×

“อเมริกาจะใส่ชื่อหัวเว่ยในบัญชีดำตลอดไปก็ได้” เหรินเจิ้งเฟย ประกาศกร้าว เลิกสนใจปมสหรัฐฯ แบนแล้ว

โดย THE STANDARD TEAM
02.12.2019
  • LOADING...

ยิ่งนานวัน ประเด็นปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ ก็ดูจะยิ่งยืดเยื้อ จนดูเหมือนปัญหานี้ลุกลามเกินกว่าจะเยียวยาแล้ว ไม่ต่างจาก ‘Huawei’ บริษัทที่สหรัฐฯ มองว่า มีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับรัฐบาลจีน จนส่งผลให้พวกเขาพลอยถูกลูกหลง โดนขึ้นบัญชีดำไปตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเอฟเฟกต์ที่ชัดที่สุดก็คือ การที่ผลิตภัณฑ์ของบริษัทไม่สามารถใช้งานบริการใดๆ ของ Google ได้เลย

 

เป็นเวลากว่า 7 เดือนแล้ว ที่หัวเว่ยถูกสหรัฐฯ สั่งแบนและลงช่ือในบัญชี Entity List อย่างไรก็ดี เหรินเจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของหัวเว่ย ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้กับหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal ว่า หัวเว่ยไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่า สหรัฐฯ จะถอดชื่อพวกเขาออกจากบัญชีดำหรือไม่ เนื่องจากบริษัทของตนยังสามารถทำธุรกิจต่อไปได้อยู่ โดยไม่ได้รับผลกระทบ

 

“เราไม่คาดหวังว่า สหรัฐอเมริกาจะถอนชื่อหัวเว่ยออกจากบัญชีดำ ให้อเมริกาใส่ชื่อหัวเว่ยในบัญชีดำตลอดไปก็ได้ เพราะเราอยู่ได้สบายๆ อยู่แล้ว”

 

หนึ่งในหลักฐานที่หัวเว่ยเชื่อว่า บริษัทของพวกเขาไม่จำเป็นต้องสนใจปมบัญชีดำของสหรัฐฯ มาจากการที่ผลประกอบการของหัวเว่ยในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ เติบโตขึ้นถึง 24% ทั้งๆ ที่เหรินเคยคาดการณ์ไว้ว่า หัวเว่ยอาจต้องสูญเสียรายได้จากผลกระทบดังกล่าวมากกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ 

 

ด้าน แอนดี้ เพอร์ดี้ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของหัวเว่ย เทคโนโลยี สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า หัวเว่ยซื้อชิ้นส่วนจากบริษัทอเมริกาเป็นมูลค่ากว่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2018 ซึ่งหากขาดรายได้จากการสั่งซื้อของหัวเว่ย บริษัทสหรัฐฯ ก็จะต้องขาดทุนมหาศาล

 

ถึงอย่างนั้นก็ดี เหรินย้ำว่า ตัวเขาเองไม่เคยเกลียดสหรัฐฯ และหัวเว่ยก็ไม่ได้ปิดประตูความร่วมมือกับประเทศใดๆ ก็ตาม เพราะต้องการจะทำงานร่วมกับทุกประเทศทั่วโลก เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาโลกดิจิทัลและประสบความสำเร็จร่วมกัน

 

เมื่อนักข่าวถามเรื่องข้อกล่าวหาที่ปราศจากหลักฐานของสหรัฐฯ ต่อกรณีที่ระบุว่า หัวเว่ยอาจต้องปฏิบัติตามกฎหมายในการส่งข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าให้แก่รัฐบาลจีน หากมีการร้องขอ เหรินกำชับว่า เขาและพนักงานเกือบ 2 แสนคนทั่วโลก จะปฏิเสธคำร้องนั้น และยืนยันว่า บริษัทมีมาตรการที่เข้มงวดต่อการทำผิดกฎระเบียบ บุคคลใดก็ตามที่ทำความผิด จะได้รับการลงโทษอย่างรุนแรง 

 

พร้อมกันนี้ยังได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลสหรัฐฯ เรื่องการสอดแนมมาหลายต่อหลายครั้งว่า ไม่มีมูลความจริง โดยระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการโจมตี โดยมีเหตุจูงใจทางการเมืองของสหรัฐฯ และหวังทำลายการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี 5G ของหัวเว่ย 

 

ทั้งนี้ หัวเว่ยยังยืนยันจะเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมด้าน 5G, AI และเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือต่อไป โดยในอีก 5 ปีต่อจากนี้ หัวเว่ยยังมีแผนที่จะทุ่มงบถึง 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อก่อตั้งศูนย์นวัตกรรมและ R&D ทั่วโลก

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories