วันนี้ (8 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณี กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รายงานผลการสอบสวนภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าชี้แจงกรณีเกี่ยวข้องกับคดีฟอร์เรกซ์ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ยังไม่มีการรายงาน แต่ตอนนี้ได้มีการสอบปากคำผู้เสียหายประมาณ 100 ร้อยคนแล้ว ควบคู่กับการรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงข้อมูลธุรกรรมต่างๆซึ่งได้มาเยอะแล้ว ตนเชื่อว่า น่าจะทันปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร
เมื่อถามว่า ที่ระบุว่าจะทันปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะปิดในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ หมายความว่าอย่างไร พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ดีเอสไออาจจะอัพเดตความพร้อมในเรื่องของสอบพยานมีกี่ปาก ข้อมูลที่ได้รับ ส่วนรายละเอียดไม่ได้เข้าไปแทรกแซง หรือก้าวก่าย
เมื่อถามว่า กรณีภาวุธหลังชี้แจงดีเอสไอยังมีข้อสงสัยอะไรหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตนยังไม่ได้สอบถามประเด็นนี้ ส่วนรายละเอียดคงให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าอะไรสามารถชี้แจงต่อประชาชนได้ และอะไรอยู่ในสำนวนที่ไม่สามารถชี้แจงได้
เมื่อถามว่า ดีเอสไอเล็งจะแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องสงสัยได้วันไหนนั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ทราบจริงๆ สิ่งที่ทราบคือมีการสอบพยานแล้วประมาณ 100 ปาก ส่วนธุรกรรมเส้นเงินต่างๆ ได้รับมาบางส่วนแล้ว ค่อนข้างที่จะเพียงพอ เรื่องรายละเอียดหลักฐานเส้นเงินเป็นอย่างไรตนไม่ทราบ แต่เป็นเรื่องของภาพรวม รายละเอียดต่างๆขอให้ดีเอสไอเป็นผู้ชี้แจง
พล.ต.ท.รุทธพล ยังกล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เสนอให้รับโอน พงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ (นักบริหารระดับสูง) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้ง ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (นักบริหารระดับสูง) สังกัดศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมแทน ว่าไม่มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง เนื่องจากพงษ์สวาท ปฏิบัติหน้าที่ครบ 4 ปีในวันที่ 18 กรกฎาคมนี้ ซึ่งต้องมีการปรับย้าย
เมื่อถามว่า ไม่สามารถปฏิบัติงานต่อเป็นปีที่ 5 ได้ใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า สามารถทำงานต่อได้ในส่วนนี้เป็นดุลพินิจของรัฐมนตรี ว่าจะต่อหรือไม่ ซึ่งนางพงษ์สวาท ปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้มายาวนาน จนครบ4ปี ยืนยันว่าเป็นการย้ายตามวงรอบ เพราะแต่ละตำแหน่งของข้าราชการโดยทั่วไป แม้กระทั่งตำรวจ เมื่อครบ 4 ปีก็ต้องย้าย
เมื่อถามว่า กรณีของคนที่มาแทน มีแรงผลักดันทางการเมืองด้วยหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล ยืนยันว่าไม่มี เพราะ นายปิยะศิริ ก็เคยอยู่ที่นี่มาก่อนแล้ว ปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงยุติธรรมมาหลายตำแหน่งแล้ว เชื่อว่าจะมีความเข้าใจ ในเนื้องานพอสมควร และเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่าด้วย
ส่วนกรณีที่มีการมองว่า การย้ายนางพงษ์สวาทในครั้งนี้เป็นเหมือนการแช่แข็ง พล.ต.ท.รุทธพล รุทธพล กล่าวว่า ที่อื่นก็มีผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว ในส่วนนี้ก็เป็นตำแหน่งที่เทียบเท่า และไม่ได้เสียสิทธิ์อะไร


