×

ภราดรเข้าแจง กมธ.งบฯ แก้ปัญหา กยศ. ขาดสภาพคล่อง เล็งแบ่งอัตราดอกเบี้ย 2 ระดับ-อุดรอยรั่วใบรับรองความจน

โดย THE STANDARD TEAM
01.10.2026
  • LOADING...
ภราดร ปริศนานันทกุล และ รักชนก ศรีนอก ในการประชุม กมธ.งบประมาณ

ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเข้าชี้แจงคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ด้วยตนเอง ถึงแนวทางแก้ไขปัญหากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ขาดสภาพคล่อง หลังพบผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้สูงถึง 2.6 ล้านคน เล็งพิจารณาปรับโครงสร้างดอกเบี้ย 2 ระดับ พร้อมประสานของบกลาง 1,200 ล้านบาท ช่วยเหลือนักเรียนที่รอการจัดสรรเงินกู้ยืมกว่า 1.4 หมื่นคน

 

 
 

วันนี้ (1 ตุลาคม) ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ที่มี รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ. จัดประชุมติดตามการแก้ไขปัญหา กยศ. โดยมี ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมชี้แจง

 

ภราดรระบุในที่ประชุมว่า ปัญหาของ กยศ. ในปัจจุบันเป็นผลกระทบจากการแก้ไขกฎหมายเมื่อปี 2566 ที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาอยู่ที่ 0-1% และลดเบี้ยปรับเพื่อช่วยเหลือผู้กู้ยืมในขณะนั้น

 

แต่ผลที่ตามมาคือผู้กู้บางส่วนเลือกที่จะไม่ชำระเงินคืน หรือนำเงินไปชำระหนี้สินอื่นที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า ปัจจุบันมีผู้กู้ในระบบเกือบ 4 ล้านคน แต่เป็นลูกหนี้ชั้นดีเพียง 1 ล้านคน ขณะที่มีลูกหนี้ผิดนัดชำระสูงถึง 2.6 ล้านคน ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและการหมุนเวียนเงินของกองทุนอย่างหนัก จนทำให้ กยศ. ต้องขอจัดสรรงบกลางเพิ่มขึ้นทุกปี

 

อัดฉีดงบกลางช่วยนักเรียนค้างท่อ-จ่อจัดกลุ่มลูกหนี้

 

สำหรับการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ภราดรกล่าวว่า เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล กยศ. ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีเพื่อขอก่อหนี้ผูกพันและขอรับการจัดสรรงบกลางเพิ่มเติมจำนวน 1,200 ล้านบาท เพื่อนำมาช่วยเหลือนักเรียนกลุ่ม Tier 4 จำนวนประมาณ 14,000 คน ที่รอการตอบรับและยังไม่ได้รับการจัดสรรเงินกู้ยืมในปีการศึกษา 2569

 

ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาว ได้มอบนโยบายให้ กยศ. หาแนวทางเร่งรัดติดตามหนี้จากกลุ่มผู้ผิดนัดชำระ 2.6 ล้านคน ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

 

  1. กลุ่มที่ยังไม่มีงานทำหรือไม่มีรายได้ กองทุนจะยังไม่เข้าไปดำเนินการใดๆ แต่จะเปิดโอกาสให้สร้างงานและรายได้ก่อนดำเนินการจัดเก็บหนี้
  2. กลุ่มที่มีรายได้แล้วแต่ไม่ยอมชำระเงินคืน ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่และเป็นความท้าทายหลัก หากกลุ่มนี้ชำระเงินคืนเพียงแค่งวดเดียว กองทุนจะสามารถหมุนเวียนต่อไปได้ โดยระบุว่าหากมีความจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อบริหารจัดการลูกหนี้กลุ่มนี้ก็พร้อมดำเนินการ

 

นอกจากนี้ ภราดรยังเสนอแนวทางปรับโครงสร้างดอกเบี้ย โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ที่มีวินัยการชำระหนี้ดี และใช้อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นสำหรับผู้ที่ผิดนัดชำระ เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้กู้ที่ยังอยู่ในวัยเรียนหรือยังไม่มีรายได้ พร้อมระบุถึงความจำเป็นในการอุดรอยรั่วของงบประมาณ เช่น กรณีสถาบันอุดมศึกษาบางแห่งตั้งค่าเทอมสูงเกินจริง รวมถึงปัญหาการให้ผู้ใหญ่บ้านเซ็นรับรองความจน ซึ่งพบว่ามีผู้ใหญ่บ้านบางรายเซ็นรับรองให้เด็กสูงถึง 400-500 คน

 

กมธ. หนุนใช้มาตรการเด็ดขาด-ยกเลิกใบรับรองความจน

 

ด้านรักชนกกล่าวสนับสนุนการแบ่งอัตราดอกเบี้ยเป็น 2 รูปแบบ โดยระบุว่าจำเป็นต้องมีมาตรการที่เข้มงวดสำหรับผู้กู้ที่ขาดวินัย เนื่องจากระบบเดิมที่ดอกเบี้ยและเบี้ยปรับต่ำเอื้อให้เกิดพฤติกรรมการไม่ชำระหนี้ ผู้กู้จำนวนมากจึงเลือกชำระหนี้บ้านและรถก่อนแล้วค่อยชำระ กยศ. ภายหลัง หรือบางรายเลือกไม่จ่ายเพื่อรอการปรับโครงสร้างหนี้ การปรับเพิ่มดอกเบี้ยสำหรับผู้ที่จ่ายไม่ตรงเวลาจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยแก้ปัญหาระยะยาว

 

ในประเด็นการรับรองความจน รักชนกเสนอให้พิจารณายกเลิกระบบที่ต้องให้ผู้ใหญ่บ้านเซ็นรับรอง เนื่องจากปัจจุบันระบบของ กยศ. มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกระทรวงการคลังและกรมสรรพากรแล้ว เพื่อลดภาระของเด็กที่ต้องหาคนเซ็นรับรอง พร้อมทั้งสอบถามถึงความชัดเจนเรื่องการจัดสรรงบกลางในปีถัดไป

 

ภราดรชี้แจงเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันได้สั่งการให้ปรับเปลี่ยนมาใช้ฐานข้อมูลจากกระทรวงการคลังและกรมสรรพากรในการคัดกรองผู้กู้แทนการใช้ใบรับรองความจนแล้ว ส่วนเรื่องเบี้ยปรับที่อาจต้องแก้ไขกฎหมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไม่ต้องการทิ้งเด็กไว้ข้างหลัง

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 ปีนี้ รัฐบาลอาจต้องเข้าไปอุดหนุนงบประมาณเพิ่มเติม จากเดิมที่ตั้งงบไว้ 5,000 ล้านบาท เป็นกว่า 9,000 ล้านบาท แต่ในระยะยาวจะต้องเร่งปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้กองทุนสามารถบริหารจัดการตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพางบกลางลักษณะนี้ทุกปี

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising