×
333290

FWD North Pole Marathon กับสองนักวิ่งไทย ป๊อก อิทธิพล – เต๋า สมชาย วิ่งสู้มะเร็ง ณ ขั้วโลกเหนือ! [Advertorial]

โดย THE STANDARD TEAM
21.02.2020
  • LOADING...

บนพื้นน้ำแข็งขั้วโลกและหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ความลื่นของพื้นอาจทำให้คุณต้องออกจากการแข่งขันตั้งแต่กิโลเมตรแรก ตัวเลขอุณหภูมิ -40 องศาเซลเซียส พร้อมแช่แข็งหลอดเลือดทุกเส้น สติคุณต้องอยู่ที่ปลายเท้าตลอดเวลา ลมที่พัดแต่ละครั้ง เหมือนใบมีดกรีดหัวใจของคุณให้ขาดวิ่น

 

ไม่มีคนเชียร์ ไม่มีกำลังใจจากสองข้างทาง แต่อาจมี ‘เจ้าบ้าน’ ตัวขาวอ้วนหนักครึ่งตันที่แวะมาให้กำลังใจ จนทำให้คุณต้องใช้กำลังขาทั้งหมดวิ่งหนีให้เร็วที่สุด 

 

แน่นอน นี่ไม่ใช่พื้นที่ที่คุณจะจินตนาการถึงการเริงระบำบนคอร์ดวิ่งใดๆ ที่คุณเคยผ่านมาทั้งนั้น นี่คือ North Pole Marathon วิหารลับแห่งการวิ่ง ที่ไม่ใช่แค่ร่างกายกับจิตใจต้องแข็งแกร่งพอเท่านั้น คุณต้องมี ‘Passion’ หรือความปรารถนาอันแรงกล้ามากพอที่จะส่งพลังขาข้ามผ่านเส้นชัยได้

 

วันนี้เราเดินทางมาพูดคุยกับ ปรีชา รุธิรพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย เต๋า-สมชาย เข็มกลัด นักแสดงชื่อดัง และ ป๊อก-อิทธิพล สมุทรทอง นักวิ่งมาราธอนชื่อดัง เพื่อรู้จักกับ FWD North Pole Marathon มากขึ้น

 

จาก Passion สู่แคมเปญที่ดีที่สุด Run for Cancer 

เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ Passion ของผู้คนมาโดยตลอด 

 

นอกจากความสำเร็จในการขับเคลื่อนองค์กร สร้างความมั่นคงให้กับลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์แล้วนั้น FWD ยังได้สร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ มากมาย เพื่อสนับสนุนผู้คนให้ทุ่มเททำตามปรารถนาอันแรงกล้าของตัวเอง

 

โดยเฉพาะในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา กับการเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของ North Pole Marathon พร้อมส่งตัวแทนคนไทย เพื่อเข้าร่วมสนามวิ่งที่ยากที่สุดสนามหนึ่งในโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับอีกเกือบ 70 ล้านคน ได้เห็นแบบอย่างการเอาชนะขีดจำกัดร่างกายมนุษย์ และหันมาสร้างสุขภาพที่ดีให้ตัวเอง

 

แต่ไม่ใช่แค่นั้น นอกจากส่งนักวิ่งไปท้าทายขั้วโลกเหนือแล้ว FWD ก็จะผนวกกิจกรรมเพื่อสังคมเข้าไปในแคมเปญแต่ละปีด้วย

 

สำหรับปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญ โดย FWD ประเทศไทย ได้ชูเรื่องมะเร็ง ซึ่งเป็นปัญหายาวนานของคนไทย มาเป็นธีมใหญ่ ใช้ชื่อว่า Run for Cancer 

 

จุดมุ่งหมายสำคัญของแคมเปญ Run for Cancer คือการรณรงค์ให้ความรู้ผู้คน ตระหนักถึงความสำคัญในการรับมือกับความเสี่ยงโรคมะเร็ง

 

“มีคนไทยที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งวันละ 226 คน โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมในสตรี เสียชีวิตวันละ 12 คน ซึ่งมากที่สุดในทั้งหมด ทำให้ผมคิดอยู่ตลอดว่า ทำอย่างไรที่เราจะทำแคมเปญที่ช่วยให้คนไทยปลอดภัยจากโรคมะเร็งมากขึ้น นอกจากการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ทำให้ลูกค้าจับต้องได้แล้ว เราก็พยายามทำแคมเปญเพื่อรณรงค์ให้ผู้คนวางแผนรับมือกับภัยร้ายที่คุกคามมนุษย์ที่สุด” ปรีชาเริ่มต้นเล่าให้เราฟังถึง Pain Point และที่มาของธีมใหญ่แคมเปญปีนี้

 

 

ปรีชา รุธิรพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

 

#มะเร็งเดี๋ยวไม่ได้ 

อย่างที่เราทราบกันดีว่า โรคมะเร็งเป็นโรคที่อยู่คู่คนไทยมานาน และไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยลง แย่กว่านั้นคือ คนไทยยังคิดว่าโรคนี้ห่างไกลจากตัวเอง จึงไม่ได้เตรียมแผนรองรับ ทั้งการดูแลตัวเอง หรือมีผลิตภัณฑ์ประกันเพื่อช่วยรักษาที่ดีพอ

 

ปีที่ผ่านมา FWD มี ป๊อก-อิทธิพล สมุทรทอง เซเลบในวงการวิ่งมากว่า 30 ปี ชายผู้วิ่งข้างตูน บอดี้สแลม ในโปรเจกต์ก้าว ซึ่งปีนี้ป๊อกก็ยังคงทำหน้าที่เป็น Influencer อย่างต่อเนื่อง

 

 

เพื่อที่จะทำให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของโรคมะเร็งมากขึ้น ปีนี้ต้องได้ Influencer ผู้รักการวิ่งที่เป็นที่รู้จักในระดับแมส และมี Passion เรื่องมะเร็ง ซึ่งคำตอบจึงเป็น เต๋า-สมชาย เข็มกลัด ที่เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งคน

 

ทุกคนรู้จักเขาดีอยู่แล้ว ชายผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายเป็นชีวิตจิตใจ เล่นกีฬามาตลอดชีวิต โดยเฉพาะการเป็นนักฟุตบอล แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า เต๋า สมชาย รักการวิ่งมากเช่นกัน แม้จะมีอุปสรรคหมอนรองกระดูกหัวเข่าเสื่อม แต่เขาไม่ละทิ้งความพยายาม เอาชนะ Passion ของตัวเอง ผูกเชือกรองเท้า ออกจากบ้านวิ่งใกล้ๆ และไต่ระดับเป็นมาราธอนได้ในที่สุด

 

“นี่เป็นเรื่องที่ผมอยากเตือนคนไทยทุกคน ผมเป็นอีกคนที่เจ็บปวดกับโรคมะเร็ง เพราะคุณพ่อคุณแม่ผมเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั้งคู่ มันเป็นสิ่งที่ผมบอกตัวเองมาตลอด ถ้าวันหนึ่งเรามีโอกาสที่จะทำให้คนไทยป่วยเป็นมะเร็งน้อยลง หรือได้เตรียมตัวสู้กับโรคนี้ได้ดีขึ้น ผมจะไม่ปล่อยโอกาสนั้นเด็ดขาด” เต๋า-สมชาย เข็มกลัด นักแสดงชื่อดัง เปิดใจให้เราฟัง

 

 

“อย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องห่างไกลตัวเรา มะเร็งเป็นโรคที่คุณชะล่าใจไม่ได้ ผมวิ่งมาราธอนมาหลายสิบปี ผมระวังเรื่องนี้ ตรวจร่างกายตลอด วันนี้คุณวิ่งได้อยู่ดีๆ พรุ่งนี้คุณอาจจะมีเนื้อร้ายแล้วก็เป็นได้ มันเป็นเรื่องควบคุมได้ยาก แต่เราสามารถวางแผนรับมือกับความเสี่ยงได้ มะเร็งเดี๋ยวไม่ได้จริงๆ ต้องวางแผนวันนี้ ช้าไม่ได้” ป๊อก-อิทธิพล สมุทรทอง นักวิ่งข้างกายตูน บอดี้สแลม ช่วยเสริม

 

แน่นอนเป็นไปไม่ได้ ถ้าจะทำให้โรคมะเร็งหมดไปจากคนไทย อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารย้ำว่า ไม่สำคัญว่าจะทำได้เท่าไร สำคัญคือได้ทำเต็มที่แล้วหรือยัง แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าไม่ละทิ้งความพยายาม ย่อมสำเร็จ

 

นี่คือ Passion ที่เชื่อมต่อกันระหว่าง North Pole Marathon กับ DNA ของ FWD

ซึ่ง FWD ต้องการจุดประกายให้คนไทยเห็น ถ้าเราพยายามมากพอ เตรียมตัวมาอย่างดี เราย่อมเอาชนะ North Pole Marathon ได้ เช่นเดียวกับโรคมะเร็ง ถ้าเราเตรียมตัวรับมืออย่างดี เราก็ผ่านพ้นมะเร็งได้เช่นกัน

 

การวิ่งที่ท้าทายที่สุดในชีวิต

ทั้งสองคนจะต้องเข้าร่วมการวิ่งที่ FWD North Pole Marathon ในเดือนเมษายนนี้ แน่นอน นี่จะเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของชีวิต แม้ป๊อกจะผ่านการวิ่งในทุกเมเจอร์ใหญ่ๆ มาแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังยอมรับว่า งานนี้หินที่สุด ต้องเตรียมตัวซ้อม ต้องเข้าห้องแล็บที่จำลองสภาวะแวดล้อม เพื่อปรับร่างกายให้คุ้นชิ้น

 

“การวิ่งที่ขั้วโลกมันไม่เหมือนที่ไหนแน่นอน ต้องใส่เสื้อถึง 4 ชั้น ใส่แว่นตาแบบครอบ ใส่ถุงเท้ากันน้ำ วิ่งไปนี่อึดอัดแค่ไหนก็ถอดอะไรออกไม่ได้ สภาพอากาศติดลบจนนิ้วชา ปีนี้ผมตั้งใจเต็มที่ อยากให้คนไทยได้เห็นว่า เราสามารถทำเรื่องที่เป็นไปได้ยากให้สำเร็จได้”

 

ขนาดป๊อกยังยาก เต๋าไม่ต้องสืบเลย ถึงจะผ่านมา 6 งานแล้ว แต่งานนี้เต๋าต้องงัดความสมชายทุกอณูจิตใจมาใช้ เพราะนี่คือการวิ่งที่ท้าทายที่สุดในชีวิต

 

“คุณรู้ไหม ผมเป็นหมอนรองกระดูกหัวเข่าเสื่อม จริงๆ หมอสั่งห้ามผมเล่นกีฬาทุกชนิด เราเจ็บ เราก็อยากหยุด แต่ในใจลึกๆ มันร้องว่า เราหยุดไม่ได้ เราอยากให้ลูกเราเห็นว่า เราเป็นฮีโร่ของเขา เราต้องพิสูจน์ให้ลูกเห็นว่า ถ้าคนเรามีความมุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ ก็ไม่มีอะไรมาหยุดเราได้ ผมจึงตั้งแพสชันว่า ผมจะต้องวิ่งมาราธอนให้ได้ ซึ่งผมไม่ได้คิดฝันอย่างเดียวนะ ผมศึกษาทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ผมซ้อมเป็นประจำ ผมค่อยๆ ผ่านด่านทีละขั้น ผมไม่ยอมแพ้ จนวันหนึ่งผมสามารถวิ่งมาราธอนได้จริง

 

“จนมาถึงงานนี้ ผมตื่นเต้นมากที่ทาง FWD มาชวน ซึ่งเรามีคำตอบในใจอยู่แล้วว่า ยังไงก็ต้องไป ไม่ใช่ว่าเราบ้าดีเดือดนะ ที่ผมมั่นใจว่าผมทำได้ เพราะผมให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวซ้อมมากๆ บอกเลยว่า รายการนี้ทำให้ผมต้องซ้อมอย่างสุดชีวิต ซ้อมมันทุกวัน เพราะงานนี้ผมไม่ได้วิ่งเพื่อเกียรติยศชื่อเสียงของผม ผมไม่ได้ต่อสู้เพื่อผมคนเดียว แต่ผมกำลังวิ่งเพื่อคนไทยที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมทุกคน” เต๋าเล่า

 

ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ การค้นหา ‘ความสุด’ ถือเป็น ‘ความสุข’ ที่ไม่มีวัน ‘สิ้นสุด’ ถ้าคุณชอบเล่นเกม คุณจะรู้ว่า การปราบบอสใหญ่ ไม่ใช่สิ่งที่ท้าทายที่สุด การปราบบอสลับที่ซ่อนอยู่ในเกมต่างหากที่ยากกว่า สุดกว่า ในโลกของการวิ่งก็เช่นกัน นักวิ่งอย่างเราๆ ท่านๆ คงรู้จัก 6 สนามมาราธอนระดับเมเจอร์ของโลกกันดี ขอเพียงเอาอกไปแตะเส้นชัยแค่สนามใดสนามหนึ่งก็เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลแล้ว ทว่า สำหรับนักวิ่งสายสุดนั้น เท่านี้คงไม่พอ นอกเหนือจากสนามบอสใหญ่ ยังมีสนามความยากระดับ ‘บอสลับ’ ซ่อนอยู่อีกหลายที่ในโลกใบนี้ ด้วยระยะไกลกว่า สภาพพื้นผิวโหดกว่า บางสนามวิ่งขึ้นเขาลงเขา บางสนามวิ่งท่ามกลางความกดอากาศสูง-ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล วิ่งท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา หรือวิ่งท่ามกลางความหนาวที่กัดกินขั้วหัวใจ ‘North Pole Marathon (ขั้วโลกเหนือ)’ คือหนึ่งในสนามบอสลับที่ว่า และขึ้นชื่อเรื่องความโหดที่สุดสนามหนึ่งในโลก

 

แคมเปญเจ๋ง 100,000 แชร์ ใน 20 วัน

อย่างที่เต๋าบอก งานนี้ไม่ใช่ว่า FWD ส่ง 2 คน ไปวิ่งเพื่อเป็นแรงบันดาลใจเท่านั้น แต่เป็นการวิ่งเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วย โดย FWD ได้เตรียมเงินจำนวน 600,000 บาท เพื่อบริจาคให้กับมูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในเครือของโรงพยาบาลศิริราช เพื่อเป็นทุนทรัพย์ในการตรวจรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมด้วย

 

ความเจ๋งของแคมเปญนี้คือ การผนึกกระแสการวิ่งกับการรณรงค์เรื่องมะเร็งให้กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยใช้พลังโซเชียลให้คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมกับแคมเปญ ผ่านการแชร์สเตตัส เพื่อสร้างการรับรู้ในระดับแมส พร้อมกับการช่วยผู้ป่วยมะเร็งเต้านมจริงๆ

 

“เราให้ประชาชนเข้าไปที่หน้า FWD Thailand Facebook Fan Page พร้อมกดไลก์ที่โพสต์รูปเต๋า สมชาย แชร์แบบสาธารณะ และติดแท็ก #มะเร็งเดี๋ยวไม่ได้ แล้วบริษัทฯ จะมอบเงินให้ 1 แชร์ = 6 บาท ซึ่งเราต้องการทั้งหมด 100,000 แชร์ เมื่อครบตามจำนวนดังกล่าวแล้ว เอฟดับบลิวดีประกันชีวิตจะมอบเงิน 600,000 บาท ให้กับมูลนิธิถันยรักษ์ฯ ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดี เพียงแค่ 20 วัน ก็มีผู้สนใจร่วมแชร์โพสต์ครบ 100,000 แชร์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว” ผู้บริหารเล่าความสำเร็จแคมเปญ 

 

 

ซึ่งการแชร์ถือเป็น Engagment ที่มีค่าที่สุด เพราะประชาชนสามารถรับรู้ได้ถึงเมสเสจความสำคัญเรื่องมะเร็ง เพื่อที่จะได้ตระหนักถึงความสำคัญ เตรียมตัว และวางแผนกับโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนี่คือความสำเร็จที่แท้จริงของแคมเปญนี้

 

มูลนิธิถันยรักษ์ฯ เป็นผู้ให้บริการศูนย์ถันยรักษ์ฯ โดยให้บริการด้านงานบริการวินิจฉัยโรคของเต้านมอย่างครบวงจร ด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยได้มาตรฐานสากล โดยมีระบบควบคุมคุณภาพและประกันคุณภาพ (QC & QA System) รวมถึงมีระบบการเก็บข้อมูลรายงานผลแมมโมแกรมและรายงานสถานะมะเร็งของผู้ใช้บริการ เพื่อนำมาวิเคราะห์ย้อนหลังหาค่าตัวชี้วัดทางสถิติ และนำมาเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐาน ซึ่งถือเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่มีระบบการประเมินและติดตามการรายงานผลแมมโมแกรมของรังสีแพทย์ นอกจากนี้ศูนย์ถันยรักษ์ฯ ยังมีรังสีแพทย์ พยาบาล และนักรังสีการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความตั้งใจในการให้บริการที่มีคุณภาพ จึงทำให้ปัจจุบันมีผู้มาใช้บริการแล้วกว่า 120,000 คน

 

“เรายังคงยืนยันพันธกิจของเราที่จะสนับสนุนให้ผู้คนได้ออกไปใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ โดยเราพร้อมอยู่เคียงข้างทุกคน ผลักดันให้ทุกคนทำตามแพสชันของตัวเองจนสำเร็จ เราเชื่อว่า นี่คือคุณค่าที่สวยงามของชีวิต เหมือนกับการวิ่งมาราธอน ที่แม้จะเหนื่อยยากลำบากแค่ไหน แต่ถ้าถึงเส้นชัยแล้ว คุณจะภูมิใจกับมันที่สุด” ผู้บริหารย้ำท้าย

 

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวปฐมบทก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นในอีก 2 เดือนข้างหน้า กับสองคนไทยที่จะไปพิสูจน์พลังของ Passion ว่าพวกเขาจะทำได้หรือไม่ ที่สำคัญพวกเขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อตัวเขาเองเท่านั้น แต่เขากำลังวิ่งเพื่อคนที่เขารัก เพื่อจุดประกายคนไทยให้หันมาสนใจโรคมะเร็งมากยิ่งขึ้น

 

วันที่ 13 เมษายน คอยเป็นกำลังใจให้พวกเขากัน งานนี้เต๋าบอก “ผมยอมให้แค่พี่ป๊อกคนเดียว แต่ถ้าเจอพี่หมีขาวไล่หลัง เต๋าขอแซงก่อนนะ”

 

ติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเขาได้ที่ https://www.facebook.com/fwdthailand/

 

 

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories