×

สุขสันต์วันเกิดโดราเอมอน ยิ่งกว่าของวิเศษคือ ‘ความหวัง’ ในการมีชีวิต

03.09.2019
  • LOADING...
วันเกิดโดราเอมอน

ถ้านั่งไทม์แมชชีน ‘ข้าม’ เวลาไปในวันที่ 3 กันยายน 2112 ที่โรงงานผลิตหุ่นยนต์มัตสึชิบะได้ให้กำเนิดหุ่นยนต์อ้วนกลมตัวสีเหลืองหนัก 123.9 กิโลกรัม สูง 123.9 เซนติเมตร สัดส่วนหัว อก เอว วัดได้ 129.3 เซนติเมตร มีกำลัง 129.3 แรงม้า เวลาเจอหนูวิ่งได้เร็ว 129.3 กิโลเมตร/ชั่วโมง รหัสประจำตัว MS-903 หรือโดราเอมอน ขึ้นมาบนโลกใบนี้ (ตัวเลข 12-3-9 คือ ปี/วัน/เดือนเปิดของโดราเอมอน) 

 

ตามปกติโดราเอมอนควรจะเป็นหุ่นยนต์อเนกประสงค์ที่สมบูรณ์แบบ แต่เพราะอุบัติเหตุไฟฟ้าลัดวงจร ตกไปอยู่ในเตาหลอม ผลจากการกระทบกระเทือน ทำให้โดราเอมอนกลายเป็นหุ่นยนต์ไม่สมประกอบ ทำอะไรก็ล้มเหลว พอเข้าพิธีคัดเลือกหุ่นยนต์พี่เลี้ยงประจำบ้านก็ไม่มีคนสนใจ ยกเว้นหนูน้อย เซวาชิ โนบิ ที่เผลอไปกดโดนปุ่มเลือก และพากลับมาด้วย

 

โดราเอมอนอยู่เคียงข้างเซวาชิจนเติบโตเป็นนักประดิษฐ์อัฉริยะ กระทั่งเกิดมหากาพย์ความโชคร้าย เมื่อหุ่นยนต์ของเซวาชิเข้าใจผิด กัดหูของโดราเอมอนจนแหว่ง พอไปรักษาหูก็ดันหายไปทั้งหมด พอคิดจะกินยาเพื่อปลอบใจตัวเอง ก็ดันหยิบยาที่ทำให้ซึมเศร้ามากิน สุดท้ายร้องไห้จนเสียงแหบแห้ง และน้ำตาชะล้างสีเหลืองที่เคลือบอยู่จนกลายเป็นหุ่นยนต์แมวสีฟ้า ไร้หู และกลัวหนูเป็นที่สุด อย่างที่ทุกคนรู้จักกันดี 

 

ถ้าดูจากประวัติคร่าวๆ จะเห็นว่าจริงๆ แล้วโดราเอมอนเป็น ‘สัญลักษณ์’ ของความผิดพลาดและโชคร้าย ก่อนที่เซวาชิจะตัดสินใจส่งโดราเอมอนนั่งไทม์แมชชีนกลับไปแก้ไขอดีต ด้วยการเป็นผู้ช่วยของ ‘เทพเจ้า’ แห่งความผิดพลาดและโชคร้ายตัวจริง ‘ปู่ทวด’ โนบิตะ โนบิ ที่ชีวิตล้มเหลว จนพาตระกูลโนบิตะตกต่ำถึงขีดสุด 

 

หลังจากนั้นเรื่องราวที่แสนวุ่นวาย เต็มไปด้วยของวิเศษชวนฝัน และมิตรภาพระหว่างหนุ่มแว่นเสื้อเหลืองกับเพื่อนรักอ้วนกลมตัวสีฟ้า จากปลายปากกาของ ฟูจิโกะ เอฟ. ฟูจิโอะ (นามปากการ่วมของ ฟุจิโมโตะ ฮิโรชิ และ อาบิโกะ โมโตโอะ) ก็เป็นไปอย่างที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี 

 

เราเคยเขียนถึงโนบิตะเอาไว้ว่า ความน่าสนใจของโนบิตะไม่ได้อยู่ที่การใช้ของวิเศษ แต่คือการที่โนบิตะรับมือกับ ‘ปัญหา’ ที่แท้จริงในฐานะ ‘มนุษย์’ ธรรมดาที่มีทั้งความสุข ความทุกข์ อ่อนแอ งี่เง่า เอาแต่ใจ หัวไม่ดี ขี้เกียจ ขี้อิจฉา ลามกบ้างเป็นบางครั้ง ถูกแกล้งก็ร้องไห้ เมื่อมีพลังก็ไปแกล้งคนอื่นกลับ ซุ่มซ่าม เล่นกีฬาไม่เก่ง เจ้าเล่ห์เพทุบาย และอีกมากมายจนสาธยายไม่หมด (อ่านบทความเกี่ยวกับโนบิตะได้ที่ thestandard.co/nobi-nobita

 

ในตอนเด็กๆ เราเคยคิดว่า โดราเอมอนเกิดมาเพื่อหยิบยื่นของวิเศษให้โนบิตะเอาไว้ใช้แก้ปัญหา แต่พอกลับมาอ่านการ์ตูนเรื่องนี้อีกครั้ง เรารู้สึกว่าสิ่งที่โดราเอมอนหยิบออกมาไม่ได้มีแค่ของวิเศษ แต่เขาจะหยิบ ‘ความหวัง’ ออกมาจากกระเป๋า 4 มิติ อันแสนลึกลับด้วยเสมอ 

 

เราเห็นความหวังเปลี่ยนแปลงอดีตที่โนบิตะเคยทำร้ายจิตใจเพื่อนผ่านการนั่ง ‘ไทม์แมนชีน’ เห็นความหวังที่จะไปช่วยคนอื่นๆ ให้ทันท่วงทีจาก ‘ประตูไปไหนก็ได้’ เห็นความหวังให้คนเห็นประโยชน์ของการพูดความจริงมากขึ้นผ่าน ‘บ่อคนตัดฟืน’ เห็นความหวังเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นผ่าน ‘ตู้สมมติ’ เห็นความหวังที่จะใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเสรีผ่าน ‘คอปเตอร์ไม้ไผ่’ หรือแม้กระทั่งของเล็กๆ อย่าง ขนมดังโงะ ตราโมโมทาโร่ เราก็มองเห็นความหวังที่จะทำให้คนและสัตว์รักกันมากขึ้นซ่อนอยู่ในนั้น 

 

ถ้าโนบิตะคือตัวแทนการแก้ปัญหาของคนธรรมดาที่เกิดขึ้นในโลกความเป็นจริง โดราเอมอนคือตัวแทน ‘ความหวัง’ ที่จะทำให้คนธรรมดาทุกคนก้าวข้ามปัญหาเหล่านั้นไปได้ 

 

ฉากที่แสดงเรื่องนี้ให้เห็นชัดเจนที่สุดคือ ตอนที่ทั้งสองต้องลาจากกัน แล้วโนบิตะพยายามไปท้าสู้กับไจแอนท์แบบตัวต่อตัว โดยปฏิเสธความช่วยเหลือจากโดราเอมอน ในมือของเขาไม่มีของวิเศษ แต่ในหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง 

 

ความหวังที่จะต่อสู้โดยไม่ยอมแพ้ แพ้จะถูกไจแอนท์ชกซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

 

ความหวังอยากให้เพื่อนรักจากไปได้อย่างสบายใจที่สุด ความหวังอยากให้เพื่อนรักรู้ว่า แม้แต่คนอ่อนแออย่างเขาก็เข้มแข็งขึ้นได้ แม้ในวันที่ตื่นมาแล้วไม่มีโดราเอมอนยืนอยู่ข้างๆ 

 

และในวันที่เพื่อนรักจากไป โนบิตะก็ยังใช้ชีวิตที่ยังมีช่วงขี้เกียจ ไม่เอาไหน ถูกชีวิตทุบตีอยู่หลายช่วง แต่โนบิตะก็กัดฟันไม่ยอมแพ้เหมือนตอนที่สู้กับไจแอนท์ และเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เพราะโดราเอมอนเพียงแค่เอาของวิเศษกลับไปยังโลกอนาคต ส่วน ‘ความหวัง’ นั้นยังมีอยู่เต็มหัวใจของโนบิตะ 

 

ลองคิดดูว่า ขนาดคนอย่างไจแอนท์ยังยอมถอย และชิซูกะยังเลือกคนอ่อนแออย่างโนบิตะเป็นคู่ชีวิต ทุกอย่างบนโลกใบนี้ล้วนเกิดขึ้นได้เสมอ ขอแค่อย่างน้อยที่สุดยังมีเศษเสี้ยวของความหวังหลงเหลืออยู่สักนิดก็พอ 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories