×

ที่ประชุม G20 เห็นชอบพักชำระหนี้ให้ประเทศยากจนที่สุดเพื่อสู้โควิด-19, Citigroup กำไรหด 46%: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (16 เม.ย. 2563)

โดย FINNOMENA
16.04.2020
  • LOADING...
FINNOMENA
  • ที่ประชุมประเทศกลุ่ม G20 ลงมติเห็นชอบให้ดำเนินการพักชำระหนี้ให้แก่กลุ่มประเทศยากจนที่สุดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ที่กู้ยืมทั้งจาก IMF หรือธนาคารโลกตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมไปจนถึงสิ้นปี 2020 เพื่อให้กลุ่มประเทศดังกล่าวสามารถจัดสรรเงินเพื่อรองรับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้

 

  • ฟิลิปปินส์ลงนามยื่นกู้ธนาคารโลก (World Bank) 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรับมือกับการระบาดของโควิด-19 อย่างเร่งด่วน โดยข้อตกลงสินเชื่อนี้ถือเป็นฉบับที่ 3 หลังมีการลงนามมาแล้วก่อนหน้าในปี 2012 และ 2015 ด้าน คาร์ลอส โดมินเกซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่าเงินกู้สนับสนุนงบประมาณในครั้งนี้จะเร่งให้เบิกจ่ายได้ภายในวันที่ 30 เมษายน 2020

 

  • ธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น Goldman Sachs, Citigroup และ Bank of America ประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 1/2020 โดยในส่วนของ Goldman Sachs นั้นมีกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 3.11 ดอลลาร์ต่อหุ้น ลดลงกว่า 36%YoY และต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 3.75 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากการตั้งสำรองเพิ่มเติมกว่า 937 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีรายได้ 8,740 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7,920 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Citigroup ประกาศ EPS ที่ 1.05 ดอลลาร์ต่อหุ้น ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.59 ดอลลาร์ต่อหุ้น ลดลง 46%YoY จากการตั้งสำรองกว่า 4,900 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีรายได้ 20,700 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 12%YoY โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจซื้อขายตราสารหนี้และหลักทรัพย์ ขณะที่ Bank of America มี EPS ที่ 0.4 ดอลลาร์ต่อหุ้น น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.59 ดอลลาร์ต่อหุ้น ลดลง 45%YoY จากการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นกว่า 3,600 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีรายได้ 22,800 ล้านดอลลาร์ สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

 

  • ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ลง 0.20% สู่ระดับ 2.95% ซึ่งตํ่าที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อรองรับสถานการณ์โควิด-19 พร้อมอัดฉีดเงินเพิ่มเติมผ่านช่องทางเงินกู้ MLF อีก 1 แสนล้านหยวน หลังจากมีการลดดอกเบี้ยระยะสั้นมาก่อนหน้า (7-Days Reverse Repo Rate) โดยการลดดอกเบี้ยที่สอดคล้องกันครั้งนี้เชื่อว่าเป็นการรักษาระดับของ Yield Curve และลดความผันผวนในตลาดการเงิน

 

  • S&P Global Ratings ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของไทยลงหนึ่งระดับจาก ‘มุมมองเป็นบวก’ เป็น ‘มีเสถียรภาพ’ โดยมีสาเหตุมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองถูกเลื่อนออกไป รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยเครดิตของการออกพันธบัตรสกุลเงินตราต่างประเทศนั้น ทาง S&P ให้ความน่าเชื่อถือระยะยาวที่ BBB+ และระยะสั้นที่ A-2

 

สรุปภาพรวมตลาดวานนี้

  • ดัชนี Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวลงจากผลประกอบการของบริษัทในตลาดที่ออกมาแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมไปถึงตัวเลขเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ที่ไม่ค่อยดีนัก ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยงจากความกังวลดังกล่าว สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นยุโรปที่ปรับตัวลงเช่นกันจากการคาดการณ์ที่ผลประกอบการในไตรมาสแรกจะออกมาไม่สู้ดีนัก รวมไปถึงแรงกดดันจากการเทขายหุ้นกลุ่มน้ำมัน สืบเนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เช่น หุ้น Total ร่วง 6.05% และหุ้น Shell ร่วง 7.40% เป็นต้น

 

  • ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงหลังจากสำนักงานพลังงานสากล หรือ IEA ออกมาเตือนว่าปริมาณความต้องการใช้น้ำมันโลกลดลงจากการผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมไปถึงปริมาณสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงปริมาณน้ำมันที่เริ่มล้นตลาดแล้ว ด้านราคาทองคำปรับตัวลงจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และแรงเทขายทำกำไรจากนักลงทุนซึ่งก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นมาแรง

 

สหรัฐฯ

  • Dow 30 อยู่ที่ 23,504.35 ลดลง 445.41 (-1.86%)
  • S&P 500 อยู่ที่ 2,783.36 ลดลง 62.7 (-2.2%)
  • Nasdaq อยู่ที่ 8,393.18 ลดลง 122.56 (-1.44%)

 

ยุโรป

  • DAX อยู่ที่ 10,279.76 ลดลง 416.8 (-3.9%)
  • FTSE 100 อยู่ที่ 5,597.88 ลดลง 197.19 (-3.4%)
  • Euro Stoxx 50 อยู่ที่ 2,808.2 ลดลง 109.54 (-3.75%)
  • FTSE MIB อยู่ที่ 16,719.07 ลดลง 839.36 (-4.78%)

 

เอเชีย

  • Nikkei 225 อยู่ที่ 19,550.09 ลดลง 88.72 (-0.45%)
  • S&P/ASX 200 อยู่ที่ 5,466.7 ลดลง 21.4 (-0.39%)
  • Shanghai อยู่ที่ 2,811.17 ลดลง 16.11 (-0.57%)
  • SZSE Component อยู่ที่ 10,417.37 ลดลง 58.33 (-0.56%)
  •  China A50 อยู่ที่ 12,950.36 ลดลง 98.93 (-0.76%)
  • Hang Seng อยู่ที่ 24,145.34 ลดลง 290.06 (-1.19%)
  • Taiwan Weighted อยู่ที่ 10,447.21 เพิ่มขึ้น 114.27 (+1.11%)
  • SET อยู่ที่ 1,236.1 ลดลง 20.25 (-1.61%)
  • KOSPI ปิดทำการ
  • IDX Composite อยู่ที่ 4,625.91 ลดลง 80.59 (-1.71%)
  • BSE Sensex อยู่ที่ 30,379.81 ลดลง 310.21 (-1.01%)
  • PSEi Composite อยู่ที่ 5,946.05 เพิ่มขึ้น 165.17 +2.86%)

 

Commodity

  • ราคาน้ำมัน Crude Oil WTI อยู่ที่ 20.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 0.57 (-2.73%)
  • ราคาน้ำมัน Brent Oil อยู่ที่ 27.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.08 (-6.93%)
  • ราคาทองคำ Gold อยู่ที่ 1716.26 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 9.95 (-0.58%)

FINNOMENA

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง: 

  • Infoquest
  • Bloomberg
  • Investing
  • CNBC
  • Reuters
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories