×

ดีเอสไอแจงปมหมายจับ ‘อนันต์’ หลังอัยการสูงสุดชี้ขาดสั่งฟ้องคดีฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่นฯ เผยเจ้าตัวป่วยวิกฤติไตวายระยะสุดท้ายไร้แผนกลับไทย

โดย THE STANDARD TEAM
30.06.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบข่าวอนันต์ อัศวโภคิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง

วันนี้ (30 มิถุนายน) ความคืบหน้ากรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้อง อนันต์ อัศวโภคิน นักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ในความผิดฐานสมคบและร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นคดีที่สืบเนื่องจากการยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และมีความเชื่อมโยงกับวัดพระธรรมกาย

 

ล่าสุด พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีดังกล่าวว่า ขณะนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลออกหมายจับอนันต์เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เนื่องจากผู้ต้องหาไม่เดินทางมาปรากฏตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ทำให้พนักงานสอบสวนไม่สามารถนำตัวส่งฟ้องต่อศาลได้ตามที่อัยการนัดหมาย

 

พ.ต.ต.ยุทธนา ชี้แจงถึงกระบวนการทางคดีว่า คดีนี้มีความซับซ้อนและผ่านขั้นตอนตามกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อปลายปี 2562 พนักงานอัยการเคยมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาและส่งสำนวนกลับมายังดีเอสไอ ซึ่งอธิบดีดีเอสไอในขณะนั้นพิจารณาแล้วมีความเห็นแย้ง จึงส่งเรื่องกลับไปให้อัยการสูงสุดพิจารณาชี้ขาด

 

กระทั่งเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 อำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด (ในขณะนั้น) ได้มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องอนันต์ ในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน ทางคณะพนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ต้องหาก็ไม่ได้เดินทางมาตามนัดหมาย จึงนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับจากศาล

 

สำหรับสาเหตุที่ผู้ต้องหาไม่ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหานั้น อธิบดีดีเอสไอระบุว่า ทางผู้ต้องหาได้แจ้งเหตุผลว่าอยู่ระหว่างการเข้ารับการรักษาพยาบาลจากภาวะไตวายที่ต่างประเทศ และต้องพักรักษาตัวในห้องไอซียู (ICU) ซึ่งในมุมของการเจ็บป่วยเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ในทางกฎหมายเมื่อไม่สามารถมาปรากฏตัวตามนัดหมายได้ พนักงานสอบสวนก็จำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอนโดยการขอออกหมายจับ

 

ทั้งนี้ ขั้นตอนต่อไป ดีเอสไอเตรียมพิจารณาประสานงานกับตำรวจสากล (Interpol) เพื่อขอออกหมายน้ำเงิน (Blue Notice) หรือหมายแดง (Red Notice) ในการติดตามตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีในไทย

 

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งว่า มีความเป็นไปได้สูงที่อนันต์จะไม่เดินทางกลับเข้าประเทศไทยอีก เนื่องจากต้องเข้ารับการรักษาภาวะไตวายระยะสุดท้ายที่ต่างประเทศอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2567 และปัจจุบันยังถือเป็นผู้ป่วยวิกฤติที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตตลอดเวลา หากอยู่ในสถานที่ไม่เหมาะสมแก่การดูแลรักษา

 

สำหรับพฤติการณ์ในคดีพิเศษที่ 10/2560 ทางดีเอสไอเคยแถลงไว้เมื่อปี 2562 ว่า อนันต์ได้รับซื้อที่ดินจากบริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ ศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ นำเงินทุจริตมาซื้อหุ้นครอบงำกิจการไว้ ภายหลังเมื่อนายอนันต์ขายที่ดินได้ ก็นำเงินส่วนหนึ่งไปบริจาคให้มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง (วัดพระธรรมกาย) และเก็บไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัว ก่อนจะโอนเงินอีกส่วนกลับไปยังบริษัท เอ็ม-โฮมฯ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินเพื่อปกปิดแหล่งที่มาที่มิชอบด้วยกฎหมาย

 

ขณะเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวจากฝั่งผู้เสียหาย โดยเขษมศักดิ์ กันภัย ทนายความในฐานะตัวแทนผู้เสียหายในคดีฟอกเงิน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่ออธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อเรียกร้องให้เร่งพิจารณาดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินในส่วนของวัดพระธรรมกาย และพระเทพญาณมหามุนี (ธัมมชโย) พร้อมพวก เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างครบถ้วนและเป็นธรรมต่อผู้เสียหายทุกราย

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising