถึงปี 1945 ซึ่งเป็นปีที่มีรายงานว่า มีวัตถุรูปทรงคล้ายอะโวคาโดตกลงในรัฐนิวเม็กซิโก ใกล้กับเขตทดสอบโครงการแมนฮัตตัน ระเบิดปรมาณูลูกแรกของโลก

 

ก่อนหน้านี้ในปี 2019 New York Times เคยรายงานเหตุการณ์ที่นักบินกองทัพเรือพบวัตถุบินที่ไม่มีเครื่องยนต์หรือไอเสียที่มองเห็นได้ แต่สามารถทำความเร็วเหนือเสียงและบินสูงถึง 3 หมื่นฟุต

 

ต่อมาในปี 2021 สำนักผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติเผยแพร่รายงานรวบรวมเหตุการณ์ UAP 143 กรณีตั้งแต่ปี 2004 แต่ส่วนใหญ่ยังหาคำอธิบายไม่ได้ ขณะที่ในปี 2024 รายงานของเพนตากอนระบุว่า ไม่พบหลักฐานว่า รัฐบาลปกปิดความลับเรื่องมนุษย์ต่างดาวและการพบเห็น UFO

 

ส่วนเรื่องที่สร้างความฮือฮามากที่สุด คือ ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2026 บารัก โอบามา อดีตผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า เอเลี่ยนมีจริง แต่ไม่เคยเห็นระหว่างการดำรงตำแหน่ง

 

“ในเชิงสถิติ จักรวาลกว้างใหญ่มาก โอกาสที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ที่อื่นจึงมีสูง แต่ระยะห่างระหว่างระบบสุริยะต่างๆ ไกลมาก โอกาสที่มนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลกจึงต่ำ และระหว่างที่ผมเป็นประธานาธิบดี ผมไม่เห็นหลักฐานใดๆ ว่า สหรัฐฯ ติดต่อจากสิ่งมีชีวิตนอกโลก จริงๆ นะครับ!” โอบามาโพสต์คลิปวิดีโอในรายการ พร้อมด้วยแคปชันอธิบายใน Instagram

 

ในปี 2021 โอบามาเคยเล่าว่า ตอนดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ เขาพยายามหาคำตอบเรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลก โดยอ้างทฤษฎีสมคบคิดอย่าง Area 51 ฐานทัพในรัฐเนวาดาที่ถูกลือว่า เป็นที่เก็บเทคโนโลยีล้ำสมัยและสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก แต่เมื่อไปตรวจสอบ ก็ไม่เจออะไรที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาวหรือยานอวกาศ

 

ภาพ: U.S. Defense Department via Reuters

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising