วันนี้ (2 มิถุนายน) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงทิศทางการยกระดับระบบราชการไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตามแนวนโยบายของปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจากอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้กำกับดูแลการพัฒนาระบบราชการและบุคลากรภาครัฐ
โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบราชการที่กระชับ ทันสมัย และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและเอไอมาปรับปรุงบริการภาครัฐ เพื่อลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ลดภาระงานด้านเอกสาร และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถติดต่อราชการได้อย่างรวดเร็วและโปร่งใส
โดยรองนายกรัฐมนตรีได้วางแนวทางให้ข้าราชการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการงานประจำ งานตรวจเอกสาร งานเชื่อมโยงข้อมูล และงานควบคุม เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรมีเวลาทุ่มเทกับงานเชิงนโยบาย การวิเคราะห์ปัญหา และการออกแบบบริการที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างตรงจุด
ซึ่งข้าราชการในอนาคตจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในข้อมูล กฎหมายดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีกับภารกิจจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับบุคลากรภาครัฐ พ.ศ. 2566–2570 โดยกำหนดกรอบทักษะสำคัญ 7 ด้าน ประกอบด้วย ความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การปฏิบัติตามและใช้กฎหมายด้านดิจิทัล ภาวะผู้นำด้านดิจิทัล การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนางาน การพัฒนานวัตกรรมเพื่อการบริการ การใช้ประโยชน์และการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
โดยสำนักงาน ก.พ. จะดำเนินการพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับบทบาทของบุคลากรแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ทั้งผู้ปฏิบัติงาน หัวหน้างาน ผู้บริหาร ตลอดจนกลุ่มสายงานเทคโนโลยีและสายงานทั่วไป เพื่อให้การพัฒนาดังกล่าวตรงกับภารกิจและสามารถนำไปปฏิบัติจริงได้อย่างเหมาะสม
สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว สำนักงาน ก.พ. จะบูรณาการความร่วมมือกับ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพในการดูแลระบบประเมินทักษะ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) ในการรับผิดชอบหลักสูตรพัฒนาทักษะทั้งรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ และสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในการรับรองหลักสูตรให้สอดคล้องกับกรอบทักษะที่กำหนด
โดยรัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2570 ข้าราชการไทยจะสามารถนำทักษะดิจิทัลไปใช้ในการทำงานและให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มรูปแบบ ครอบคลุมทั้งระบบ e-Service, e-Form, e-Payment และ e-Document เพื่อยกระดับคุณภาพบริการภาครัฐให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง


