องค์การ NASA เปิดเผยรายละเอียดของยานลงจอด, โดรน และยานพาหนะที่ตั้งเป้าจะส่งไปยังดวงจันทร์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนดำเนินโครงการ Ignition Moon Base หรือโครงการสร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์ของสหรัฐฯ ซึ่งมีบริษัท Blue Origin ของเจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้ง Amazon เป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่ได้รับเลือกให้สร้างเครื่องจักรเหล่านี้
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ตั้งเป้าที่จะส่งชาวอเมริกันกลับไปยังบนดวงจันทร์อีกครั้ง ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะหมดวาระดำรงตำแหน่งในปี 2029
แผนก่อสร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์ดังกล่าว มีขึ้นท่ามกลางการแข่งขันกับจีนในโครงการส่งมนุษย์กลับไปยังพื้นผิวดวงจันทร์
โดยในเดือนมีนาคม NASA ประกาศเปิดตัวโครงการมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อสร้างฐานถาวรที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์และพลังงานแสงอาทิตย์ที่ขั้วใต้ของดวงจันทร์ภายในปี 2032
จาเร็ด ไอแซคแมน ผู้บริหารนาซากล่าววานนี้ (26 พฤษภาคม) ว่า การประกาศแผนโครงการดังกล่าว หมายความว่า “สหรัฐฯ จะไม่มีวันยอมปล่อยมือจากโครงการสำรวจดวงจันทร์”
ฐานถาวรดังกล่าว เชื่อว่าจะช่วยให้สหรัฐฯ สามารถทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนขุดทรัพยากรที่มีค่า และยังเดินทางต่อไปยังดาวอังคารได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองว่ากรอบเวลาของ NASA นั้นไม่สมจริง โดยแม้ว่าสหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จในการส่งนักบินอวกาศ 4 คนโคจรรอบดวงจันทร์ในภารกิจอาร์เทมิส 2 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่า จีนน่าจะเป็นประเทศต่อไปที่จะส่งมนุษย์ไปยังพื้นผิวดวงจันทร์
“ผมจะไม่แปลกใจเลยหากจีนไปถึงที่นั่นก่อน” ดร. ซิเมียน บาร์เบอร์ นักวิทยาศาสตร์ด้านดวงจันทร์จากมหาวิทยาลัยโอเพ่น กล่าว โดยอ้างถึงความล้มเหลวของ NASA ในการจัดหาพาหนะที่สามารถส่งมนุษย์ไปยังพื้นผิวดวงจันทร์ได้
สำหรับโครงการตั้งฐานถาวรบนดวงจันทร์ของ NASA มีรายละเอียด 3 ขั้นตอน โดยก่อนที่จะส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ NASA ต้องการส่งยานลงจอดและโดรนบินไปสำรวจและทำแผนที่ภูมิประเทศของดวงจันทร์ก่อน
นอกจากนี้จะมีการสร้างยานขนส่งที่สามารถขับพานักบินอวกาศเดินทางระยะไกลไปบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่เต็มไปด้วยหินและบรรทุกอุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ได้
ซึ่งภายในปี 2032 NASA ตั้งเป้าหมายให้มนุษย์สามารถอาศัยอยู่บนดวงจันทร์ในที่อยู่อาศัยแบบ ‘กึ่งถาวร’ ได้
ภาพ : REUTERS/Jonathan Ernst
อ้างอิง:


