ศาลแขวงพระนครเหนือเห็นคดีมีมูลในชั้นไต่สวน กรณีโจทก์กล่าวหาใช้เอกสารปลอมเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัท ขณะที่ผู้สื่อข่าวตรวจสอบพบ ก่อนหน้านี้จำเลยเคยถูกศาลรับฟ้องในอีกคดีหนึ่ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
วันนี้ (6 กรกฎาคม) ศาลแขวงพระนครเหนือมีคำสั่งรับฟ้องคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 2367/2569 ซึ่ง พงศ์พัฒน์ วัฒนศรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นาย ด. พร้อมพวกรวม 4 คน ในข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม หลังศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนแล้วเห็นว่าคดีมีมูล จึงมีคำสั่งรับฟ้องไว้พิจารณา
ตามคำฟ้อง โจทก์กล่าวหาว่า นาย ด. และพวกร่วมกันจัดทำเอกสารอันเป็นเท็จ ได้แก่ คำรับรองการจดทะเบียนบริษัท (บอจ.1) รายการแก้ไขเพิ่มเติม (บอจ.4) เอกสารกรรมการเข้าใหม่ (แบบ ก.) และหนังสือมอบอำนาจ ก่อนนำไปยื่นต่อนายทะเบียน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
โจทก์อ้างว่า มีการปลอมลายมือชื่อของตนในเอกสารดังกล่าว เพื่อใช้ประกอบการเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท สปอร์ต อิมพอร์ต จำกัด ส่งผลให้ตนพ้นจากตำแหน่งกรรมการ และมีการแต่งตั้งบุคคลอื่นเข้าดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งโจทก์ระบุว่าเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีมีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 และมาตรา 268 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 91 จึงมีคำสั่งรับฟ้องไว้พิจารณา โดยในวันนัด นาย ด. เดินทางมาศาลและให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ผู้สื่อข่าวตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้านี้ นาย ด. เคยถูกศาลอาญามีคำสั่งรับฟ้องในอีกคดีหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทการโอนหุ้นของบริษัทแห่งหนึ่ง โดยโจทก์ในคดีดังกล่าวกล่าวอ้างว่ามีการโอนหุ้นมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
คดีนี้จะเข้าสู่กระบวนการสืบพยานและพิจารณาตามขั้นตอนของศาลต่อไป โดยการที่ศาลมีคำสั่งรับฟ้องเป็นการวินิจฉัยเบื้องต้นว่าคดีมีมูลเพียงพอให้เข้าสู่กระบวนการพิจารณา และยังไม่ใช่คำพิพากษาถึงที่สุดในคดี


