โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw นำโดย ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหาร iLaw ประกาศมาตรการตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเรียกร้องให้ดำเนินการสั่งฟ้องผู้ต้องสงสัยจำนวน 229 คนในคดีข้อครหาการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมระบุว่าหาก กกต. มีมติไม่สั่งฟ้องหรือละเว้นบุคคลใด จะดำเนินการเปิดเผยข้อมูลในสำนวนคดีสืบสวนสอบสวนต่อสาธารณชน
ในเวทีเสวนา ‘ชนกำแพงให้จบ ๆ ผ่าพิภพ สว.’ วันนี้ (23 สิงหาคม) ซึ่งเป็นเวทีที่นำเสนอพยานหลักฐานและคำให้การของอดีตผู้สมัคร สว. ที่เชื่อมโยงกับพฤติการณ์การซื้อเสียงและการแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้ง
ในเวทีเสวนาดังกล่าว หทัยรัตน์ พหลทัพ อดีตผู้สมัคร สว. กลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน ได้เปิดเผยพฤติการณ์การเสนอผลประโยชน์ทางการเงินในหลายระดับ
หทัยรัตน์ระบุว่า ในการเลือกระดับประเทศ ตนได้รับการติดต่อจากบุคคลที่ได้รับเลือกเป็น สว. รายหนึ่ง เสนอเงินจำนวนหลักแสนบาทเพื่อให้เข้าร่วมกลุ่ม นอกจากนี้ยังพบกรณีที่คนรู้จักนำรายชื่อ สว. 19 คน ไปเสนอต่อผู้มีอำนาจในพรรคการเมืองเพื่อแลกกับการลงมติเลือกประธานวุฒิสภา โดยเรียกรับค่าตอบแทนรายละ 3 ล้านบาท
หทัยรัตน์ยังกล่าวถึงกรณีผู้สมัครจังหวัดกาญจนบุรีที่ได้รับการเสนอเงิน 500,000 บาทจากตัวแทนพรรคการเมือง ซึ่งมีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
หทัยรัตน์ได้แสดงจุดยืนเรียกร้องให้มีการยกเลิกระบบ สว. เนื่องจากมองว่ากระบวนการดังกล่าวถูกแทรกแซงจนไม่สามารถสะท้อนเจตนารมณ์ตามระบอบประชาธิปไตยได้
ด้าน ณัฐพงษ์ สาโรจน์ อดีตผู้สมัคร สว. กลุ่ม 17 อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเข้าเป็นพยานในคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้นำเสนอหลักฐานการทำธุรกรรมทางการเงิน เป็นบันทึกการโอนเงินจำนวนรวม 32,000 บาท จากผู้ช่วยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 6 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปยังผู้สมัคร สว. 10 คน เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นระยะเวลา 1 วันก่อนการเลือกระดับจังหวัด
บันทึกดังกล่าวระบุเหตุผลการโอนเงินในส่วนของตนจำนวน 2,000 บาท ว่าเป็นค่าเช่าพระเครื่อง แต่นายณัฐพงษ์ยืนยันว่าตนไม่เคยมีการเช่าพระเครื่องแต่อย่างใด และปัจจุบันหลักฐานชิ้นนี้ได้ถูกส่งมอบให้อยู่ในความดูแลของ DSI แล้ว
ขณะที่ เพียรพร ดีเทศน์ อดีตผู้สมัคร สว. กลุ่ม 8 สิ่งแวดล้อม ได้กล่าวถึงข้อสังเกตเกี่ยวกับความผิดปกติในกระบวนการเลือกตั้ง ตั้งแต่การรวมกลุ่มอาชีพที่ไม่สอดคล้องกับคุณสมบัติ การแต่งกายด้วยเสื้อสีสัญลักษณ์เฉพาะกลุ่ม การใช้โพยลงคะแนน และผลการนับคะแนนในรอบไขว้ที่ตรงกันเป็นจำนวนมาก
เพียรพรระบุเพิ่มเติมว่า ตนได้รับการติดต่อและกดดันจากอดีต สส. จังหวัดแม่ฮ่องสอนก่อนการเลือกตั้ง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ที่ปล่อยให้กระบวนการดำเนินไปแม้จะมีข้อกังขาจากสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ได้นำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนวนคดี โดยระบุถึงความผิดปกติในการจัดการที่พักและการสื่อสารของผู้สมัคร โดยยกตัวอย่างกรณีผู้ช่วย สส. จังหวัดอ่างทอง ที่จัดหาที่พักให้ผู้สมัคร สว. ในโรงแรมที่อยู่ห่างไกลจากสถานที่จัดการเลือกตั้งระดับประเทศ
รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลประวัติการใช้โทรศัพท์ของผู้สมัคร สว. จากจังหวัดอ่างทอง ที่มีการติดต่อกับ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในช่วงเช้าของวันเลือกตั้ง และพบการโทรศัพท์ในช่วงเวลา 23.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้สมัครทุกคนต้องถูกยึดโทรศัพท์มือถือ โดยข้อมูลระบุว่าเป็นการโทรติดต่อกันภายในบริเวณสถานที่จัดการเลือกตั้ง
ยิ่งชีพสรุปว่า พยานหลักฐานในสำนวนคดีมีความชัดเจนและเพียงพอที่จะให้ กกต. พิจารณาสั่งฟ้องคดีไปถึงระดับผู้สั่งการ หาก กกต. พิจารณาสั่งฟ้องไม่ครอบคลุม จะถือเป็นการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบโครงสร้างอำนาจทางการเมือง โดยตั้งข้อสังเกตว่า กกต. 4 ใน 7 คน
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งจากการให้ความเห็นชอบของ สว. ชุดนี้ ยิ่งชีพย้ำว่า iLaw จะเฝ้าติดตามผลการพิจารณาของ กกต. ก่อนวันที่ 31 สิงหาคม และพร้อมเปิดเผยข้อมูลของบุคคลที่ไม่ถูกสั่งฟ้องเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด







