×

จีนคว่ำบาตรนักการเมืองสหรัฐฯ ส่งสัญญาณตึงเครียดอีกครั้ง, ยอดขายรถจีนเดือน ก.ค. ทะลุ 2.11 ล้านคัน โต 16.4%: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (11 ส.ค. 2563)

โดย FINNOMENA
11.08.2020
  • LOADING...
  • จับตาตัวเลขเศรษฐกิจ โดยวันนี้ยุโรปมีกำหนดประกาศตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจ ประกอบไปด้วยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเยอรมนีจากสถาบัน ZEW ประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งคาดว่าจะประกาศออกมาที่ระดับ 58.0 จุด ซึ่งยังสามารถยืนอยู่เหนือแดนบวกได้ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 แต่ลดลงจากครั้งก่อนหน้าเล็กน้อยที่ 59.3 จุด สะท้อนความเชื่อมั่นที่ลดลง ขณะที่อังกฤษมีกำหนดประกาศดัชนีรายได้รวมโบนัสเฉลี่ยรายชั่วโมง ซึ่งคาดว่าจะประกาศออกมาที่ -1.1% หดตัวเป็นเดือนที่ 2 ต่อเนื่อง และหดตัวเพิ่มจากเดือนก่อนหน้าที่ -0.3% สะท้อนภาวะการจ้างงานที่ชะลอตัว

 

  • วานนี้กระทรวงการต่างประเทศจีนออกประกาศคว่ำบาตรสมาชิกวุฒิสภาและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ 11 คน ได้แก่ มาร์โก รูบิโอ, เท็ด ครูซ และเคนเนธ รอธ เป็นต้น ด้วยเหตุผลว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อประเด็นฮ่องกง อย่างไรก็ตามทางการจีนไม่ได้ระบุรายละเอียดของมาตรการดังกล่าวแต่อย่างใด โดยความเคลื่อนไหวครั้งนี้นักวิเคราะห์เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้ต่อการที่รัฐมนตรีต่างประเทศของ 5 ประเทศพันธมิตร ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ร่วมว่าการเลื่อนการเลือกตั้งทั่วไป และตัดสิทธิของผู้สมัครฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกงถือเป็นการบ่อนทำลายกระบวนการประชาธิปไตย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเสถียรภาพและความเจริญก้าวหน้าของฮ่องกง

 

  • วานนี้ สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ว่าบริษัทนานาชาติที่จดทะเบียนซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพื่อระดมทุนนั้นจะต้องปรับตัวเข้าสู่มาตรฐานทางการบัญชีของสหรัฐฯ มิเช่นนั้นจะต้องถูกถอนออกจากตลาดหุ้นภายในสิ้นปี 2021 นี้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวถูกผลักดันหลังเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขึ้น ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งระบุว่าเป็นมาตรการป้องกันการเอาเปรียบ และแก้ไขสถานการณ์ความไม่สมดุลของการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเพ่งเล็งไปที่ประเทศจีนเป็นหลัก ที่ผ่านมานั้นทางการจีนยังไม่สามารถบรรลุปริมาณการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ตามข้อตกลงการค้าเฟส 1 ได้

 

  • โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทวีตข้อความระบุว่า แนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และชัค ชูเมอร์ แกนนำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา ต้องการที่จะเข้าพบเพื่อเจรจาการออกมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หลังจากทรัมป์ใช้ Executive Order ต่ออายุมาตรการครั้งแรกออกไปชั่วคราว ท่าทีดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของสตีเวน มนูชินรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ระบุว่าร่างกฎหมายดังกล่าวอาจผ่านการรับรองได้ภายในสิ้นสัปดาห์นี้ ซึ่งทางพรรครีพลับลิกันก็พร้อมที่จะประนีประนอม หากได้รับข้อเสนอที่ยุติธรรม ซึ่งอาจหมายถึงการเพิ่มวงเงินเยียวยาด้วย

 

  • เช้าวันนี้ทางการจีนเผยยอดขายรถประจำเดือนกรกฎาคมออกมาที่ 2.11 ล้านคัน ขยายตัว 16.4% (YoY) เป็นการขยายตัวต่อเนื่องเดือนที่ 4 โดยแบ่งเป็นการขยายตัวของรถบรรทุก และพาหนะที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจถึง 59.4% (YoY) ขณะที่รถยนต์เพื่อการโดยสารขยายตัวเพียง 8.5% (YoY) เท่านั้น อย่างไรก็ตามยอดขายนับตั้งแต่ต้นปียังหดตัว 12.7% (YoY) โดยมียอดขายเพียง 12.37 ล้านคันเท่านั้น ซึ่งเป็นผลมาจากการชะงักของยอดขายช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 

 

ภาวะตลาดวานนี้

  • ดัชนี Dow Jones และ S&P 500 ปรับตัวขึ้นจากความคาดหวังที่ทางโดนัลด์ ทรัมป์ กับทางสภาคองเกรสจะสามารถบรรลุข้อตกลงมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งจะส่งผลต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ดีขึ้น สวนทางกันกับดัชนี Nasdaq ที่ปรับตัวลงจากแรงแทขายทำกำไรของนักลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี จากที่ก่อนหน้านี้ปรับตัวนำตลาดมาโดยตลอด ด้านตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นจากตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนที่ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แสดงถึงมุมมองต่อเศรษฐกิจในยุโรปเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น 

 

  • สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นหลังอิรักประกาศจะลดกำลังการผลิตเพิ่มจากที่ก่อนหน้านี้ผลิตเกินโควตามา 3 เดือน รวมไปถึงปัจจัยแนวโน้มเศรษฐกิจทั่วโลกที่เริ่มกลับมาฟื้นตัว ซึ่งส่งผลต่อปริมาณความต้องการใช้น้ำมัน ด้านสัญญาทองคำปรับตัวขึ้นจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีน หลังกระทรวงต่างประเทศของจีนได้ประกาศคว่ำบาตรนักการเมืองและบุคคลสำคัญในสหรัฐฯ 11 คน ซึ่งเป็นจำนวนเท่ากับที่สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนและฮ่องกงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยจากความกังวลดังกล่าว

 

สหรัฐฯ

  • Dow Jones อยู่ที่ 27791.44 เพิ่มขึ้น 357.96 (1.3%)
  • S&P 500 อยู่ที่ 3360.47 เพิ่มขึ้น 9.19 (0.27%)
  • Nasdaq อยู่ที่ 10968.36 ลดลง -42.63 (-0.39%)

 

ยุโรป

  • DAX อยู่ที่ 12687.53 เพิ่มขึ้น 12.65 (0.1%)
  • FTSE 100 อยู่ที่ 6050.59 เพิ่มขึ้น 18.41 (0.31%)
  • Euro Stoxx 50 อยู่ที่ 3259.71 เพิ่มขึ้น 7.06 (0.22%)
  • FTSE MIB อยู่ที่ 19651.57 เพิ่มขึ้น 135.14 (0.69%)

 

เอเชีย

  • Nikkei 225 อยู่ที่ 22329.94 ลดลง -88.21 (-0.39%)
  • S&P/ASX 200 อยู่ที่ 6110.2 เพิ่มขึ้น 105.4 (1.76%)
  • Shanghai อยู่ที่ 3379.25 เพิ่มขึ้น 25.22 (0.75%)
  • SZSE Component อยู่ที่ 13657.31 เพิ่มขึ้น 8.81 (0.07%)
  • China A50 อยู่ที่ 15290.13 เพิ่มขึ้น 90.79 (0.6%)
  • Hang Seng อยู่ที่ 24377.43 ลดลง -154.19 (-0.63%)
  • Taiwan Weighted อยู่ที่ 12894 เพิ่มขึ้น 65.13 (0.51%)
  • SET อยู่ที่ 1322.01 ลดลง -2.39 (-0.18%)
  • KOSPI อยู่ที่ 2386.38 เพิ่มขึ้น 34.71 (1.48%)
  • IDX Composite อยู่ที่ 5157.83 เพิ่มขึ้น 13.94 (0.27%)
  • BSE Sensex อยู่ที่ 38182.08 เพิ่มขึ้น 141.51 (0.37%)
  • PSEi Composite อยู่ที่ 5930.92 เพิ่มขึ้น 84.9 (1.45%)

 

Commodity

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ 42.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.81 (1.97%)
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ อยู่ที่ 44.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.54 (1.22%)
  • ราคาทองคำ อยู่ที่ 2028.32 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง -6.71 (-0.33%)

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง: 

  • InfoQuest
  • Bloomberg
  • Investing
  • CNBC
  • Reuters
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories