×

รางวัลของคนไม่ยอมแพ้ บัลลงดอร์ในวัย 33 ของ ‘แฮร์รี เคน’ บทพิสูจน์ที่มาช้า… แต่ทรงคุณค่าที่สุด

27.10.2026
แฮร์รี เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษและบาเยิร์น มิวนิก ขณะพูดบนเวทีประกาศรางวัลบัลลงดอร์

หลังใช้ชีวิตบนเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพมานานกว่าทศวรรษ ความสำเร็จที่ แฮร์รี เคน เฝ้ารอคอยมาตลอดเริ่มทยอยมาถึงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

 

 

จากการคว้าแชมป์บุนเดสลีกากับบาเยิร์น มิวนิก ในฤดูกาล 2024/25 ซึ่งช่วยยุติคำครหาที่ติดตัวเขามานานในฐานะกองหน้าระดับโลกผู้ไม่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์ ก่อนต่อยอดความสำเร็จด้วยการพาบาเยิร์นคว้าดับเบิลแชมป์ในฤดูกาลถัดมา พร้อมสร้างผลงานส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมด้วยการยิง 61 ประตูจาก 51 นัด และอีก 12 ประตูในนามทีมชาติอังกฤษ

 

ผลงานตลอดฤดูกาล 2025/26 ส่งให้เคนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตัวเต็งรางวัลบัลลงดอร์ ก่อนที่ค่ำคืนวันที่ 26 ตุลาคม 2026 ณ กรุงลอนดอน ชื่อของเขาจะถูกประกาศให้เป็นผู้ชนะจากปากของ โรนัลโด นาซาริโอ หรือ R9 ตำนานกองหน้าทีมชาติบราซิล ผู้เคยคว้ารางวัลนี้มาแล้ว 2 สมัย

 

ในวัย 33 ปี เคนกลายเป็นนักเตะอังกฤษคนแรกในรอบ 25 ปีที่คว้าบัลลงดอร์ ต่อจาก ไมเคิล โอเวน เมื่อปี 2001 และเป็นนักเตะบาเยิร์น มิวนิก คนแรกที่ได้รับรางวัลนี้นับตั้งแต่ คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก เมื่อปี 1981

 

แต่กว่าจะมาถึงวันที่ได้รับการยอมรับในฐานะนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลก เคนต้องผ่านช่วงเวลาที่ถูกมองข้าม ความผิดหวัง และการพิสูจน์ตัวเองมาแล้วหลายครั้ง

 

เรื่องราวของเขาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ยังเป็นเด็กชายวัย 8 ปี ที่ได้รับโอกาสเข้าสู่อะคาเดมีของอาร์เซนอล ก่อนถูกปล่อยตัวในเวลาต่อมา เพราะถูกมองว่ายังมีศักยภาพไม่เพียงพอที่จะก้าวไปเป็นนักฟุตบอลอาชีพระดับสูง

 

ในเวลานั้น คงมีไม่กี่คนที่คาดคิดว่าเด็กชายที่อาร์เซนอลปล่อยตัว จะเติบโตขึ้นมาเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของท็อตแนม ฮอตสเปอร์ และทีมชาติอังกฤษ ก่อนกลับมายืนบนเวทีรับรางวัลบัลลงดอร์ในกรุงลอนดอน บ้านเกิดของตัวเอง

 

แฮร์รี เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษและบาเยิร์น มิวนิก ขณะพูดบนเวทีประกาศรางวัลบัลลงดอร์ 1

 

การเดินทางของ London Boy สู่กองหน้าที่ไม่มีใครมองข้าม

 

เคนเติบโตในย่านชิงฟอร์ด ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน และเริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับสโมสรท้องถิ่น ก่อนมีโอกาสเข้าสู่อะคาเดมีของอาร์เซนอลตั้งแต่อายุเพียง 8 ปี

 

อย่างไรก็ตาม เส้นทางของเขากับทีมปืนใหญ่จบลงอย่างรวดเร็ว หลังสโมสรตัดสินใจปล่อยตัวเขา โดยมีการระบุว่าเคนยังขาดทั้งความเร็วและรูปร่างที่เหมาะสม

 

เหตุการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เด็กชายคนหนึ่งพยายามพัฒนาตัวเองต่อไป

 

ภายหลังเคนได้รับโอกาสจากท็อตแนม ฮอตสเปอร์ แต่การก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นทันที

 

เขาต้องผ่านช่วงเวลาของการถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นกับเลย์ตัน โอเรียนท์, มิลล์วอลล์, นอริช ซิตี และเลสเตอร์ ซิตี เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในฟุตบอลอาชีพ

 

โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มิลล์วอลล์ ซึ่งเคนเคยย้อนเล่าว่า การต้องลงเล่นในทีมที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้นทำให้เขาเข้าใจความกดดันของฟุตบอลอาชีพมากขึ้น เพราะผลการแข่งขันส่งผลโดยตรงต่อชีวิตและอาชีพของผู้เล่นในทีม

 

หลังจากพยายามอยู่นาน เคนเริ่มได้รับโอกาสอย่างต่อเนื่องกับสเปอร์สในฤดูกาล 2014/15 และค่อยๆ สร้างชื่อจนกลายเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีก

 

ตลอดเส้นทางกับสเปอร์ส เขายิงไป 280 ประตูในทุกรายการ กลายเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสร พร้อมคว้ารางวัลดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก 3 สมัย

 

อย่างไรก็ตาม แม้สถิติส่วนตัวจะเพิ่มขึ้นทุกปี สิ่งหนึ่งที่เคนยังไม่สามารถคว้ามาได้คือแชมป์รายการใหญ่

 

แฮร์รี เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษและบาเยิร์น มิวนิก ขณะพูดบนเวทีประกาศรางวัลบัลลงดอร์ 2

 

เมื่อการยิงประตูมากมาย ยังไม่เพียงพอ..

 

เคนเคยผ่านความผิดหวังมาแล้วหลายครั้ง ทั้งการพาสเปอร์สเข้าชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ปี 2019 ก่อนแพ้ลิเวอร์พูล รวมถึงการพลาดแชมป์ลีกคัพ และการเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติอังกฤษที่เข้าชิงยูโร 2020 และ 2024 แต่จบลงด้วยตำแหน่งรองแชมป์ทั้งสองครั้ง

 

แม้จะได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าชั้นนำของยุโรป แต่การไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือกลับกลายเป็นประเด็นที่ถูกนำมาพูดถึงทุกครั้งเมื่อมีการประเมินความสำเร็จในอาชีพของเขา

 

ในปี 2023 เคนตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการอำลาสเปอร์ส สโมสรที่เขาผูกพันมาตั้งแต่เด็ก เพื่อย้ายไปร่วมทีมบาเยิร์น มิวนิก

 

เวลานั้นเขายิงไปแล้ว 213 ประตูในพรีเมียร์ลีก ตามหลังสถิติสูงสุดตลอดกาลของ อลัน เชียเรอร์ เพียง 47 ประตู แต่เลือกออกจากอังกฤษเพื่อเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในระดับสโมสร

 

ทว่าแม้จะย้ายไปอยู่กับทีมที่เคยครองความยิ่งใหญ่ในฟุตบอลเยอรมัน ฤดูกาลแรกของเคนกลับจบลงโดยไม่มีแชมป์เช่นเดิม

 

กระทั่งฤดูกาล 2024/25 เขาเดินหน้ากระหน่ำสกอร์ เป็นกุญแจสำคัญพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้สำเร็จ ซึ่งเป็นถ้วยแชมป์รายการใหญ่ใบแรกในอาชีพนักฟุตบอลของเขา

 

และหลังจากใช้เวลาหลายปีเพื่อรอคอยความสำเร็จแรก เคนกลับใช้เวลาอีกเพียงหนึ่งฤดูกาลในการก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของฟุตบอลโลกในรางวัลระดับบุคคล

 

แฮร์รี เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษและบาเยิร์น มิวนิก ขณะพูดบนเวทีประกาศรางวัลบัลลงดอร์ 3

 

73 ประตู กับฤดูกาลที่พาเขาสู่บัลลงดอร์

 

ฤดูกาล 2025/26 กลายเป็นปีที่ดีที่สุดในอาชีพของเคน เมื่อเขายิงไปถึง 61 ประตูจาก 51 นัดให้กับบาเยิร์น มิวนิก ในทุกรายการ ซึ่งเป็นสถิติการทำประตูสูงสุดภายในฤดูกาลเดียวของสโมสร

 

ในจำนวนนี้แบ่งเป็น 36 ประตูในบุนเดสลีกา, 14 ประตูในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก, 10 ประตูในเดเอฟเบ โพคาล และอีก 1 ประตูในเยอรมัน ซูเปอร์คัพ

 

เขายังทำแฮตทริกในเกมนัดชิงชนะเลิศเดเอฟเบ โพคาล ช่วยบาเยิร์นเอาชนะสตุ๊ตการ์ท 3-0 พร้อมพาทีมคว้าดับเบิลแชมป์ในประเทศ

 

ขณะเดียวกัน เคนยังทำอีก 12 ประตูให้ทีมชาติอังกฤษ รวมถึง 6 ประตูในฟุตบอลโลก 2026 ทำให้เขามีผลงานรวมทั้งสิ้น 73 ประตู กับอีก 8 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 65 นัด ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ

 

ตัวเลขดังกล่าวทำให้เคนเป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำประตูได้มากที่สุดภายในหนึ่งฤดูกาล โดยมีเพียง ลิโอเนล เมสซี ที่เคยทำได้มากกว่า เมื่อยิงรวม 82 ประตูให้บาร์เซโลนาและทีมชาติอาร์เจนตินาในฤดูกาล 2011/12

 

นอกจากนี้ เคนยังทำสถิติยิงประตูอย่างน้อย 20 ลูกให้สโมสรได้ถึง 12 ฤดูกาลติดต่อกัน นับตั้งแต่ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของสเปอร์สในปี 2014/15

 

สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความสม่ำเสมอที่เขารักษาไว้ได้ตลอดเส้นทางอาชีพ

 

แม้บาเยิร์นจะหยุดเส้นทางในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกที่รอบรองชนะเลิศ และทีมชาติอังกฤษไปไม่ถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก แต่ผลงานส่วนตัวตลอดทั้งฤดูกาลก็เพียงพอให้เคนได้รับคะแนนโหวตเหนือ คีเลียน เอ็มบัปเป และลามีน ยามาล

 

พร้อมกลายเป็นนักเตะบาเยิร์นคนแรกในรอบ 45 ปีที่ได้รับรางวัลบัลลงดอร์ ต่อจาก คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก ในปี 1981

 

แฮร์รี เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษและบาเยิร์น มิวนิก ขณะพูดบนเวทีประกาศรางวัลบัลลงดอร์ 4

 

วันที่ความพยายามได้รับการยอมรับ

 

บนเวทีประกาศรางวัลบัลลงดอร์ที่กรุงลอนดอน เคนยอมรับว่าเขาแทบไม่สามารถหาคำพูดมาอธิบายความรู้สึกของตัวเองได้

 

“ผมแทบพูดไม่ออกเลย การได้มายืนอยู่ตรงนี้ที่ลอนดอนทำให้มันพิเศษยิ่งขึ้นไปอีก”

 

นอกจากกล่าวขอบคุณผู้ลงคะแนนและแสดงความยินดีกับผู้เข้าชิงคนอื่นๆ เคนยังใช้โอกาสนี้ขอบคุณเพื่อนร่วมทีมและทีมงานที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเขา ทั้งที่บาเยิร์น มิวนิก และทีมชาติอังกฤษ รวมถึง แว็งซ็องต์ กอมปานี กุนซือบาเยิร์นที่กำลังพักรักษาตัวจากอาการป่วย

 

อีกหนึ่งชื่อที่เคนไม่ลืมกล่าวถึงคือ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สโมสรที่เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในอาชีพค้าแข้ง และเป็นสถานที่ที่หล่อหลอมให้เขาเติบโตขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองหน้าชั้นนำของโลก

 

คำขอบคุณเหล่านี้สะท้อนว่า แม้บัลลงดอร์จะเป็นรางวัลส่วนบุคคล แต่สำหรับเคน ความสำเร็จในวันนี้เกิดขึ้นจากผู้คนมากมายที่ร่วมเดินทางกับเขามาตลอด ทั้งในวันที่สมหวังและวันที่ต้องเผชิญกับความผิดหวัง

 

สำหรับเคน รางวัลในค่ำคืนนี้จึงมีความหมายมากกว่าการเป็นนักฟุตบอลอังกฤษคนแรกในรอบ 25 ปีที่ได้ครอบครองลูกบอลทองคำ

 

เพราะตลอดเส้นทางที่ผ่านมา เขาเคยเป็นทั้งเด็กที่ถูกปล่อยตัว นักเตะที่ต้องออกไปพิสูจน์ตัวเองในลีกระดับล่าง ดาวยิงที่ถูกตั้งคำถามเรื่องการไม่มีแชมป์ และกองหน้าที่ตัดสินใจออกจากสโมสรซึ่งผูกพันมาตลอดชีวิตเพื่อไล่ตามความสำเร็จ

 

เมื่อมองย้อนกลับไป เคนอาจไม่ได้เดินทางมาถึงจุดนี้รวดเร็วเท่ากับนักเตะระดับโลกหลายคน และไม่ได้มีถ้วยแชมป์รายการใหญ่ติดมือตั้งแต่อายุยังน้อย

 

แต่สิ่งที่เขาทำได้มาตลอดคือการรักษามาตรฐาน พัฒนาตัวเอง และทำประตูอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าต้องเผชิญกับความผิดหวังมากเพียงใด

 

จากเด็กชายที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่ายังไม่ดีพอ วันนี้ แฮร์รี เคน กลายเป็นเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 2026

 

และในวัย 33 ปี เขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความสำเร็จอาจไม่ได้มาถึงในวันที่เราต้องการในทันที

 

แต่สำหรับคนที่ไม่เคยหยุดพยายาม ทุกหยาดเหงื่อและความตั้งใจที่ทุ่มเทลงไป ย่อมมีความหมายในสักวันหนึ่ง

 

อ้างอิง:


READ MORE





Latest Stories

Close Advertising