อดีตนักการทูตอังกฤษและฝรั่งเศสราว 100 คน ออกจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการคว่ำบาตรอิสราเอล ชี้กำลังเข้าข่ายการกวาดล้างชาติพันธุ์ พร้อมชี้ว่า นโยบายของอิสราเอลในปาเลสไตน์ กำลังทำลายความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐอย่างถาวร
ประเด็นสำคัญ
เมื่อวานนี้ (22 สิงหาคม) Le Monde รายงานถึงจดหมายเปิดผนึกของอดีตนักการทูตสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส โดยเรียกร้องให้รัฐบาลทั้งสองประเทศร่วมกันกดดันอิสราเอลให้เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และผลักดันให้ชาวอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์มีสิทธิอย่างเท่าเทียมกัน
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า มีผู้ลงนามในจดหมาย 102 คน ประกอบด้วยอดีตนักการทูตฝรั่งเศส 52 คน และอดีตนักการทูตอังกฤษ 50 คน โดยหลายคนเคยดำรงตำแหน่งระดับสูงในตะวันออกกลาง รวมถึงเคยเป็นผู้แทนอังกฤษประจำสหประชาชาติ (UN) และผู้อำนวยการฝ่ายตะวันออกกลางของกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส
เนื้อหาในจดหมายระบุว่า ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรต้องร่วมกันดำเนินการเพื่อธำรงกฎหมายระหว่างประเทศในปาเลสไตน์ และยึดหลักสิทธิที่เท่าเทียมกันของชาวอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์
กลุ่มอดีตนักการทูตยังกล่าวหาอิสราเอลอย่างตรงไปตรงมาว่า กำลังดำเนินนโยบายที่เข้าข่าย ‘การกวาดล้างชาติพันธุ์’ เช่น การรื้อถอนบ้านของชาวปาเลสไตน์ รวมถึงปล่อยให้เกิดความรุนแรงจากผู้ตั้งถิ่นฐานในเวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออก โดยมีกองทัพและตำรวจอิสราเอลรู้เห็นเป็นใจ
“ปาเลสไตน์กำลังถูกลบหายไปต่อหน้าต่อตาเรา (…) โลกไม่ได้มองอิสราเอลว่าเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงอีกต่อไป” เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาในจดหมาย
นอกจากนี้ กลุ่มอดีตนักการทูตเสนอให้ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรใช้มาตรการกดดันอิสราเอลหลายด้าน เช่น การระงับข้อตกลงการค้าผ่านสหภาพยุโรป (EU), การระงับขนส่งอาวุธและความร่วมมือทางทหาร รวมถึงห้ามพลเมืองของทั้งสองประเทศซื้ออสังหาริมทรัพย์บนดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง
นอกจากนี้ จดหมายยังเรียกร้องให้อิสราเอลเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่กาซาอย่างไม่มีข้อจำกัด ผ่านสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) และหน่วยงานอื่นของสหประชาชาติ รวมถึงเปิดทางให้นักข่าว นักการทูต และสมาชิกรัฐสภาเข้าถึงพื้นที่
ทำไมอดีตนักการทูตจึงออกมาเคลื่อนไหวตอนนี้?
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มอดีตนักการทูตออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ คือการเดินหน้าขยายนิคมของอิสราเอลในเวสต์แบงก์ โดยเฉพาะโครงการ E1 หลังอิสราเอลเพิ่งเปิดประมูลก่อสร้างบ้านประมาณ 1,200 หลัง ทำให้หลายประเทศออกมาประณามว่า โครงการดังกล่าวจะยิ่งทำลายความเป็นไปได้ของแนวทางสองรัฐ
นิโคลัส ฮอปตัน อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำอิหร่าน กาตาร์ และเยเมน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ลงนามให้สัมภาษณ์กับ Al Jazeera ว่า ถ้อยคำในจดหมายไม่ได้ถูกคิดขึ้นโดยกลุ่มอดีตนักการทูตเอง แต่มีที่มาจากองค์กรด้านกฎหมายระหว่างประเทศ สหประชาชาติ และผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่
เขายังย้ำว่า การขยายนิคมของอิสราเอลอาจทำให้การจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ในอนาคตแทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ขณะที่ ปีเตอร์ มิลเลตต์ อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำลิเบียระบุว่า จุดประสงค์ของจดหมายฉบับนี้ คือ การผลักดันให้รัฐบาลเปลี่ยนจากการออกแถลงการณ์ประณามไปสู่การดำเนินมาตรการจริง
“สิ่งที่เรากำลังเรียกร้องคือการลงมือ ไม่ใช่คำพูด” มิลเลตต์ย้ำ
อนึ่ง กลุ่มอดีตนักการทูตยังชี้ว่า อังกฤษและฝรั่งเศสมีความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์ต่อภูมิภาคนี้ เนื่องจากทั้งสองประเทศเคยมีบทบาทสำคัญในการกำหนดโครงสร้างของตะวันออกกลางหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 รวมถึงทั้งสองประเทศเคยรับรองปาเลสไตน์ในฐานะรัฐเมื่อปี 2025
อย่างไรก็ตาม จดหมายไม่ได้มุ่งวิจารณ์อิสราเอลเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังระบุว่า ผู้นำปาเลสไตน์ในปัจจุบัน ขาดความเป็นผู้แทนของประชาชนและทำงานอย่างไร้ประสิทธิภาพ พร้อมเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูประชาธิปไตย รวมกาซาและเวสต์แบงก์กลับเข้าสู่ระบบการเมือง การบริหาร และเศรษฐกิจเดียวกัน
ฮอปตันยังระบุถึงสหรัฐอเมริกาว่า เป็นประเทศที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของรัฐบาลอิสราเอลมากที่สุด พร้อมเตือนว่า หากประเทศต่างๆ ยังคงหยุดอยู่เพียงการประณามโดยไม่ใช้มาตรการจริง อาจทำให้ความขัดแย้งกลายเป็นปัญหาระยะยาวที่ยากต่อการประนีประนอม และสะสมเงื่อนไขของความรุนแรงในอนาคต
ภาพ: Mahmoud Issa / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.theguardian.com/world/2026/aug/22/uk-france-diplomats-israel-palestine
- https://www.aljazeera.com/news/2026/8/22/over-100-ex-diplomats-urge-france-uk-to-sanction-israel-over-palestine


