×

หวั่นรัฐบาลหลีกเลี่ยงตรวจสอบคดีทุจริตเลือก สว. หลังเสนอญัตติด่วนชายแดนใต้ก่อนพิจารณารายงาน กกต.

โดย THE STANDARD TEAM
03.09.2026
  • LOADING...
สส. กำลังอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรระหว่างการพิจารณาญัตติ

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ (3 กันยายน) เกิดความวุ่นวายและมีการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดนานกว่า 1 ชั่วโมง ภายหลังพรรคภูมิใจไทยเสนอญัตติด่วนขอสลับวาระเพื่อพิจารณาปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาก่อนวาระพิจารณารายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

 

 
 

ท่ามกลางความหวาดระแวงจากพรรคฝ่ายค้านว่านี่อาจเป็นกลไกทางสภาของฝ่ายรัฐบาลเพื่อหลีกเลี่ยงการพิจารณารายงานของ กกต. ประจำปี 2567 ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องกับคดีการทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่อาจเชื่อมโยงถึงสมาชิกรัฐสภาและรัฐมนตรีบางรายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน

 

ฝ่ายค้านห่วงสลับญัตติเลี่ยงปมโกง สว.

 

เมื่อเวลา 13.38 น. ที่มี เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ซาการียา สะอิ สส. นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องการแก้ไขปัญหาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ โดยให้เหตุผลว่าความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วน จึงขอให้เลื่อนญัตตินี้ขึ้นมาพิจารณาก่อน

 

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) อภิปรายว่า แม้พรรคฝ่ายค้านจะเห็นด้วยถึงความเร่งด่วนของปัญหาชายแดนใต้และพร้อมใช้เวลาพิจารณาอย่างเต็มที่ แต่มีข้อสังเกตถึงความพยายามสลับวาระการพิจารณา เนื่องจากตามระเบียบวาระเดิมที่ได้ประสานกันไว้ จะต้องพิจารณารายงานของ กกต. และรายงานของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ก่อน จึงจะเข้าสู่ญัตติชายแดนใต้

 

พริษฐ์เปิดเผยด้วยว่า ฝ่ายค้านได้ประสานให้คณะรัฐมนตรีมารับฟังข้อเสนอแนะในญัตติชายแดนใต้หลังจากการพิจารณารายงานของ กกต. เสร็จสิ้นแล้ว การเสนอเลื่อนวาระในครั้งนี้จึงทำให้คิดเป็นอื่นไม่ได้ว่า ฝ่ายรัฐบาลมีความพยายามที่จะไม่ให้สภาได้พิจารณารายงานการปฏิบัติงานของ กกต. ปี 2567 ซึ่งเนื้อหาคาบเกี่ยวกับคดีการทุจริตเลือกตั้ง สว. ที่อาจเชื่อมโยงถึงเพื่อนสมาชิกและรัฐมนตรีหลายคน พรรคฝ่ายค้านจึงยืนยันว่าควรดำเนินการตามระเบียบวาระเดิม

 

ด้าน ศุภชัย ใจสมุทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โต้แย้งว่า เมื่อเปรียบเทียบความสำคัญแล้ว ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้ถือเป็นเรื่องด่วนที่ควรได้รับการพิจารณาก่อนรายงานของ กกต. ซึ่งมี สส. ฝั่งรัฐบาลหลายคนลุกขึ้นสนับสนุนแนวทางนี้

 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการเลื่อนญัตติ โดยหยิบยกเหตุการณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งมีวาระการรับทราบรายงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และญัตติเรื่องอุทกภัยในจังหวัดน่าน แต่ก็ไม่มีสมาชิกรัฐสภาคนใดขอเลื่อนญัตติอุทกภัยขึ้นมาพิจารณาก่อนรายงานของ สตง.

 

อภิสิทธิ์ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนความพยายามที่จะทำให้เรื่องของ กกต. ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ทั้งที่ฝ่ายค้านพร้อมพิจารณาทุกวาระ และตั้งคำถามว่าหากมีการเลื่อนญัตติชายแดนใต้ขึ้นมาก่อนจริง สภาจะยังคงมีการพิจารณารายงานของ กกต. ในวันนี้หรือไม่

 

ฝ่ายรัฐบาลบีบถอนคำพูด “รักตัวกลัวตาย”

 

บรรยากาศการประชุมทวีความตึงเครียดเมื่อมีการพาดพิงถึงการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของคณะรัฐมนตรี รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายตั้งคำถามถึงความจริงใจของรัฐบาล โดยระบุว่าหากรัฐบาลเห็นความสำคัญของชีวิตประชาชนในพื้นที่จริง เหตุใดการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรจึงลงพื้นที่เพียงจังหวัดสงขลาและให้ส่วนราชการในสามจังหวัดชายแดนใต้เดินทางขึ้นมารายงาน

 

รักชนกกล่าวหาว่าการนำความเดือดร้อนของประชาชนชายแดนใต้มาอ้าง เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อปกป้อง กกต. และหลีกเลี่ยงการอภิปรายรายงานของหน่วยงานดังกล่าว

 

คำกล่าวนี้สร้างความไม่พอใจแก่ สส. ฝั่งรัฐบาลจนเกิดการประท้วงอย่างต่อเนื่อง

 

ซูการ์โน มะทา สส. ยะลา พรรคประชาชาติ ประท้วงว่าการอภิปรายดังกล่าวเป็นการเสียดสีและให้ร้าย ขณะที่ นันทนา สงฆ์ประชา สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่ามีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยหลายคน เช่น ไชยชนก ชิดชอบ, เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และ วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ ได้ลงพื้นที่เข้าถึงชาวบ้านในยามวิกาล จึงขอให้รักชนกถอนคำพูด

 

เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ตักเตือนและขอให้รักชนกถอนคำพูดที่ระบุว่าคณะรัฐมนตรี “รักตัวกลัวตาย” ไม่กล้าลงพื้นที่ อย่างไรก็ตาม แม้รักชนกจะยอมถอนคำพูดดังกล่าว แต่ยังคงยืนยันประเด็นว่าฝ่ายบริหารนำความเดือดร้อนของประชาชนมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อขัดขวางการอภิปรายวาระ กกต.

 

ทำให้เกิดการประท้วงซ้ำจาก กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่ระบุว่าการกระทำของฝ่ายนิติบัญญัติยิ่งสร้างความขัดแย้งเพิ่มเติมจากปัญหาในพื้นที่

 

วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ใช้สิทธิพาดพิงเพื่อชี้แจงว่า ตนได้ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานีจนถึงเวลา 02.00 น. เพื่อให้กำลังใจประชาชนในสถานการณ์รุนแรง และยืนยันว่าการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรได้ให้ความสำคัญกับพื้นที่ชายแดนใต้ โดยมีการเชิญตัวแทนประชาชน ผู้นำศาสนา และฝ่ายความมั่นคงมาร่วมหารือทิศทางการแก้ปัญหา

 

หลังจากการโต้เถียงดำเนินไปกว่า 1 ชั่วโมง พริษฐ์ วัชรสินธุ และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้ขอคำยืนยันจากวิปรัฐบาลและประธานสภา ว่าหากมีการพิจารณาญัตติชายแดนใต้ก่อน สภาจะยังคงพิจารณารายงานของ กกต. ให้เสร็จสิ้นภายในวันเดียวกันหรือไม่ โดยคาดการณ์เวลาว่าหากรวมการอภิปรายทั้งสองวาระ การประชุมจะเสร็จสิ้นในเวลาประมาณ 21.00 น.

 

ธนยศ ทิมสุวรรณ สส. เลย พรรคภูมิใจไทย ในฐานะตัวแทนวิปรัฐบาล ชี้แจงว่าหากพิจารณาญัตติชายแดนใต้เสร็จและยังเหลือเวลา จะดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไป ณัฐพงษ์จึงเสนอญัตติสวนเพื่อให้นำวาระการพิจารณาปัญหาชายแดนภาคใต้ไปไว้หลังการพิจารณารายงานของ กกต. ตามระเบียบวาระเดิม และขอให้สภาลงมติ

 

เสียงข้างมากลงมติถกญัตติชายแดนภาคใต้

 

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อเตรียมลงมติ ระบบเครื่องลงคะแนนเกิดเหตุขัดข้อง ส่งผลให้ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ซึ่งสลับขึ้นมาทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ต้องสั่งพักการประชุมเป็นเวลา 20 นาที

 

สำหรับญัตติเรื่องปัญหาชายแดนใต้ ประธานที่ประชุมได้ประเมินเวลาการพิจารณาเบื้องต้นว่า ผู้เสนอญัตติอาจใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที และผู้ที่ลงชื่ออภิปรายจะใช้เวลาอีกประมาณ 2 ชั่วโมง

 

ท้ายที่สุด หลังกลับมาดำเนินการประชุมแล้ว ผลการลงมติเสียงข้างมากเห็นชอบให้ที่ประชุมพิจารณาญัตติชายแดนภาคใต้ก่อน ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 266 ไม่เห็นด้วย 108 งดออกเสียง 33 ไม่ลงคะแนนเสียง 2

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising