×

7 คำพูดเรียกน้ำตา จาก Hospital Playlist ซีซัน 1 อุ่นเครื่องเรียกน้ำตาก่อนชมซีซัน 2 พร้อมกัน คืนนี้!

17.06.2021
  • LOADING...
Hospital Playlist ซีซัน 1

ร่วมนับถอยหลังให้กับ Hospital Playlist ซีซัน 2 หนึ่งในซีรีส์ที่แฟนๆ รอชมมากที่สุดในขณะนี้ THE STANDARD POP ขอชวนทุกคนมาอุ่นเครื่อง เรียกรอยยิ้ม และหยาดน้ำตา ย้อนกลับไปยัง 7 โมเมนต์ประทับใจที่เกิดขึ้นในซีซัน 1 

 

แล้วเตรียมรับชม Hospital Playlist ซีซัน 2 ตอนแรกพร้อมกันในคืนนี้ (17 มิถุนายน)  เวลา 21.00 น. 

 

1.

 

 

“ได้ทำซีพีอาร์หรือเปล่าคะ ถ้าคุณทำซีพีอาร์ก็อาจมีโอกาสรอดแท้ๆ

 

คือประโยคที่ จางคยออุล (รับบทโดย ชินฮยอนบิน) แพทย์ประจำบ้านปี 3 แผนกศัลยกรรม​ทั่วไป เอ่ยกับญาติคนไข้อย่างตรงไปตรงมา เป็นเหตุให้ อันจองวอน (รับบทโดย ยูยอนซอก) กุมารศัลยแพทย์ผู้อ่อนโยนต้องเรียกเธอไปตักเตือนโดยทันที

 

ในซีรีส์ Hospital Playlist ซีซัน 1 เราจะได้เห็นชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์ที่พบเจอกับผู้คนหลากหลายรูปแบบ พร้อมกับจรรยาบรรณทั่วไปที่ต้องรายงานข้อเท็จจริงให้พวกเขาทราบโดยไม่ปิดบัง

 

แต่บ่อยครั้งที่คำพูดคลุมเครืออย่าง “หมอยืนยันอะไรไม่ได้”, “เรายังไม่รู้”, “ต้องเฝ้าดูต่อไปก่อน” ก็อาจเป็นคำที่ดีกว่าในเวลาที่ญาติของคนไข้กำลังเฝ้ารออย่างมีความหวัง เพราะทุกคำพูดจากหมอล้วนแล้วแต่เป็นที่ยึดเหนี่ยวเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขาในเวลานั้น

 

ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม “เราจะทำเต็มที่” จึงเป็นคำพูดเดียวที่หมอสามารถยืนยันอย่างมั่นใจได้ว่าจะทำหน้าที่ช่วยรักษาคนไข้ด้วยความทุ่มเทให้มากที่สุด

 

ภาพประกอบ: King Kong by Starship Entertainment

 

2.

 

 

ภายนอกอาจดูเป็นคนปากร้าย แต่จริงๆ แล้ว คิมจุนวาน (รับบทโดย ชองกยองโฮ) เป็นคนอ่อนโยนที่คอยใส่ใจทั้งคนรอบตัวและคนไข้อยู่เงียบๆ เสมอ โดยเฉพาะเมื่อเขาได้เริ่มต้นความรักครั้งใหม่กับ อีอิกซุน (รับบทโดย ควักซอนยอง) ทหารหญิงน้องสาวของเพื่อนสนิทตัวเอง เขาก็กลายเป็นหนุ่มผู้คลั่งรักที่ความสัมพันธ์รุดหน้าเร็วกว่าใครเพื่อน ยอมทุ่มเทให้คนรักได้ทุกอย่าง โรแมนติกจนทำให้คนดูฟินไปตามๆ กัน

 

แม้จะมีอุปสรรคทิ้งท้ายไว้ให้หวั่นใจอยู่ไม่น้อย แต่สิ่งที่ถูกถ่ายทอดออกมาตลอดทั้งเรื่องคือตัวอย่างความสัมพันธ์แบบเรียลๆ ของผู้ใหญ่วัย 40 ปีที่ผ่านประสบการณ์ความรักมาแล้วพอสมควร จนเข้าใจว่าการไว้เนื้อเชื่อใจและซัพพอร์ตอีกฝ่าย เปิดใจพูดคุยด้วยเหตุผล เว้นระยะห่างให้ได้มีพื้นที่ของตัวเอง ล้วนเป็นสิ่งสำคัญในการปรับความแตกต่างที่มีเป็นธรรมดาเพื่อประคองชีวิตคู่ต่อไปให้ได้ เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทั้งคู่รู้สึกตรงกันอย่างแน่นอนคือความรักที่มีให้กันและกันจริงๆ

 

เพราะพวกเขารู้ดีอยู่แล้วว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการ คือการได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปนานๆ เท่านั้นเอง

 

3.

 

 

เป็นเรื่องธรรมดาเหลือเกินในโรงพยาบาลที่มีหลายชีวิตเริ่มต้นใหม่ และอีกหลายชีวิตต้องจากไป เช่นเดียวกับเคสของคุณหมอ แชซงฮวา (รับบทโดย ชอนมีโด) ที่ไม่อาจยื้อชีวิตผู้ป่วยภาวะเลือด​ออกใต้เยื่อหุ้มสมองเอาไว้ได้ ทำให้เธอนึกถึงสมัยยังเป็นแพทย์ประจำบ้านปี 4 ที่มีคนไข้ป่วยด้วยโรคเดียวกัน ทั้งยังชื่อเหมือนกันอีกด้วย

 

ในวันนั้น แชซงฮวา ยอมโดนอาจารย์หมอดุเพื่อคอยอยู่เคียงข้างคนไข้ ตั้งแต่เข้าห้องฉุกเฉินจนกระทั่งเสียชีวิตลงในห้องไอซียู เธอโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองหากเก่งกว่านี้ก็อาจจะไม่เสียคนไข้ไป

 

“คุณหมอนี่เอง”

 

เมื่อเล่าเรื่องนี้จบ มีเสียงสะอึกสะอื้นและคำพูดสั้นๆ จากหมออินเทิร์นที่ฟังอยู่ กลายเป็นอีกหนึ่งฉากสำคัญที่เฉลยรายละเอียดเล็กๆ ที่สวยงามและน่าประทับใจในซีรีส์ Hospital Playlist ซีซัน 1

 

หากย้อนกลับไปในตอนต้น คู่แฝดอินเทิร์น จางยุนบก (รับบทโดย โชอีฮยอน) และ จางฮงโด (รับบทโดย แพฮยอนซอง) เคยเล่าว่าเมื่อตอนเด็กๆ คุณแม่ของพวกเขาป่วย โดยมีคุณหมอคนหนึ่งคอยอยู่เคียงข้างคุณแม่ตลอดทั้งสัปดาห์ และร้องไห้อย่างหนักด้วยความรู้สึกผิดเมื่อคนไข้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

 

แม้การสูญเสียเป็นเรื่องน่าเศร้าแต่ความทุ่มเทของคุณหมอไม่ได้สูญเปล่า และได้มอบแรงบันดาลใจให้ทั้งคู่เลือกเรียนแพทย์เพื่อช่วยเหลือชีวิตคนอื่นๆ ต่อไป น่าเสียดายที่เพราะมัวก้มหน้าร้องไห้ สิ่งที่เด็กทั้งสองจดจำได้จึงมีเพียงรองเท้าไซส์ 225 ของคุณหมอคนนั้นที่พวกเขาจำชื่อไม่ได้ กับถ้อยคำที่ว่า “คุณแม่จะคอยเฝ้ามองจากบนฟ้า ต้องโตมาเป็นคนดีนะ หมอเองก็ต้องเป็นหมอที่ดีให้ได้”

 

มาจนถึงตอนนี้กาลเวลาได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า แชซงฮวา กลายเป็นหมอที่เก่งกาจและน่านับถือเพียงใด รวมถึงลูกน้อยของคุณแม่ที่จากไปในวันนั้นก็ได้เติบโตขึ้นมาจากเมล็ดพันธุ์แห่งความทุ่มเทที่เธอหว่านเอาไว้ในหัวใจคุณหมอรุ่นใหม่ทั้ง 2 คน

 

“เติบโตมาดีขนาดนี้ คุณแม่ที่ดูอยู่บนสวรรค์คงภูมิใจมากเลยนะ”

 

4.

 

 

“เวลาที่สมองกับหัวใจไม่ตรงกัน หัวใจคือสิ่งที่ถูก ทำตามที่หัวใจสั่งแล้วนายจะไม่เสียใจ อย่าตัดสินใจลวกๆ ไปตามอารมณ์แล้วเป็นแบบฉัน การคิดว่าคงไม่เป็นไรมันเป็นการเสี่ยงโชค โชคแบบนั้นไม่เกิดขึ้นหรอก” 

 

ประโยคเตือนใจที่ใช้แทบทุกสถานการณ์ที่ อีอิกจุน (รับบทโดย โชจองซอก) คุณหมอผู้เป็นทั้งพ่อเลี้ยงเดี่ยวและพ่อสื่อ มอบให้กับ อันจองวอน (รับบทโดย ยูยอนซอก) ที่ได้เปิดรับ จางคยออุล (รับบทโดย ชินฮยอนบิน) คุณหมอหน้าหนาวให้ก้าวเข้ามาในหัวใจอย่างเงียบงัน

 

ถึงแม้ในช่วงเวลานั้น อีอิกจุน จะพูดกับ อันจองวอน ด้วยความหวังดี แต่ลึกๆ แล้วเขาคงอยากย้ำประโยคนี้กับตัวเองมากที่สุด จากอดีตสมัยยังเป็นนักศึกษาแพทย์ที่เขาตัดสินใจวางแหวนที่ตั้งใจให้เป็นของของขวัญวันเกิด แชซงฮวา (รับบทโดย ชอนมีโด) ทิ้งไปพร้อมกับความรู้สึกที่ต้องเก็บเป็นความลับด้วยจังหวะเวลาที่คลาดเคลื่อนไปเพียงนิดเดียว

 

จนผ่านมา 20 ปี มิตรภาพของพวกเขายังคงแน่นแฟ้น แต่เมื่อสถานะของความรักเปลี่ยนแปลงไปและทั้งคู่ได้กลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง อีอิกจุนถึงได้รู้ตัวเองอีกครั้งว่าความรู้สึกที่มีเกินกว่าเพื่อนยังคงซุกซ่อนอยู่ไม่เคยเลือนหาย แถมยังเด่นชัดมากขึ้นกว่าเดิม

 

เรื่องจังหวะเวลาดูจะเป็นอีกหนึ่งกิมมิกสำหรับความรักในจักรวาลซีรีส์ของผู้กำกับ ชินวอนโฮ คล้ายๆ กับบทสรุปของ คิมจองฮวัน (รับบทโดย รยูจุนยอล) ในซีรีส์ Reply 1988 ที่ตัดสินใจมอบแหวนรุ่นอันมีค่าให้ ซองด็อกซอน (รับบทโดย อีฮเยริ) พร้อมสารภาพความรู้สึกอย่างหมดเปลือก

 

แต่สุดท้ายก็เลือกกลบเกลื่อนว่าเป็นแค่มุกตลกแล้วเก็บรักครั้งนี้ให้เป็นความทรงจำดีๆ เอาไว้ ไปจนถึงประโยค “พรหมลิขิตมีอีกชื่อคือจังหวะ” อันตราตรึงในตอนที่เขายอมหลีกทางให้เพื่อนสนิทของตัวเอง จนกองเชียร์ทีมซอกตึกต้องน้ำตาตกไปตามๆ กัน

 

แต่คราวนี้เมื่อวันเวลาเป็นใจในซีรีส์ Hospital Playlist ซีซัน 1 อีอิกจุนไม่ลังเลที่จะก้าวข้ามเส้นของมิตรภาพ แล้วตัดสินใจสารภาพรักกับแชซงฮวา ทั้งที่ไม่รู้ว่าคำตอบที่ได้รับจะเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าการที่เขาต้องเสียใจไปตลอดชีวิตถ้าไม่ได้พูดความรู้สึกนี้ออกไป

 

เพราะสุดท้ายแล้วเรื่องของจังหวะเวลา โชคชะตา และพรหมลิขิต อาจไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญเท่านั้น หากแต่เป็นผลจากการตัดสินใจอย่างแน่วแน่ของตัวเราเอง เหมือนกับที่อีอิกจุนย้ำเอาไว้ว่า

 

เมื่อหัวใจกับสมองไม่ตรงกัน ‘หัวใจ’ ถูกต้องเสมอ

 

5.

 

 

ด้วยอาชีพที่มีหน้าที่ดูแลชีวิตของผู้อื่น แต่ตัวเองกลับไม่มีเวลาจะพักผ่อนให้เพียงพอ ทำให้แพทย์ประจำบ้านอย่าง ชูมินฮา (รับบทโดย อันอึนจิน) ตั้งใจลาออกให้รู้แล้วรู้รอด หลังจากต้องเข้าเวรแทนเพื่อนร่วมรุ่นที่โยนงานมาให้เธอคนเดียวติดต่อกันเป็นเวลานาน

 

กระทั่งมีเคสคุณแม่ใกล้คลอดมีลิ่มเลือดออกจึงต้องทำคลอดโดยเร่งด่วนในกลางดึก ทำให้ชูมินฮาจำเป็นต้องรับหน้าที่นำผ่าคลอดเองครั้งแรก แม้ว่ามือที่กรีดมีดลงไปจะสั่นแรงแค่ไหน แต่เธอก็ยังยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองให้ถึงที่สุดจนคุณหมอยางซอกฮยอง (รับบทโดย คิมแดมยอง) เข้ามารับช่วงต่อและช่วยชีวิตทั้งคุณแม่กับลูกน้อยไว้ได้สำเร็จ

 

“เก่งมากแล้วครับ คุณหมอชูมินฮา”

 

อีกเรื่องที่น่าประทับใจคือตอนที่ชูมินฮาขอโทษที่เธอแอบด่าอาจารย์หมอยางซอกฮยองไปหลายยกตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ เมื่อรู้ว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นคนแอบซื้ออาหารว่างให้เธอและคอยบอกคนอื่นให้ดูแลเธอดีๆ แม้จะไม่ได้พูดต่อหน้าด้วยกฎที่ต้องรักษา แต่คุณหมอหมีโง่ผู้อ่อนไหวก็ขอโทษกลับในความบกพร่องของตัวเองอย่างจริงใจ และให้สัญญาว่าครั้งหน้าจะยื่นมือมาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมพูดชมเธออีกครั้งว่า

 

“ฉันน่ะ แทนที่จะเป็นคนฉลาดและหัวดี ฉันชอบคนมีความรับผิดชอบมากกว่า เธอจะเป็นหมอที่ดีแน่ มีความรับผิดชอบ ไม่หนีหาย และพยายามเต็มที่ วันนี้ทำได้ดีมากเลยนะ”

 

เพราะทุกอาชีพล้วนต้องใช้แรงกายแรงใจอย่างหนักไม่แตกต่างกัน ในบางเวลาที่เหนื่อยล้าจากภาระงานที่ต้องทำจนเกินรับมือไหว สิ่งที่ต้องการก็อาจเป็นเพียงกำลังใจว่ามีคนเห็นคุณค่าความพยายามของเรา และคำปลอบโยนว่า ‘ทำได้ดีแล้ว’ เท่านั้นเอง

 

6.

 

 

เริ่มต้นจากการที่ อันจองวอน (ยูยอนซอก) ลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลยุลเจ ชวนกลุ่มเพื่อนที่แยกย้ายไปอยู่ต่างที่มาทำทีมแพทย์วีไอพี โดยมี ยางซอกฮยอง (คิมแดมยอง) ที่จะตกลงเซ็นสัญญาก็ต่อเมื่อเพื่อนทุกคนยอมทำวงดนตรีเท่านั้น

 

ถึงจะตกลงกันไม่ได้ในทีแรก แต่เมื่อ คิมจุนวาน (ชองกยองโฮ) โดนขู่ด้วยความลับเรื่องฮาวาย และเพื่อนๆ ยอมให้ แชซงฮวา (ชอนมีโด) สาวเสียงเพี้ยนได้ร้องนำสมใจท่ามกลางความกังวลของ อีอิกจุน (โจจองซอก) แต่สุดท้ายก็ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้คุณหมอทั้ง 5 คน ในวัย 40 ปี กลับมาฟอร์มวงเหมือนเมื่อยังเป็นนักศึกษาแพทย์อีกครั้งได้สำเร็จ

 

โดยบทเพลงที่ถูกหยิบมาเล่น เป็นเพลงจากยุคปลาย 90 ถึง 2000 ต้นๆ พาให้เราย้อนไปนึกถึงกลิ่นอายความทรงจำเก่าเก็บในอดีต รวมกันกลายเป็นหนึ่งเพลย์ลิสต์ซึ่งถ่ายทอดตัวตนและความสัมพันธ์ของแต่ละคน รวมถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไว้ได้เป็นอย่างดีในทุกตอน อย่างเช่นเนื้อเพลงท่อนหนึ่งที่ร้องว่า

 

“สำหรับเธอ ฉันอยากเป็นความทรงจำที่งดงามเหมือนยามพระอาทิตย์ตกดิน หวังว่าเธอจะจดจำวันเวลาแสนสำคัญและเปล่งประกายของเราได้โดยไม่รู้สึกเสียใจ ให้หลงเหลือไว้ดังภาพวาด”

 

ภาพวาดที่สวยงาม น่าประทับใจ เหมือนเนื้อเพลง Me To You, You To Me ที่รีเมกมาจากหนังรักตลอดกาลอย่าง The Classic (2003) ที่คุณหมอทั้ง 5 คน ร่วมร้องด้วยกันใน EP. สุดท้าย ด้วยชื่อวง Mido and Falasol ช่วยปิดท้ายให้ Hospital Playlist ซีซัน 1 จบลงไปอย่างตราตรึงใจท่ามกลางความงดงามของเรื่องราวชีวิต มิตรภาพ ความรัก พร้อมรอยยิ้มเคล้าน้ำตา

 

7.

 

 

แชซงฮวา (ชอนมีโด) ผู้หญิงคนเดียวและผู้นำทางจิตวิญญาณของกลุ่ม, คิมจุนวาน (ชองกยองโฮ) หมอผ่าตัดไร้เทียมทาน แต่เป็นคนเฮงซวยไม่มีใครเกิน, ซอกฮยอง (คิมแดมยอง) อินโทรเวิร์ตผู้แอนตี้สังคมและมีความสุขกับการดูวาไรตี้, อีอิกจุน (โจจองซอก) หมอที่สอบเข้าและจบด้วยอันดับที่ 1 ของรุ่น ทั้งที่ขลุกอยู่แต่ไนต์คลับ และ อันจองวอน (ยูยอนซอก) ชายหนุ่มผู้ไม่มีความต้องการอะไรนอกจากการรับใช้พระเจ้า

 

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ บงซาลอน หรือคุณหมอบงกวังฮยอน (ชเวยองจุน) เพื่อนร่วมรุ่นของแก๊งคุณหมอได้ให้คำนิยามเอาไว้

 

แต่คงจะไม่มีใครรู้จักตัวตนจริงๆ ของคุณหมอทั้ง 5 คนได้ดีเท่าตัวพวกเขาเอง เมื่อพักจากบทบาทการเป็นอาจารย์หมอที่น่าเคารพนับถือของคนในโรงพยาบาล พวกเขากลายเป็นเพื่อนสนิทที่เถียงเรื่องไม่เป็นเรื่อง โวยวายและแย่งอาหารกันเป็นประจำ เล่นกันเป็นเด็กๆ ยิ่งกว่า อูจู (คิมจุน) ลูกชายของ อีอิกจุน เสียอีก

 

ในขณะเดียวกัน ก็เป็นเพื่อนที่สามารถเล่าปัญหาชีวิตยากๆ ของตัวเองให้ฟังได้อย่างง่ายดาย รู้ว่าจะสามารถให้คำปรึกษาและพึ่งพากันได้เสมอ แม้จะมีช่วงเวลาที่ห่างหายกันไปบ้าง แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาที่ถูกถ่ายทอดออกมาทำให้เราเชื่อได้อย่างสนิทใจว่านี่คือมิตรภาพอันยาวนาน 20 ปีที่แต่ละคนสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่เมื่ออยู่ด้วยกัน

 

หากจะขยายความจากนิยามของคุณหมอบงซาลอนก็คงพูดได้เต็มปากว่า แม้พวกพวกเขาจะไม่ได้สมบูรณ์พร้อม ต่างมีอะไรที่ ‘ขาดหาย’ กันไปคนละอย่าง

 

แต่ทั้งหมดก็เกิดมาเพื่อพบเจอ รวมตัว โอบกอดมิตรภาพ และ ‘เติมเต็ม’ ซึ่งกันและกันอยู่เสมอ

 

ภาพ: tvN

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising