×

‘เหลื่อมล้ำ’ ระหว่างประเทศสูงขึ้นจากสถานการณ์โควิด ‘IMF’ เพิ่มคาดการณ์ GDP ประเทศพัฒนาแล้ว แต่หั่นประมาณการกลุ่มอาเซียน เหตุกระจายวัคซีนล่าช้า

28.07.2021
  • LOADING...

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ปรับตัวเลขการคาดการณ์อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร หลังจากที่ประเทศเหล่านั้นเร่งการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้กับประชากรและเริ่มเปิดภาคธุรกิจอีกครั้ง 

 

ในทางตรงกันข้าม IMF ได้ลดประมาณการเศรษฐกิจในประเทศเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา เนื่องจากหลายประเทศกระจายวัคซีนได้ล่าช้าและไม่เพียงพอ ทำให้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจเพิ่ม ซึ่งสะท้อนภาพช่องว่างระหว่างประเทศร่ำรวยกับประเทศกำลังพัฒนาที่ห่างกันมากขึ้นด้วย ขณะเดียวกัน IMF ยังคงประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2564 ขยายตัว 6%

 

แถลงการณ์ล่าสุดจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ จะฟื้นตัวแตกต่างกันออกไป โดยส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละประเทศสามารถกระจายวัคซีนโควิดได้ดีเพียงใด 

 

IMF มองเห็นโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งเกือบ 40% ของประชากรได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว แม้ว่าจะมีความท้าทายจากโควิดสายพันธุ์ใหม่ก็ตาม 

 

ในขณะที่ประเทศเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาซึ่งมีอัตราการฉีดวัคซีนที่ต่ำกว่ามาก จะเผชิญกับความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิดซ้ำและจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากขึ้น

 

“การเข้าถึงวัคซีนได้กลายเป็นเส้นแบ่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลกออกเป็น 2 กลุ่ม” IMF กล่าวในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกประจำปีล่าสุด

 

IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้จะเติบโตที่ระดับ 6% ซึ่งเท่ากับตัวเลขเดิมที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเมษายน ซึ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดจากระดับ -3.2% เมื่อช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

 

โดยได้เพิ่มการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วขึ้น 0.5% เป็น 5.6% สาเหตุหลักมาจากการเร่งฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการฟื้นตัว

 

ผู้นำด้านการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจครั้งนี้คือ สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจทั้ง 2 ประเทศดังกล่าวจะเติบโต 7% ในปีนี้ โดยเพิ่มขึ้น 0.6% และ 1.7%ตามลำดับ จากประมาณการเมื่อเดือนเมษายน ซึ่งจะนับได้ว่าเป็นปีที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตได้ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1984 และเป็นปีที่ดีที่สุดสำหรับสหราชอาณาจักรนับจากปี 1980

 

ในทางตรงกันข้าม IMF ได้ลดการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาลง 0.4% เป็น 6.3% เนื่องจากหลายประเทศสำคัญได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น อาทิ เศรษฐกิจอินเดียได้รับความเสียหายจากโควิดสายพันธุ์เดลตาและกำลังระบาดอย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ IMF ยังลดการคาดการณ์สำหรับเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 5 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม ซึ่งกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโควิด โดย IMF คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเฉลี่ย 4.3% ลดลง 0.6% จากการคาดการณ์เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว

 

ขณะเดียวกัน ได้ปรับลดแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจีนลง 0.3% เป็น 8.1% เนื่องจากจีนลดขนาดแผนการลงทุนสาธารณะบางส่วน

 

IMF ระบุว่า การแพร่ระบาดที่คาดเดาไม่ได้ของโควิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ ทำให้การคาดการณ์ครั้งนี้ยังไม่แน่นอน 

 

กีตา โกปินาธ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF กล่าวว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะไม่สามารถยืนยันได้จนกว่าการระบาดใหญ่ทั่วโลกจะหายไป โดยการกระจายวัคซีนคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้แต่ละประเทศมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน และอยากให้ประเทศพัฒนาแล้วเพิ่มการบริจาควัคซีนโควิดให้แก่ประเทศยากจน

 

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา IMF ได้เข้าร่วมกับองค์การอนามัยโลก ธนาคารโลก และองค์การการค้าโลก เพื่อจัดตั้งกองทุนที่ผลักดันให้มีการประสานงานทั่วโลกเพิ่มขึ้นเพื่อแจกจ่ายวัคซีน โดยเสนอให้ประเทศร่ำรวยบริจาคเงิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อจัดหาและกระจายวัคซีนให้กับประชากรโลกราว 60% ภายในระยะเวลา 1 ปี

 

“การกำหนดนโยบายที่ดีสามารถสร้างความแตกต่างได้ว่าจะทำให้เกิดการฟื้นตัวอย่างยั่งยืนสำหรับทุกประเทศหรือจะทำให้ความเหลื่อมล้ำเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่หลายประเทศกำลังต่อสู้กับวิกฤตการณ์ทางสาธารณสุขครั้งใหญ่ บางประเทศก็เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติกันแล้ว” IMF ระบุในรายงาน 

 

ด้านอัตราเงินเฟ้อในประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า เช่น ไม้แปรรูป รถยนต์ใช้แล้ว และการเดินทางทางอากาศ มีแนวโน้มจะลดลงเหลือ 2.1% ในปี 2565 จาก 2.4% ในปี 2564 เนื่องจากอุปทานหยุดชะงักจากการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนมุมมองของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะคงนโยบายทางการเงินในการประชุมสัปดาห์นี้ 

 

IMF คงประมาณการ GDP โลกนี้ไว้ที่ 6% เท่ากับคาดการณ์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่เพิ่มคาดการณ์ GDP ประเทศพัฒนาแล้วขึ้นเป็น 5.6% จากปัจจัยสำคัญคือการเร่งกระจายวัคซีน

IMF

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising