Menu
122015

Girl Crush: ขาใหญ่ ใจซ่า เหตุผลที่เราตกหลุมรักนางแบบสาว ‘นาเดีย อาบูลฮัสซัน’

24.09.2018
  • LOADING...
  • Loading...

HIGHLIGHTS

  • สไตล์ของ นาเดีย อาบูลฮัสซัน ทำให้เราคิดว่าการมีเนื้อหนังและส่วนโค้งเว้านั้นแทนที่จะถูกตราหน้าด้วยคำวิเศษเชิงลบ กลับแลดูเซ็กซี่ชวนมอง ชวนฉลองแบบไม่จำเป็นต้องเอาไปซ่อนที่ไหน ตอกหน้าใครที่ว่าคนอวบต้องรีบหาเสื้อผ้ามาปิดบัง ‘ข้อเสีย’ ดังที่เราถูกสอนในกฎการแต่งกายในหน้านิตยสารแบบเต็มๆ
  • หลังจากนั่งรอฟีดแบ็กจากแบรนด์ต่างๆ ที่เธอเสนอไอเดียให้ใช้ผ้าที่ส่งเสริมให้คนทุกไซส์ดูดีจนรอไม่ไหว เธอก็ลุกขึ้นทำไลน์เสื้อผ้าออกมาขายเองเรียบร้อยภายใต้ชื่อ By Nadia Aboulhosn ในปี 2017
  • นิตยสาร Paper กล่าวถึงเธอไว้ว่า “เป็นผู้ที่เชื่อมโลกของนางแบบพลัสไซส์เข้ากับนางแบบทั่วไปให้เป็นจริงยิ่งขึ้น”

นางแบบ ดีไซเนอร์ และบล็อกเกอร์แฟชั่นจอมซ่าวัย 30 ปี นาเดีย อาบูลฮัสซัน (Nadia Aboulhosn) ถูกกล่าวถึงมาสักพักใหญ่ถึงความเปรี้ยวเก๋และมีสไตล์จากการแต่งองค์ทรงเครื่อง แต่ยิ่งกว่านั้นทัศนคติของเธอยังทำให้ผู้หญิงทั้งตัวจิ๋วและไม่จิ๋วลุกขึ้นมาเฉิดฉายอย่างมาดมั่น มีชีวิตเดียวจะอดเฟี้ยวไปทำไม!

 

และนี่คือเหตุผลที่เราตกหลุมรักเธอ

 

 

There’s No Plus Size!

แม้จะเคยถ่ายแบบให้กับ American Apparel รวมไปถึงนิตยสาร Vogue Italia นางแบบไซส์ 12 จากนิวยอร์กคนนี้กลับเกลียดคำว่า ‘พลัสไซส์’ เพราะสำหรับโลกแฟชั่น นี่คือกลุ่มคนที่เหล่าดีไซเนอร์และแบรนด์ต้องการประดับร่างให้ด้วยเสื้อผ้าที่พยายามปกปิด ‘ข้อเสีย’ สำหรับเธอแล้ว นี่คือการแบ่งแยก ทำให้รู้สึกแปลกแยกกว่าคนอื่น และคุณไม่เคยเห็นการจัดหมวดหมู่ ‘นางแบบผอม’ หรือ ‘นางแบบหุ่นล่ำ’ เสียหน่อย และเธอมองว่าแฟชั่นคือแฟชั่นไม่ว่าจะไซส์ใด ซึ่งเธออยากให้คนรู้จักเธอในฐานะนางแบบ บล็อกเกอร์ หรือดีไซเนอร์ที่มีผลงานเสียมากกว่า ไม่ว่าเธอจะตัวเล็กหรือใหญ่ก็ตาม

 

 

เริ่มจากงานอดิเรก

นางแบบลูกครึ่งเลบานอนอเมริกันที่หลงใหลในแฟชั่นคนนี้เริ่มต้นทำบล็อกแฟชั่นในยามว่างจากการเป็นสาวออฟฟิศในปี 2010 โดยเธอหารายได้จากการเป็นนางแบบเสื้อผ้าต่างๆ ที่ทำสไตล์ในแบบของตัวเองและโพสต์ลงบนบล็อก จน Seventeen ชวนเธอไปเป็นแบบลงในนิตยสาร ซึ่งเธอลงทุนซื้อตั๋วเครื่องบิน 400 เหรียญ (ราวๆ 14,000 บาท) จากฟลอริดาไปนิวยอร์กเพื่อถ่ายทำด้วยตัวเอง ด้วยความคิดที่ว่าคนเราก็ควรต้องลงทุนในการทำอะไรบางอย่างเสียบ้าง จากนั้นไม่นานเธอก็ชนะการแข่งขันเป็นแบบให้กับแบรนด์ American Apparel ในปี 2011 และในปี 2014 เธอได้รับเชิญเป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่งานสัมมนา Create and Cultivate ในชิคาโก งานที่จัดขึ้นเพื่อนักธุรกิจผู้หญิงในโลกดิจิทัลอีกด้วย

 

 

รับคำท้าใหม่ๆ ของชีวิต

นาเดียเลือกที่จะเป็นนางแบบอย่างเดียวได้สบายๆ ด้วยวัยและกระแสความนิยม แต่เธอกลับไม่หยุดเพียงแค่นั้น เธอต่อยอดและท้าทายความสามารถอันล้นตัวหลังจากถ่ายแคมเปญกับ Addition Elle โดยจับมือร่วมกับแบรนด์ออกแบบคอลเล็กชันเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิง ‘ไม่ผอม’ จนออกมาเป็นแคปซูลคอลเล็กชัน Fall 2015 ที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงไซส์ระหว่าง 12-24 ซึ่งเธอได้จัดแสดงโชว์ที่งานนิวยอร์กแฟชั่นวีก นอกจากนั้นนาเดียยังจับมือกับ Boohoo แบรนด์เสื้อผ้าเพื่อออกแบบคอลเล็กชันในแบบของเธอต่อยอดและยังขายดีอีกด้วย

 

และหลังจากนั่งรอฟีดแบ็กจากแบรนด์ต่างๆ ที่เธอเสนอไอเดียให้ใช้ผ้าที่ส่งเสริมให้คนทุกไซส์ดูดีจนรอไม่ไหว เธอก็ลุกขึ้นทำไลน์เสื้อผ้าออกมาขายเองเรียบร้อยภายใต้ชื่อ By Nadia Aboulhosn ในปี 2017 แบบที่นิตยสาร Allure อธิบายคอลเล็กชันแรกของแบรนด์ไว้ว่า “ไม่แปลกใจเลยถ้า คิม คาร์ดาเชียน จะเหมายกคอลเล็กชันไปใส่!”

 

 

Embrace Your Curves & Culture

นอกจากเรื่องแฟชั่นแล้ว บล็อกของเธอยังสนับสนุนเสียงด้านบวกเมื่อมาถึงรูปร่างของผู้หญิง ให้ผู้หญิงยอมรับในรูปร่างและส่งเสริมความงามของตัวเอง โดยยังมีเซกชันด้านมนุษยธรรมที่ส่งเสริมให้สังคมเข้าหากันด้วยความเข้าใจอีกด้วย จากเด็กสาววัย 20 ต้นๆ จากฟลอริดา ถึงวันนี้เธอกลายเป็นสาวนิวยอร์กเกอร์เต็มตัว และมีผู้ติดตามและแฟนๆ บนอินสตาแกรมถึง 551,000 คน โดยเธอยังคงสนับสนุนให้ผู้หญิงรักและภูมิใจในเรือนร่างของตัวเองไม่ว่าจะใส่เสื้อผ้าไซส์ใด

 

เมื่อถามถึงว่าเธอพกความมั่นเกินร้อยมาจากไหน “ผู้คนชอบที่จะจัดให้คนอยู่ในหมวดหมู่ที่พวกเขารู้จัก หรือบอกว่ารูปร่างคุณควรจะดูเป็นอย่างไรในชุดบิกินี ฉันว่าเราควรที่จะนำความมั่นใจที่เรามีอยู่แล้วในการใช้ชีวิตออกมาใช้กับความมั่นในรูปร่างด้วย ส่วนตัวฉันจะล็อกห้อง ปิดโทรศัพท์ แล้วเปิดดูวิดีโอของ โทนี ร็อบบินส์ (Tony Robbins) หรือ จิม แคร์รีย์ (Jim Carrey) ที่สร้างแรงบันดาลใจได้ดี เพราะการได้เรียนรู้จากคนที่มีประสบการณ์มากกว่ามันเปิดโลกให้กับคุณได้” เธอเผยเคล็ดลับกับนิตยสาร Shape เมื่อปี 2017

 

ผู้คนจะทำให้คุณรู้สึกละอายจากเสื้อผ้าที่คุณใส่ หาว่าคุณเป็น ‘โสเภณี’ เหตุเพราะคุณอ้วนและดันใจป้ำใส่เสื้อผ้าแบบเดียวกับคนผอมที่โชว์เนื้อหนังมากกว่า แต่ฉันบอกเลยว่าถ้าคุณใส่อะไรแล้วรู้สึกดี จงใส่มันไปเถอะ

 

ในนิตยสาร Women’s Running Magazine เดือนเมษายน 2016 เธอยังพูดถึงความสำเร็จของบล็อกเกอร์ที่มาพร้อมกับการทำงานหนักที่หลายคนอาจมองจากภายนอกว่าง่ายดาย รวมถึงความแตกต่างและหลากหลายของเชื้อชาติที่ควรจะได้รับการยอมรับให้มากขึ้นในฐานะที่เธอมีเชื้อแขกและเป็นนางแบบที่ไม่ได้ขาวหรือผมบลอนด์ ความตั้งใจของนาเดียที่อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ค่อยๆ ปรับมาตรฐานด้านความงามในอุตสาหกรรมแฟชั่นทำให้เรายิ่งมองว่าเธอเป็นผู้หญิงที่คูลแบบคูณสอง นิตยสาร Paper ยังได้กล่าวถึงเธอว่า “เป็นผู้ที่เชื่อมโลกของนางแบบพลัสไซส์เข้ากับนางแบบทั่วไปให้เป็นจริงยิ่งขึ้น”

 

 

ด้วยรักจากลีนา ดันแฮม

หนึ่งในแฟนคลับจำนวนมหาศาลจากรอบโลกของเธอคือ ลีนา ดันแฮม (Lena Dunham) เกิร์ลพาวเวอร์ตัวแม่ที่ขอสัมภาษณ์นาเดียผ่านทาง Stylist.co.uk เมื่อปี 2014 เองทีเดียว ซึ่งลีนาพูดถึงนาเดียไว้ว่า “เธอเป็นผู้หญิงที่หลงใหลในแฟชั่น แถมยังไม่ได้ผอม เธอทำให้ฉันคิดได้เป็นครั้งแรกในชีวิตว่า ‘แย่ชะมัดที่ก้นฉันเล็กไปสู้ความฮอตของพวกเธอไม่ได้เลย!’ มันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นนะ”

 

 

เธอเป็นขาใหญ่ใจสตรอง

ชีวิตของผู้หญิงหุ่นอวบไม่ใช่เรื่องง่าย แม้กระทั่งในอเมริกาเอง หนึ่งในปัญหาของผู้หญิงที่มีส่วนโค้งเว้าเยอะกว่าชาวบ้านนั้น นาเดียเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ผู้คนจะทำให้คุณรู้สึกละอายจากเสื้อผ้าที่คุณใส่ หาว่าคุณเป็น ‘โสเภณี’ เหตุเพราะคุณอ้วนและดันใจป้ำใส่เสื้อผ้าแบบเดียวกับคนผอมที่โชว์เนื้อหนังมากกว่า แต่ฉันบอกเลยว่าถ้าใส่อะไรแล้วคุณรู้สึกดี จงใส่มันไปเถอะ”

 

และเมื่อหมุนมาสู่โซนโลกมืดของอินเทอร์เน็ต นางแบบสาวใจซ่าคนนี้มองว่า “มีคนไม่ชอบฉันและคอมเมนต์ด่าก็เยอะ ถึงกับมีบล็อกเอาไว้ต่อว่าฉันโดยเฉพาะเลยนะ และฉันเคยอ่านมันแต่เลิกอ่านไปแล้ว มันไม่จำเป็นเลยในชีวิต อีกอย่างคนพวกนี้ไม่ได้หาเงินเข้ากระเป๋าฉันเสียเมื่อไรล่ะ ตอนอายุ 13 แม่เคยให้ฉันลดน้ำหนักจนน้ำหนักลงไป 22 กิโลกรัม ทุกคนเริ่มปฏิบัติกับฉันต่างไป พวกเขาทำตัวน่ารักกับฉันกว่าเก่า ผู้ชายเริ่มเข้ามาจีบ… ฉันเลยได้เห็นถึงความเบาสมองของคนหลายคนนับแต่นั้น ฉันบอกกับตัวเองเสมอว่าชีวิตโชคดีอย่างไรกับสิ่งที่มี แทนที่จะมองสิ่งที่ไม่มี”

 

 

งดงามอย่างแข็งแกร่ง

เห็นหุ่นไกลจากไซส์ XS แบบนี้ แต่ขาคู่นั้นหาได้ตื่นมาแล้วเรียวสวยเองหรอกนะ นาเดียยังใส่ใจในสุขภาพและเธอออกกำลังกายเพื่อรูปร่างที่สมส่วนด้วยการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างน้อย 30 นาที เร็วๆ นี้นางแบบสาวเพิ่งโบกมือลาบัตรสมาชิกฟิตเนส แล้วซื้อจักรยาน แทรมโพลีน และแป้นบาสเกตบอลมาไว้ที่บ้านแทน ด้วยความคิดที่ว่าเธออยากเน้นกิจกรรมสนุกๆ นอกบ้านให้รู้สึกแอ็กทีฟตลอดเวลาเสียมากกว่า

 

 

‘Coz I’m Real

สไตล์ของเธอทำให้เราคิดว่าการมีเนื้อหนังและส้วนโค้งเว้านั้นแทนที่จะถูกตราหน้าด้วยคำวิเศษเชิงลบ กลับแลดูเซ็กซี่ชวนมอง ชวนฉลองแบบไม่จำเป็นต้องเอาไปซ่อนที่ไหน ตอกหน้าใครที่ว่าคนอวบต้องรีบหาเสื้อผ้ามาปิดบัง ‘ข้อเสีย’ ดังที่เราถูกสอนในกฎการแต่งกายในหน้านิตยสารแบบเต็มๆ! และขอบอกเลยว่าสไตล์ของเธอเก๋ เท่ และซ่าเกินเรื่องแบบที่คนไซส์เล็กกว่าอาจต้องถามตัวเองว่า ‘ฉันเก๋เท่าเธอคนนี้แล้วหรือยัง?’ เรายังหลงรักนาเดียตรงที่ฟีดอินสตาแกรมของเธอยังเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน มีชีวิตชีวา และเป็นธรรมชาติ ไม่เชื่อกดดูวิดีโอเธอเล่นสไลเดอร์ลงน้ำดูได้

 

 

This Is Me, Nadia

นาเดียทำให้เราคิดได้ว่าแค่การที่คนไม่ผอมใส่เสื้อผ้าสวยๆ ในที่สาธารณะไม่ควรจะถูกมองว่าเป็นเรื่องกล้าหาญชาญชัย เพราะยิ่งคนเจ้าเนื้อได้ทำในสิ่งที่คนไม่มองว่าแตกต่าง ก็ยิ่งทำให้คนรู้สึกว่าเขาเป็นคนปกติเหมือนคนอื่นขึ้นเท่านั้น

 

ขอกดหัวใจรัวๆ ให้ผู้หญิงแซ่บคนนี้ล้านที

 

 

Photo: Instagram @nadiaaboulhosn

อ้างอิง:

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US