×

พาณิชย์ตรวจเข้ม ‘น้ำมะพร้าวปลอมปน’ ลุยสแกน 4 จังหวัดแหล่งผลิต แบรนด์ ‘อีฟ’ ชี้ปีนี้อุตสาหกรรมเจอ 2 เด้ง ผลผลิตล้น-พิษสงครามกดตลาด

23.08.2026
  • LOADING...
ภาพเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์นำโดยอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบน้ำมะพร้าว

พาณิชย์ ตรวจเข้ม ‘น้ำมะพร้าวปลอมปน’ หลังผู้ประกอบการ-เกษตรกรร้องกระทบราคา ลุยตั้งทีมเฉพาะกิจ ดูแลตั้งแต่เกษตรกร-ล้ง-โรงงาน-ส่งออก

 

เช็กสมดุลวัตถุดิบ 4 จังหวัด ยกระดับมะพร้าวน้ำหอมไทย ขณะที่แบรนด์ ‘อีฟ’ สะท้อนปีนี้อุตสาหกรรม เจอ 2 เด้ง ผลผลิตล้นตลาด-พิษสงครามตะวันออกกลาง

 

พูนพงษ์ นัยภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ทีมพาณิชย์จังหวัด 4 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และราชบุรี ลงพื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม พบผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายน้ำมะพร้าวบรรจุขวดพร้อมดื่มแบรนด์ ‘อีฟ’ เพื่อรับฟังสถานการณ์ ปัญหา และแนวทางรับมือราคาน้ำมะพร้าวผันผวน พร้อมหารือความร่วมมือภาครัฐและเอกชนเพื่อยกระดับมูลค่าน้ำมะพร้าวไทยอย่างยั่งยืน

 

ประเด็นสำคัญที่กระทรวงพาณิชย์เร่งแก้คือ การปลอมปนน้ำมะพร้าว หลังได้รับข้อสั่งการจากศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้รับบัญชาจากนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา รวมถึงข้อร้องเรียนจากผู้ประกอบการและเกษตรกรว่า น้ำมะพร้าวบางผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในปริมาณมากและราคาต่ำผิดปกติ อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันราคามะพร้าว

 

กระทรวงพาณิชย์จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมวางระบบป้องกันการปลอมปนตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ แหล่งวัตถุดิบ การผลิต การแปรรูป จนถึงการจำหน่าย เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

 

ภาพเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์นำโดยอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบน้ำมะพร้าว 1

 

THE STANDARD WEALTH พูดคุยกับ สุกานดา รัตนโกสุม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจนเนอรัล เบฟเวอร์เรจ จำกัด ผู้ผลิตน้ำมะพร้าวแท้แบรนด์ ‘อีฟ’ ระบุว่า บริษัททำธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2555 มีตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ เยอรมนี สหรัฐอาหรับเอมิเรต จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง เมียนมา เวียดนาม กัมพูชา และลาว มีกำลังการผลิตเครื่องดื่มรวมถึงน้ำมะพร้าวกว่า 1 ล้านขวดต่อวัน และใช้น้ำมะพร้าวแท้ประมาณ 200,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งตลาดในจีนเป็นตลาดหลักและมียอดขายอันดับ 1 ในจีน

 

ทั้งนี้ บริษัทมีพันธกิจ 3 ด้าน ได้แก่ ช่วยเหลือเกษตรกร ยกระดับคุณภาพน้ำมะพร้าว และเสริมสร้างภาพลักษณ์น้ำมะพร้าวไทย โดยมีการควบคุมล้งรับซื้อน้ำมะพร้าวและขึ้นทะเบียนผู้ค้า พร้อมตรวจประเมินตามหลัก Good Hygienic Practice (GHP)

 

ปัจจุบันมีล้งที่ผ่านเกณฑ์และขึ้นทะเบียนแล้วในราชบุรี 4 ล้ง สมุทรสงคราม 22 ล้ง ประจวบคีรีขันธ์ 9 ล้ง และชุมพร 6 ล้ง ส่วนล้งในนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และสงขลาอยู่ระหว่างขึ้นทะเบียน

 

บริษัทระบุว่าใช้ระบบตรวจสอบคุณภาพน้ำมะพร้าวทั้งด้านรสชาติ pH Brix ความขุ่น สี และกลิ่น รวมถึงเครื่อง IRMS ซึ่งสามารถตรวจสอบน้ำมะพร้าวแท้ได้ถึงระดับโมเลกุล และแยกการปลอมปนของน้ำและน้ำตาลได้ โดยได้รับการรับรองจาก Eurofins Scientific

 

อย่างไรก็ตาม ปีนี้สถานการณ์อุตสาหกรรมน้ำมะพร้าวไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญวิกฤตราคาผันผวนอย่างหนัก โดยมีราคาลูกมะพร้าวหน้าสวนตกต่ำมากในรอบหลายปี เนื่องจากผลผลิตที่ล้นตลาด สาเหตุหลักคือเรื่องฤดูกาลที่เข้าหน้าฝนของตลาดหลักทั้งในประเทศไทยและจีน

 

“ภาวะสงครามตะวันออกกลาง จึงมีความต้องการน้ำมะพร้าวและเนื้อมะพร้าวที่ลดลง ซึ่งสวนทางกับต้นทุนโสหุ้ยการผลิต ค่าขนส่ง และค่าแรงที่สูงขึ้น จึงเกิดการชะลอตัวการแปรรูปลูกมะพร้าวของล้งมะพร้าว เนื่องจากไม่คุ้มต้นทุน” สุกานดา กล่าว

 

ภาคเอกชนจึงขอเสนอให้ภาครัฐส่งเสริมอุตสาหกรรมมะพร้าว ทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูก ล้งมะพร้าว โรงงานแปรรูป ไปจนถึงการส่งออก

 

พร้อมหาตลาดใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว เพื่อเพิ่มปริมาณการแปรรูป สร้างความต้องการรับซื้อผลผลิต และทำให้การบริหารจัดการวัตถุดิบมะพร้าวในประเทศมีความต่อเนื่อง

 

พูนพงษ์กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์พร้อมนำข้อเสนอของภาคธุรกิจไปพิจารณา และจะ ตั้งทีมงานดูแลเรื่องมะพร้าวและน้ำมะพร้าวเป็นการเฉพาะ พร้อมมอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานทุกหน่วยงานเพื่อแก้ปัญหาในทุกมิติ

 

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือกระทรวงมหาดไทยให้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และราชบุรี ตรวจสอบปริมาณการใช้ผลมะพร้าวเป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมะพร้าว เทียบกับปริมาณน้ำมะพร้าวที่ผลิตได้ เพื่อ ตรวจสอบความสอดคล้องและสมดุลของวัตถุดิบกับผลผลิต และป้องกันความผิดปกติในกระบวนการผลิต

 

เป้าหมายสำคัญคือการแก้ปัญหาการปลอมปน ควบคู่กับการฟื้นฟูอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอม เพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกร สร้างกลไกตลาดที่เป็นธรรม และยกระดับภาพลักษณ์ ‘มะพร้าวน้ำหอมไทย’ ให้กลับมาเป็นสินค้าคุณภาพที่ได้รับความเชื่อมั่นในตลาดโลกอีกครั้ง

 

ขณะที่ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่สมุทรสาคร ติดตามการจัดตั้ง ‘ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม’ บ้านแพ้ว หวังเพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกร ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง หลังราคามะพร้าวเคยร่วงเหลือเพียง 2-3 บาทต่อลูก

 

สำหรับปี 2569 ไทยคาดมีผลผลิตมะพร้าวน้ำหอม 475 ล้านลูก เพิ่ม 13% จากปีก่อน โดยช่วง ส.ค.-พ.ย. ผลผลิตอาจสูงถึง 1.7-2 ล้านลูกต่อวัน ขณะที่บ้านแพ้วและพื้นที่โดยรอบอาจมีผลผลิตถึง 400,000 ลูกต่อวัน จึงต้องเร่งวางแผนตลาดรับมือ

 

ล่าสุด ราคาหน้าสวนอยู่ที่ 9-10.50 บาท/ลูก และล้งรับซื้อ 10.50-12 บาท/ลูก แต่ยังต้องเฝ้าระวังแรงกดดันจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น

 

กระทรวงพาณิชย์เตรียมเร่งระบายผลผลิตผ่านตลาดในประเทศ พร้อมเปิดตลาดใหม่ใน ตะวันออกกลางและยุโรป และผลักดันการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยปัจจุบันมีผู้สมัครจัดตั้งล้งชุมชนแล้ว 12 ราย ใน 6 จังหวัด จากเป้าหมายอย่างน้อย 10 แห่งในปีนี้

 

ภาพเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์นำโดยอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบน้ำมะพร้าว 2ภาพเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์นำโดยอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบน้ำมะพร้าว 3

 

พร้อมกันนี้จะจัดระเบียบธุรกิจล้ง ตรวจสอบการกดราคาและนอมินี รวมถึงผลักดันการใช้ประโยชน์จาก เนื้อ เปลือก กะลา และกากมะพร้าว ตามแนวทาง BCG และใช้ GI ‘มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว’ สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories