วันนี้ (31 กรกฎาคม) เวลา 15.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2569 ณ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีมติสำคัญให้กระชับมาตรการให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ดังนี้
1. มาตรการรักษาความปลอดภัย กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังการก่อเหตุนอกพื้นที่และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำให้หน่วยความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจควบคุมพื้นที่ชายแดน โดยควบคุมการเข้า-ออกของบุคคล เนื่องจากประเมินว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุอาจหลบหนีไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการเข้า-ออกชายแดนมากยิ่งขึ้น
2. การบังคับใช้กฎหมาย เน้นย้ำให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ทั้งกลุ่มที่เพิ่งก่อเหตุ และกลุ่มอื่น ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธ หรืออยู่ในกลุ่มที่กำลังเตรียมก่อเหตุ โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม ให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
3. การทบทวนการพูดคุย ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการทบทวนเนื้อหาการพูดคุย เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวก จึงได้ชะลอการพูดคุยไว้ระยะหนึ่ง แต่หากมีการพูดคุยต่อไป ต้องมีการกำหนดกรอบเนื้อหาที่จะหารือว่าเรื่องใดควรมาก่อนหรือหลัง ตามแนวทางของหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยที่ประชุมมีข้อสังเกตให้ทบทวนเนื้อหาการพูดคุยให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่
4. การเปิดโอกาสให้ผู้เห็นต่างกลับคืนสู่สังคม ที่ประชุมเน้นย้ำให้เปิดช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เห็นต่างที่พร้อมกลับคืนสู่สังคม และเบื่อหน่ายกับการต่อสู้ ได้กลับคืนสู่สังคม โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ เน้นพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหลัก
5. ความร่วมมือกับมาเลเซีย ที่ประชุมเน้นย้ำการประสานงานด้านการทูตและความมั่นคงกับมาเลเซีย โดยประเทศไทยจะดำเนินการออกหมายแดงขององค์การตำรวจสากล (INTERPOL) เพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบหนีคดีไปอยู่ในมาเลเซียกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะนี้ได้มีการออกหมายแดงแล้วบางส่วน และจะเดินหน้าร่วมมือกับทางการมาเลเซียเพื่อนำตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีผ่านกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
6. การสื่อสารต่อสาธารณะ ที่ประชุมเน้นย้ำให้ติดตามและตรวจสอบข่าวปลอม รวมถึงข่าวที่มีลักษณะยั่วยุและบ่อนทำลายความสามัคคีของประชาชนในพื้นที่หรือหน่วยงานภาครัฐ เพื่อไม่ให้เกิดบรรยากาศการยั่วยุและความขัดแย้งในพื้นที่
ส่วนกรณีที่มีการประเมินสถานการณ์หลังเลื่อนกำหนดการพูดคุยกับขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (BRN) ฉัตรชัย กล่าวว่า นโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงต้องเดินหน้าการพูดคุยต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาที่เหมาะสมและบรรยากาศที่เอื้ออำนวย เพื่อให้การพูดคุยนำไปสู่การสร้างสันติและบรรลุเป้าหมายในที่สุด


