นิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศส ให้ข้อมูลกับ THE STANDARD เกี่ยวกับสถานการณ์การประท้วงทั่วฝรั่งเศส โดยระบุว่า ล่าสุดเหตุการณ์เริ่มสงบลงแล้วในหลายเมือง รวมถึงกรุงปารีสที่ประชาชนเริ่มออกมาใช้ชีวิตตามปกติ โดยจนถึงตอนนี้ยังไม่มีคนไทยแจ้งว่าได้รับผลกระทบหรือบาดเจ็บจากเหตุจลาจลในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ทางสถานทูตจะเปิดสายด่วนรับแจ้งเหตุเป็นเวลา 7 วัน แนะคนไทยในฝรั่งเศสติดตามข่าวสารจากทางการอย่างใกล้ชิด
ทูตนิกรเดชกล่าวว่า การประท้วงครั้งนี้จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ซึ่งเริ่มต้นในเดือนกันยายน โดยแกนนำคือกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาที่เรียกร้องให้มีการยกระดับสวัสดิการและปรับปรุงสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา โดยมีการนัดชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ตุลาคม)
อย่างไรก็ตามข้อแตกต่างของครั้งนี้คือมีการขยายกลุ่มผู้ชุมนุมโดยรวมกลุ่มสหภาพแรงงาน กลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาค่าครองชีพสูงเข้าไปด้วย จึงทำให้ข้อเรียกร้องเพิ่มขึ้นจากเรื่องของสวัสดิการการศึกษา ไปรวมเงื่อนไขเรื่องคุณภาพการบริการสาธารณะ และความเหลื่อมล้ำด้วย
รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศสประเมินว่ามีผู้ออกมาชุมนุมทั่วประเทศราว 550,000 คน ขณะที่แกนนำผู้ชุมนุมอ้างว่าตัวเลขผู้ประท้วงอาจมีมากถึง 800,000 คน โดยที่ปารีส เมืองหลวงมีผู้ชุมนุมประมาณ 100,000 คน นอกจากนี้ยังมีการนัดชุมนุมจำนวน 110 ขบวนทั่วประเทศ โดยปารีส ลีมอฌ บอร์กโดซ์ มาร์กเซย์ และลียง เป็น 5 เมืองใหญ่ที่มีผู้ประท้วงออกมารวมตัวมากที่สุด
ทูตนิกรเดชกล่าวว่า แม้ฝรั่งเศสจะมีการประท้วงต่อเนื่องจนดูเป็นเรื่องปกติ แต่ครั้งนี้เหตุการณ์มีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากมีหลายกลุ่มเข้ามาร่วมประท้วง โดยหน่วยงานรัฐที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือในเมืองลีมอฌ ซึ่งที่ทำการของนายกเทศมนตรีถูกเผาทำลายดังที่เห็นในภาพข่าว ขณะที่ในกรุงปารีส มีการปล้นร้านค้าแบรนด์ดังมากมาย ซึ่งแม้ว่าเมืองหลวงจะมีเหตุการณ์ลักษณะนี้ทุกปี แต่ทูตยอมรับว่าครั้งนี้หนักกว่าทุกครั้ง
ทูตไทยเผยด้วยว่า ตามข้อมูลที่ได้รับมา การปล้นในหลายเหตุการณ์มีชาวต่างชาติร่วมด้วย และเป็นการฉวยโอกาสหลังจากมีการจุดไฟเผาสถานที่ต่างๆ ซึ่งทางการประกาศว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่ทำลายทรัพย์สิน หรือปล้นร้านค้า โดยมีรายงานว่ามีผู้ถูกจับกุมแล้วมากกว่า 1,000 คน และมีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บจากการปะทะราว 150 นาย ขณะที่ตำรวจได้รับคำสั่งให้ใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชนได้ตามที่กฎหมายอนุญาต เนื่องจากการประท้วงครั้งนี้ผู้ชุมนุมไม่ได้ขออนุญาตก่อน
ทั้งนี้การชุมนุมประท้วงครั้งนี้ยังถูกโยงไปเป็นประเด็นทางการเมืองด้วย โดย เซบาสเตียง เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสออกมากล่าวหาว่า กลุ่มซ้ายจัดเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการประท้วงและความรุนแรงที่เกิดขึ้น ขณะที่ฝรั่งเศสกำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้งใหญ่ในอีก 6 เดือนข้างหน้า
นอกจากฝรั่งเศสแล้ว การนัดชุมนุมของนักเรียนนักศึกษาผ่านโซเชียลมีเดียยังลามไปในหลายเมืองของยุโรป เช่น ที่มิลานของอิตาลี และหลายเมืองในเบลเยียมและอัลเบเนียด้วย
ย้อนกลับมาที่ฝรั่งเศส ทูตนิกรเดชกล่าวว่า หลังเกิดเหตุจลาจลขึ้น ทางสถานเอกอัครราชทูตได้ติดต่อไปยังหน่วยงานต่างๆ ของไทย เช่น สมาคมนักเรียนไทยในฝรั่งเศส ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือไปร่วมชุมนุม อย่างไรก็ตามหลังจากนี้อาจมีผลกระทบในด้านการเรียนบ้าง หากมีสถานศึกษาเปลี่ยนไปให้เรียนออนไลน์ หรือปิดการเรียนการสอน ซึ่งต้องติดตามต่อไป
สำหรับร้านอาหารหรือธุรกิจไทยในฝรั่งเศสนั้น ยังไม่มีรายงานว่าได้รับอันตรายหรือผลกระทบเช่นกัน แต่อาจมีคนไทยบางส่วนที่ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ชั่วคราว เนื่องจากมีการเผาสถานที่ใกล้ถนน ส่วนร้านค้าที่อยู่ใกล้จุดที่มีการชุมนุมก็มีการปิดร้าน โดยทูตกล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยในฝรั่งเศสส่วนใหญ่มีมาตรการรับมืออยู่แล้ว เนื่องจากที่นี่มีการประท้วงทุกปี
ทูตเผยด้วยว่า นับตั้งแต่เปิดสายด่วนรับแจ้งเหตุ ทางสถานทูตยังไม่ได้รับรายงานว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบ แต่มีการโทรเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์เป็นระยะ ซึ่งทางสถานทูตจะเปิดสายด่วนนี้ต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน
ทูตนิกรเดชประเมินว่า สถานการณ์หลังจากนี้น่าจะเริ่มคลี่คลาย และคาดว่าจะไม่บานปลาย แต่ยังต้องจับตาดูต่อว่า แกนนำผู้ประท้วงกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักศึกษา กลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง และกลุ่มสหภาพแรงงานจะมีการนัดชุมนุมต่อหรือไม่ โดยคืนนี้ตามเวลาไทย ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง จะออกมาแถลงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งต้องรอดูว่ารัฐบาลจะทำตามข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงหรือไม่ หรือจะมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะการพิจารณางบประมาณ หรือการแก้ไขมาตรการลดรายจ่ายภาครัฐที่กระทบต่อสวัสดิการรัฐ
ภาพ: REUTERS / Tom Nicholson


